ไปต่อทั้ง 6 ฉบับ! สภาฯ ผ่านวาระที่ 1 ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงฯ

ย้ำ ทุกความรุนแรง ต้องถูกจับตา สะท้อนสัญญาณดีว่าความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องที่สังคมควรร่วมกันแก้ เชื่อ ทั้ง 6 ร่างมีเป้าหมายที่ดี พยายามสร้างกลไกทางกฎหมาย อุดช่องโหว่เดิม เดินหน้าแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ซับซ้อน

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2569 สภาผู้แทนราษฎร ลงมติการพิจารณารับหลักการ (วาระที่ 1) ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. … ทั้ง 6 ฉบับ ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 434 เสียง จากทั้งหมด 439 เสียง พร้อมไปต่อในวาระที่ 2 โดยมีร่างที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีเป็นร่างหลัก

ที่ประชุมสภาฯ ยังเสนอให้ตั้งกรรมการวิสามัญทั้งหมด 24 คน ซึ่งมีสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี 4 คน ผู้แทนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 8 คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 12 คน ซี่งประกอบไปด้วยพรรคภูมิใจไทย 5 คน พรรคประชาชน 3 คน พรรคเพื่อไทย 2 คน พรรคกล้าธรรม 1 คน พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน

วราภรณ์ แช่มสนิท เลขาธิการสมาคมเพศวิถีศึกษา และตัวแทนเครือข่ายผู้เสนอ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. … ฉบับภาคประชาชน เปิดเผยต่อที่ประชุมสภาฯ ว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาที่ซับซ้อน เป็นเหตุให้ต้องมีวิธีการแก้ไขที่แก้โจทย์ความซับซ้อนเหล่านี้ได้ ส่งผลให้ร่างกฎหมายนี้จึงมีหลายฉบับที่พิจารณา แต่ก็เชื่อว่า ร่างทุกฉบับมีเป้าหมายที่ดีเช่นกัน

วราภรณ์ แช่มสนิท เลขาธิการสมาคมเพศวิถีศึกษา และตัวแทนเครือข่ายผู้เสนอ
ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. … ฉบับภาคประชาชน

“เท่าที่ดิฉันได้รับฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจ้งร่าง และสส.ท่านอื่น ๆ ที่นำเสนอร่างฉบับต่าง ๆ รวมทั้ง ท่าน สส.ที่ลุกขึ้นอภิปรายกฎหมายเรื่องนี้ ดิฉันก็รู้สึกวางใจว่า แม้วันนี้เราจะมีกฎหมายหลายร่าง มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน แต่ร่างกฎหมายทุกฉบับล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการปรับปรุงกระบวนการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

วราภรณ์ แช่มสนิท

วราภรณ์ ยังได้ฝากไปถึง สส.และคณะกรรมาธิการฯ ว่า อยากเห็นการให้ความสำคัญประเด็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์แบบคู่รัก/แฟน เพราะถือว่ายังเป็นช่องว่างสำคัญในกฎหมายความรุนแรงในครอบครัวฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดย ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงฯ ฉบับภาคประชาชน พยายามสร้างกลไกทางกฎหมายเพื่อมาอุดช่องโหว่เดิม

“20 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่เราต้องรับรู้และอยู่กับความสูญเสียของผู้คน และมีผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีโอกาสมีชีวิตอยู่ถึงวันที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงสำคัญครั้งนี้”

วราภรณ์ แช่มสนิท

ขณะที่ นิกร จำนง ตัวแทนผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. … ฉบับที่นำเสนอโดยพรรคภูมิใจไทย ย้ำว่า หัวใจสำคัญของร่างฉบับพรรคภูมิใจไทย คือ มิติทางอาญาที่เข้าใจความบอบช้ำทางด้านจิตใจ หมายถึงในกรณีที่ผู้กระทำความผิดได้ก่อเหตุเพราะว่าตัวเองหรือคนในครอบครัวถูกกระทำความรุนแรงซ้ำอย่างต่อเนื่องจนกระทบกระเทือนใจตลอดมา จึงเสนอว่า ร่างพ.ร.บ. ฉบับนี้ควรจะมองให้เห็นถึงสาเหตุของความรุนแรงที่ฝังรากลึก เพราะในบางกรณีผู้กระทำก็เคยเป็นเหยื่อมาก่อน

นิกร จำนง ตัวแทนผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. …

“เราไม่ได้มองว่าร่างของคณะใดคณะหนึ่งสมบูรณ์ที่สุด อยากจะให้คณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นรวบรวมเอาข้อดีของร่างจากภาคประชาชน จากพรรคต่างๆ รวมกัน ท่านไป get together แล้วนำส่วนที่ดีออกมา เพราะนี่เป็นโอกาสเดียวที่เราจะแก้ปัญหาตั้งแต่อดีต และไม่ใช่แค่ในปัจจุบัน แต่ในอนาคตก็ด้วย”

นิกร จำนง

สำหรับความรุนแรงที่ปรากฏให้เห็นผ่านรอยแผล รอยฟกช้ำ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น แท้จริงแล้วในความสัมพันธ์ยังมีความรุนแรงอีกหลายรูปแบบที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็น ทำร้ายจิตใจ ทำร้ายด้วยวาจา ทำร้ายผ่านสื่อ ข่มขู่ จำกัดอิสรภาพ รวมไปถึงการเอาเปรียบทางการเงิน หรือแม้กระทั่งการใช้ลูกเป็นเครื่องมือในการต่อรองกับอีกฝ่ายหนึ่ง

รูปแบบของความรุนแรงมีเพิ่มขึ้น แต่กฎหมายยังอยู่ที่เดิม เพราะแบบนี้เองมีความเห็นจากภาคประชาชน และ สส. ที่มองว่า พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 กำลัง “ตามไม่ทัน”

“มันจึงถึงเวลาที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ก่อนที่เหยื่อจากความรุนแรงในครอบครัวจะเพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้”

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active