กสศ. ย้ำภาพประเทศไทยเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต เมื่อโครงสร้างประชากรเข้าสู่ภาวะ “เกิดน้อย แก่มาก และยากจน” เตรียมเดินหน้าสู่อนาคตที่เสมอภาค พร้อมเสนอทางออก หวังผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ใช้เป็นเกณฑ์พิจารณานโยบายลงทุนในมนุษย์ อย่างจริงจัง
ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนปากเหวของการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญที่สุดในรอบ 4 ทศวรรษ โดยติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางและกับดักความยากจนข้ามรุ่นมายาวนาน อนาคตเรากำลังเผชิญวิกฤตโครงสร้างประชากร และวิกฤตการขาดทุนมนุษย์ที่ไม่เพียงพอทั้งในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ หรือ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” (Perfect Storm หรือ พายุลูกใหญ่) ที่จะทำให้ประเทศไทยและคนไทยไม่สามารถไปถึงเป้าหมายด้านต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ร่วมกันได้
ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะ “วิกฤตประชากร” ที่มีคน “เกิดน้อย สูงวัย และยากจน” จากที่เคยมีประชากรเกิดมากกว่าปีละ 1 ล้านคนเมื่อ 40 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเด็กเกิดใหม่ต่ำราว 4.1 แสนคน สวนทางกับผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ทำให้ประชากรวัยแรงงานลดลงอย่างน่าใจหาย

“หากเราไม่ทำอะไร หน้าต่างแห่งโอกาสบานสุดท้ายกำลังจะปิดลง ภาระการเลี้ยงดูประชากรและหนี้สินของประเทศจะเกินกำลังคนทำงาน ทำให้รัฐบาลในอนาคต ต้องพิจารณา การลงทุนใน ‘มนุษย์’ หรือ Human Capital เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหามิติทางเศรษฐกิจ สังคมและเสถียรภาพการเงินการคลังของประเทศในระยะยาว”
ไกรยส ภัทราวาท
โดย กสศ. ได้สังเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าวออกมาเป็นข้อเสนอ ให้ผู้กำหนดนโยบายของประเทศ ใช้เป็นแนวทางในการลงทุน 5 มิติประกอบด้วย
1. คนไทยมีทุนมนุษย์ที่เท่ากันมากขึ้น :
ปิดช่องว่างของคุณภาพประชากรที่ห่างกันตามฐานะทางเศรษฐกิจ
- วิกฤต : นักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กมีคะแนนเฉลี่ย O-NET ต่ำกว่านักเรียนในโรงเรียนขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และขนาดใหญ่พิเศษในทุกรายวิชาอย่างมีนัยสำคัญ และ กสศ. วิเคราะห์ข้อมูลผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) ในปี พ.ศ. 2565 พบว่าเด็กในชนบทมี “ทักษะวิทย์ คณิต และการอ่าน” ต่ำกว่าเด็กในเมืองกว่า 3 การศึกษา นอกจากนี้ จากการติดตามข้อมูลการเรียนต่อของนักเรียนจากครัวเรือนยากจนที่สุด 15% ของ กสศ. พบว่า ด็กยากจนมีโอกาสเรียนต่อมหาวิทยาลัยน้อยกว่าเด็กทั่วไปถึง 2.5 เท่า
- ทางออก : รัฐต้อง “ปิดช่องว่าง” ด้วยมาตรการส่งเสริมทักษะและการเรียนรู้แบบมุ่งเป้า (Targeted Intervention) ไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชนที่มาจากครัวเรือนด้อยโอกาส อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือเป็นกลุ่มที่ยังมีสมรรถนะต่ำกว่าเกณฑ์พื้นฐานที่อายุหรือระดับชั้นนั้นควรทำได้ ซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนจำนวนมากของประเทศ โดยสนับสนุนให้ผู้เรียนในกลุ่มดังกล่าวเข้าถึงสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
2. คนไทยมีทุนมนุษย์ที่ทันต่ออนาคตและการเปลี่ยนแปลง :
ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกเทคโนโลยีและความไม่แน่นอน
