ย้ำ ไม่ใช่จับนกในธรรมชาติได้ โดยไม่มีข้อจำกัด ทส. เตรียมเพิ่มมาตรการป้องกันการล่า ลักลอบจับ ติดตามจำนวนประชากรนกตามธรรมชาติ ชี้ หากพบลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจเสนอทบทวนสถานะการคุ้มครองอีกครั้ง
วันนี้ (31 ส.ค. 2569) สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงนามในกฎกระทรวงเพื่อถอด “นกปรอดหัวโขน” หรือ “นกกรงหัวจุก” ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง หลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงดังกล่าวเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569
การเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายมีเป้าหมาย ลดข้อจำกัดในการครอบครอง เพาะเลี้ยง และขยายพันธุ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มีวัฒนธรรมการเลี้ยงและประกวดเสียงนกกรงหัวจุก รวมถึงมีการซื้อขายและเพาะพันธุ์เป็นอาชีพอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การถอดออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองไม่ได้หมายความว่าสามารถจับนกในธรรมชาติได้โดยไม่มีข้อจำกัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่าจะเพิ่มมาตรการป้องกันการล่าและลักลอบจับ พร้อมติดตามจำนวนประชากรนกตามธรรมชาติ หากพบว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจเสนอให้ทบทวนสถานะการคุ้มครองอีกครั้ง
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เตรียมจัดทำฐานข้อมูลและเครื่องหมายประจำตัวนก เพื่อแยกนกที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงออกจากนกที่ถูกจับจากธรรมชาติ ตลอดจนกำหนดแนวทางควบคุมการเพาะพันธุ์ การเคลื่อนย้าย และการซื้อขายให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเตือนถึงความเสี่ยงจากการปล่อยนกเลี้ยงกลับคืนสู่ธรรมชาติ เนื่องจากอาจกระทบต่อพันธุกรรมและประชากรนกท้องถิ่น จึงต้องมีหลักเกณฑ์รองรับควบคู่กับการป้องกันการลักลอบจับนกป่า
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ระบุว่า ผลสำรวจพบประชากรนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติมากกว่า 44,421 ตัว และมีการกระจายพันธุ์ในหลายพื้นที่ จึงเห็นชอบให้ถอดออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่ฝ่ายอนุรักษ์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าความนิยมในการเลี้ยงและประกวดอาจเพิ่มแรงจูงใจให้จับนกจากธรรมชาติ หากระบบตรวจสอบแหล่งที่มายังไม่รัดกุม

ทั้งนี้ การลงนามกฎกระทรวงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนวันที่มีผลใช้บังคับและรายละเอียดช่วงเปลี่ยนผ่านต้องพิจารณาจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา รวมถึงหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานรับผิดชอบจะออกตามมา
กว่าจะถึงวันที่ ถอด ‘นกกรงหัวจุก’ ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองฯ
- พ.ศ. 2546: นกปรอดหัวโขน (นกกรงหัวจุก) ถูกกำหนดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกนก ลำดับที่ 550 การครอบครอง เพาะพันธุ์ และค้าต้องเป็นไปตามระบบอนุญาต ขณะที่การจับจากธรรมชาติเป็นความผิด
- พ.ศ. 2560–2566: ข้อเสนอให้ปลดล็อกได้รับการผลักดันต่อเนื่องจากกลุ่มผู้เลี้ยง โดยให้เหตุผลด้านวิถีวัฒนธรรม การประกวด และมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันเกิดข้อกังวลเรื่องการลักลอบจับนกป่า โดยมีสถิติยึดนกกว่า 18,000 ตัวในช่วง 8 ปี
- 18 ตุลาคม 2566: กรมอุทยานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องการครอบครองและสถานะทางกฎหมายของนกปรอดหัวโขนที่รัฐสภา
- 8 กรกฎาคม 2568: กรมอุทยานฯ ประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อศึกษาประเด็นประชากรในธรรมชาติ กฎหมาย และผลกระทบจากการถอดนกออกจากบัญชีคุ้มครอง
- พ.ศ. 2569: คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามีมติเห็นชอบให้ถอดนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชี หลังพิจารณาผลสำรวจประชากรและมาตรการกำกับดูแล
- 21 กรกฎาคม 2569: ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงถอดนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง
- 31 สิงหาคม 2569: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงนามในกฎกระทรวง
- ขั้นตอนต่อไป: ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันมีผลใช้บังคับ และรายละเอียดการขึ้นทะเบียน เครื่องหมายประจำตัวนก ตลอดจนมาตรการตรวจสอบการจับจากธรรมชาติ
