รัฐยกเลิกระเบียบติดตามคนหาย ห่วงฐานข้อมูลสะดุด-หน่วยงานต่างคนต่างทำ

‘มูลนิธิกระจกเงา’ ยกเคส คนหายกลายเป็นฆาตกรรม 5 รายที่ชลบุรี ยังไม่แสดงข้อมูลบนเว็บไซต์กระทรวงยุติธรรม จี้ รัฐบาลทบทวนมติยกเลิกระเบียบติดตามคนหาย ชี้ ทำลายกลไกเชื่อมข้อมูลหลายหน่วยงาน ไร้แนวทางรองรับที่ชัดเจน กระทบติดตามคนหาย และกลับไป “ต่างคนต่างทำ”

กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการสนับสนุนการปฏิบัติงานติดตามคนหายและการพิสูจน์คนนิรนามและศพนิรนาม พ.ศ. 2569 เนื่องจากมีความซ้ำซ้อนกับภารกิจของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม

เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ให้สัมภาษณ์ The Active – Thai PBS ว่า ระเบียบดังกล่าวมีขึ้นเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามคนหาย โดยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางการติดตามคนหาย ทั้งด้านการจัดทำฐานข้อมูล การประสานงาน การนำนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ รวมถึงการติดตามคดีคนหายที่มีความสำคัญ พร้อมกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ โรงพยาบาล และสถานสงเคราะห์ ส่งข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ระเบียบดังกล่าวมีสถานะเหมือนกับคำสั่งจากฝ่ายบริหารที่ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามทั้งหมด แต่เมื่อมีการยกเลิกระเบียบดังกล่าว กลไกการประสานงานและการติดตามคนหายที่เคยมีแนวทางรองรับอย่างเป็นทางการ ก็จะเหลือเพียงการขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ซึ่งอาจส่งผลให้การติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลขาดความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพลดลง

“พอยกเลิกระเบียบตัวนี้ออกไป ในธรรมชาติของหน่วยงานรัฐ อยู่ ๆ เขาไม่มาเรียกคุยเรื่องปัญหาคนหายกัน ดังนั้น มันก็กลายเป็นเหมือนเดิม คือ ต่างหน่วยต่างทำในกรอบภารกิจหน้าที่ของตัวเอง”

สำหรับปัญหาคนหายถือเป็นปัญหาสังคมที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง และเป็นเหตุผลสำคัญที่นำไปสู่การออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับดังกล่าวตั้งแต่แรก ดังนั้น การยกเลิกระเบียบซึ่งเป็นกลไกกำหนดแนวทางการติดตามและแก้ไขปัญหาคนหาย จึงไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสม

นอกจากนี้ยังพบว่า เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานในกระทรวงยุติธรรมก็ยังไม่ทราบว่าระเบียบดังกล่าวได้ถูกยกเลิกแล้ว สะท้อนว่าอาจไม่มีการเตรียมความพร้อมหรือสื่อสารการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าอย่างเพียงพอ รวมถึงรัฐบาลอาจยังไม่ได้สอบถามความเห็นที่ชัดเจนถึงความจำเป็นในการคงไว้หรือยกเลิกระเบียบดังกล่าว

เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา (ภาพ: Data Con)

หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ในช่วงที่ระเบียบดังกล่าวยังมีผลบังคับใช้ การติดตามคนหายส่วนใหญ่จะจัดการโดยกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากตำรวจมองว่ารัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการแล้ว ส่งผลให้การกำหนดนโยบาย มาตรการ การจัดทำฐานข้อมูล และการประสานงานด้านการติดตามคนหาย จะอยู่ภายใต้กระทรวงยุติธรรมเป็นหลัก

แต่หลังจากยกเลิกระเบียบดังกล่าว ก็ยังไม่เห็นความชัดเจนว่าหน่วยงานใดจะเข้ามารับผิดชอบภารกิจติดตามคนหายแทน หรือจะมีการกำหนดแนวทางการทำงานใหม่อย่างไร โดยเฉพาะตำรวจ ซึ่งยังไม่รู้ว่าได้มีการเก็บข้อมูลคนหายไว้หรือไม่

เอกลักษณ์ ยังได้ยกตัวอย่างกรณีครอบครัวชาวไทย 3 พ่อแม่ลูก ที่ญาติแจ้งความไว้กับตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า จนกระทั่งเกิดเหตุ 2 พี่น้องชาวรัสเซียถูกฆาตกรรม และนำไปสู่การพบศพครอบครัวชาวไทย 3 พ่อแม่ลูกที่หายตัวไป ซึ่งสะท้อนว่าตำรวจไม่มีข้อมูลคนหาย

“ตอนนี้ลองไปดูว่าฐานข้อมูลของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เผยแพร่ภาพคนหาย มันเพิ่งถึงเดือนมิถุนายนเอง แปลว่าของเดือนกรกฎาคมมันหายไปไหน เคสชาวรัสเซียหาย เคส 3 ครอบครัวหาย ก็ไม่มีในระบบ ซึ่งผมเชื่อว่าตำรวจไม่ได้กรอกเข้ามาในระบบ เพราะว่าระเบียบมันยกเลิกไปแล้ว”

อย่างไรก็ตาม เอกลักษณ์ มองว่า ปัญหาคนหายเป็นปัญหาสากลและเป็นปัญหาอาชญากรรม จึงยังจำเป็นต้องมีกฎหมาย ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อรองรับการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นกลไกกำหนดนโยบายแก้ปัญหาคนหาย ควรจะต้องได้รับการทบทวน เพื่อให้ระบบการติดตามคนหายยังคงมีประสิทธิภาพ


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active