- วิกฤต : ผล PISA 2565 ไทยร่วงต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าร่วมปี 2543 และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 โดยคะแนนยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD และตามหลังเพื่อนบ้านทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม สะท้อนวิกฤตเด็กไทยวัย 15 ปี ที่ยังขาดความพร้อมในทักษะแห่งอนาคต ทั้งความคิดสร้างสรรค์และการรู้เท่าทันโลก
- ทางออก : เปลี่ยนระบบการท่องจำ สู่ระบบที่เน้นการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงและสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกอนาคตแก่ผู้เรียนทุกกลุ่ม รวมทั้งระบบการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียน (Formative Assessment) ที่เน้นการประเมินและพัฒนาสมรรถนะและทักษะในศตวรรษที่ 21 มากกว่าการทดสอบความจำ
3. คนไทยมีระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นมากขึ้น :
ปลดล็อกศักยภาพและอนาคตของเด็กเยาวชนไทยเพื่อสร้างสรรค์อนาคตไทยที่ทั่วโลกต้องการ
- วิกฤต : ยิ่งเรียน ยิ่ง IQ ลดลง งานวิจัยของ กสศ. ร่วมกับ RIPED มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยติดตามเด็กคนเดิมที่เข้าระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษา พบว่า เมื่อเด็กกลุ่มดังกล่าวเลื่อนระดับชั้นเรียนจากระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีระดับเชาวน์ปัญญาที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเด็กในสหรัฐอเมริกาในอายุนั้น ๆ ที่ 100 และมีแนวโน้มที่จะมีระดับเชาวน์ปัญญา (IQ) โดยเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าวมากยิ่งขึ้น แม้จะเป็นเด็กในระดับชั้นสูงขึ้น
- ทางออก : ปลดล็อกด้วย “ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น” ใช้ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) หรือ Learning Passport ให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ ยอมรับประสบการณ์นอกห้องเรียน เพื่อให้เด็กทุกคนออกแบบชีวิตตัวเองได้
4. จาก “เปราะบาง” สู่ “ความพร้อมรับมือวิกฤต”
- วิกฤต : ภัยพิบัติ ภัยสงคราม และโรคระบาด ทำให้โรงเรียนปิดและเด็กสูญเสียการเรียนรู้ (Learning Loss) โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
- ทางออก : สร้าง “ระบบการศึกษาที่ล้มแล้วลุกไว” (Resilient Education) โรงเรียนและเด็กต้องมีทางเลือก โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลต้องทั่วถึง เพื่อให้การเรียนรู้ไม่สะดุดแม้ในยามภัยมา พร้อมระบบดูแลสภาพจิตใจเด็กอย่างใกล้ชิด
5. จาก “ฟรีไม่จริง” สู่ “การศึกษาที่ฟรีจริง และครอบคลุม”
- วิกฤต : นโยบายเรียนฟรี 15 ปี ยังมี “ต้นทุนแฝง” (ค่าเดินทาง, อาหาร, เครื่องแบบ) ที่ครอบครัวยากจนต้องแบกรับเองกว่าปีละ 9,420 บาท
- ทางออก : ปฏิรูปงบประมาณสู่ “Equity-based Budgeting” จัดสรรเงินตามความจำเป็นของเด็กรายบุคคล ครอบคลุมค่าใช้จ่ายแฝงทั้งหมด เพื่อขจัดอุปสรรคทางการเงินให้เป็นศูนย์

ผู้จัดการ กสศ. ยังระบุอีกว่า หากเราละเลยการลงทุนในทุนมนุษย์ตั้งแต่วันนี้ ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับวิกฤตการคลังจากฐานภาษีที่หดตัวลงจนไม่เพียงพอต่อการแบกรับสวัสดิการสังคม และท้ายที่สุดเราจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาใด ๆ ที่คนไทยอยากเห็นเกิดขึ้นในช่วงชีวิตนี้ได้เลย
“กสศ. มุ่งหวังให้รายงานฉบับนี้เป็น เข็มทิศและสัญญาณเตือนภัย สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งปี 2569 เพื่อใช้เป็นเกณฑ์สำคัญในการพิจารณานโยบายและภาวะผู้นำที่กล้าตัดสินใจ ลงทุนในมนุษย์ อย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยก้าวพ้นวิกฤตและเติบโตได้อย่างยั่งยืน”
ไกรยส ภัทราวาท
- อ่านรายงาน กสศ.ฉบับเต็ม ดาวน์โหลดที่นี่
