ย้อนเหตุผล สส.โหวต “ไม่เห็นด้วย” ร่าง กม.อากาศสะอาด ฉบับ สว.แก้ไข เหตุตัดเขี้ยวเล็บทิ้ง หวั่นแก้ปัญหาไม่ได้

สส. ย้ำเหตุผล ไม่เห็นด้วยร่างฉบับ สว. ชี้ ปรับแก้โครงสร้างคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด หวั่นรวบอำนาจสู่ส่วนกลาง ตัด ระบบฝากไว้ได้คืนทิ้ง ถือเป็นการยกเลิกมาตรการจูงใจ คุมมลพิษที่ต้นทาง ยันตั้งกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันของทั้งสองสภา 20 คน พิจารณาร่างกฎหมาย เน้น PRTR, โครงสร้าง การกระจายอำนาจ, บทกำหนดโทษ, กลไกการบังคับใช้กฎหมาย หวังคืนร่างกฎหมายที่สมบูรณ์ เหมาะสม ครอบคลุม คุ้มครองสิทธิประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร (2 ก.ย. 2569) มีมติเสียงข้างมาก 414 เสียง ต่อ 2 เสียง ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด หรือ ร่างกฎหมายอากาศสะอาด ที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้ต้องตั้งกรรมาธิการร่วมกัน 20 คน มาพิจารณาปรับแก้ร่วมกันอีกครั้ง

โดยสาเหตุที่สภาผู้แทนราษฎร ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา เนื่องจาก วุฒิสภา ได้มีการแก้ไขโครงสร้างคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด ที่สภาผู้แทนราษฎร กำหนดให้ นายก อบจ.แต่ละจังหวัดเป็นประธานกรรมการ แต่วุฒิสภา กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการให้อำนาจแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดมากขึ้น ถือเป็นการรวบอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง

ก่อนหน้านั้น วุฒิสภา ยังได้ตัด ระบบฝากไว้ได้คืน ทั้งมาตรา ทั้งที่เป็นมาตรการเรียกเก็บเงินประกันจากผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้บริโภค สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะก่อให้เกิดผลพิษ และเป็นหลักประกันว่า จะไม่มีการเผา และจะได้รับเงินคืนเมื่อมีการนำกากวัตถุดิบไปจัดการอย่างเหมาะสม จึงถือเป็นการยกเลิกมาตรการจูงใจ และการคุมมลพิษต้นทาง

นอกจากนั้น วุฒิสภา ยังได้ปรับแก้องค์ประกอบของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ โดยดึงตัวแทนจากภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากขึ้น ทั้งคณะกรรมการกำกับดูแลเพื่ออากาศสะอาด, คณะกรรมการวิชาการเพื่ออากาศสะอาด ที่ให้มีตัวแทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการอากาศสะอาดประจำจังหวัด ทั้งยังเพิ่มให้มีประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด และประธานหอการค้าจังหวัด เข้ามาเป็นกรรมการโดยตำแหน่งด้วย ซึ่งถือเป็นการเปิดช่องให้กลุ่มอุตสาหกรรมเข้ามากำกับตัวเอง

โดยการอภิปรายของ สส. ยัง เห็นด้วย ให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันของทั้งสองสภา เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายอากาศฉบับนี้ ในประเด็นที่มีการแก้ไขอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับ PRTR,  สิทธิในการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว, การดำเนินคดีแบบกลุ่มความรับผิดของสถาบันการเงิน, โครงสร้างและการกระจายอำนาจ, บทกำหนดโทษ และกลไกการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้ร่างกฎหมายมีความเหมาะสม ครอบคลุม และสามารถคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน กังวลว่า การปรับแก้ของวุฒิสภาจะเป็นการเอื้อกลุ่มทุน เพราะมีการเพิ่มสัดส่วนตัวแทน จากภาคธุรกิจเอกชนเข้าไปในโครงสร้างคณะกรรมการหลายระดับ ทั้งที่ร่างเดิมที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ได้กำหนดสัดส่วนภาคเอกชนไว้อยู่แล้ว หรือแม้แต่คณะกรรมการวิชาการ ที่มีหน้าที่เสมือนคลังสมองในการคำนวณข้อมูล และเสนอมาตรการ ก็ยังมีการเพิ่มตัวแทนจากภาคธุรกิจเข้าไปอีก

นอกจากนั้นยังมีการลดบทลงโทษภาคอุตสาหกรรม จากเดิมที่มีโทษปรับสูงสุด 50 ล้านบาท เหลือเพียง 5 ล้านบาท ซึ่งสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเพียงต้นทุนในการประกอบธุรกิจมากกว่าจะมีผลเป็นบทลงโทษจริง และยังมีการตัดระบบการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ หรือ PRTR ที่กำหนดทำเนียบการปล่อยและการเคลื่อนย้ายมลพิษออกจากร่างกฎหมาย ทั้งที่ PRTR เป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ และยังตัดสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชนออกอีกด้วย

ขณะที่ การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า การแก้ไขของวุฒิสภา มีความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล และผลประโยชน์ทับซ้อน จากการเพิ่มตัวแทนจากสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคาร เข้าไปในคณะกรรมการนโยบายทั้งระดับชาติ และระดับจังหวัด เนื่องจาก เป็นกลุ่มก้อนเดียวกับผู้ที่ต้องถูกกำกับดูแล จึงอาจเกิดภาวะทับซ้อนของผลประโยชน์ในการจัดสรรงบประมาณ และออกมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ รวมถึงการตัดบทนิยาม PRTR โดยการตัดคำว่า ทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ ออกจากมาตรา 4 ส่งผลให้การเคลื่อนย้ายของเสีย หรือการกำจัดขยะนอกพื้นที่ หลุดรอดจากสายตากฎหมาย และยังคงสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม จึงควรปรับคำนิยามให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับกฎหมายอื่นด้วย

สำหรับกรรมาธิการร่วมฯ ในสัดส่วนสภาผู้แทนราษฎร แบ่งเป็น

  • พรรคภูมิใจไทย 4 คน ได้แก่ อนุรักษ์ จุรีมาศ, พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล, อนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์, ชวลิต แสงอุทัย

  • พรรคประชาชน 2 คน ได้แก่ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์, สฤณี อาชวานันทกุล

  • พรรคเเพื่อไทย 2 คน ได้แก่ รวี เล็กอุทัย, จักรพล ตั้งสุทธิธรรม

  • พรรคกล้าธรรม 1 คน ได้แก่ เพ็ญภัค รัตนคำฟู

  • พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน ได้แก่ การดี เลียวไพโรจน์

สำหรับกรรมาธิการในสัดส่วนวุฒิสภา ที่ประชุมวุฒิสภา จะพิจารณาเสนอบุคคลต่อที่ประชุมกรรมาธิการ ในการประชุมวุฒิสภาสัปดาห์หน้า 7-8 ก.ย. นี้

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active