ชวน ‘พรรคการเมือง’ ฟังเด็ก-ครู-ผปค. ขอเรียนฟรีจริง ลดภาระครู หลักสูตรตอบโจทย์มีงานทำ สร้าง รร.ปลอดภัย

4 พรรค ให้คำมั่นสัญญา เห็นฟ้อง เร่งแก้ปัญหาการศึกษาทันทีหากได้เข้าสภาฯ ชู ปรับเงินอุดหนุนครอบครัว ลดภาระผู้ปกครอง เล็งจัดสรรงบฯ โรงเรียนตามความต้องการเชิงพื้นที่ รับปากหามาตรการคืนครูสู่ห้องเรียน ใช้ Ai ช่วยงานเอกสาร เดินหน้าทำโรงเรียนให้ปลอดภัย พิทักษ์สิทธิเด็ก แก้ปมความรุนแรง

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 69 ในเวทีสนทนาสร้างสรรค์ เลือกตั้ง 69 เรื่อง “ป้ายยา การศึกษาไทย : นโยบายที่ชอบ กฎหมายที่ใช่” โดยมหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมกับ สภาองค์กรของผู้บริโภค และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมเปิดพื้นที่ชวนผู้แทนพรรคการเมืองให้ป้ายยานโยบายสร้างสรรค์ ได้แก่ พรรคไทยก้าวใหม่, พรรคประชาชน, พรรคเพื่อไทย และ พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหาทางออกให้กับปัญหาการศึกษาไทย

สิทธิการศึกษา คือ “สิทธิของผู้บริโภค”

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายในเรื่อง การศึกษาต้องฟรีจริง ไม่ใช่ผลักภาระให้ผู้ปกครอง การจัดสรรงบประมาณการศึกษาต้องเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม มีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายจริง การประกันคุณภาพการศึกษาที่เท่าเทียมกันและมีคุณภาพไม่ขึ้นอยู่กับฐานะ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบและกำหนดทิศทางของการศึกษา โดยคาดหวังจะเห็นการร่วมมือในการผลักดันปฏิรูปการศึกษาจากพรรคการเมืองและหลายฝ่าย

ชี้ช่องว่างการศึกษา เด็กกลุ่มเปราะบาง ยากจน

ผศ.สหวรัชญ์ พลหาญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. เปิดเผยต้นทุนการศึกษาที่ไม่ฟรีจริงกระทบเด็กจากครอบครัวยากจน เสี่ยงหลุดการศึกษาเกือบ 3 ล้านคน ปัจจัยหลัก คือ เศรษฐกิจ โดยเด็กกลุ่มนี้ต้อง ออกค่าใช้จ่ายเองกว่า 9,000-10,000 บาท/ปี ถือเป็นจำนวนเงินที่สูงเกินกว่าที่ครอบครัวจะแบกรับไหว

จึงเสนอให้ จัดสรรงบประมาณการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กและห่างไกลเพื่อเพิ่มความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำ โดยจัดสรรแบบ Block Grant ที่ผันแปรตามขนาดโรงเรียน ลักษณะภูมิศาสตร์และจำนวนเด็กด้อยโอกาส คาดหวังให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กไทย

สถานศึกษาปลอดภัย จบไปต้องมีงานทำ

ในมุมมองของผู้แทนจาก สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เรียกร้องความปลอดภัยในโรงเรียนทั้งทางกายภาพและสภาพจิตใจ เน้นย้ำ เรื่องการทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนโดยครู การบูลลี่ระหว่างเด็กนักเรียน การคุกคามทางเพศ การทำร้ายจิตใจโดยคำพูดเสียดสี ทิ่มแทง และการเข้าไม่ถึงการดูแลสุขภาพจิต พร้อมตั้งคำถามไปสู่อนาคตรัฐบาลไทย จะทำอย่างไรให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยในทุกมิติ

ขณะที่ผู้แทนจากฝั่งนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ฝากข้อกังวลด้านการหางานในอนาคตที่ วุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในตลาดแรงงานปัจจุบัน โดยต้องการทักษะอื่น ๆ ที่สามารถใช้ได้ในการทำงานจริง และต้องการหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ว่าจ้าง

ครูหมดไฟ ภาระล้น หลักสูตรไร้ทิศทาง

ผู้แทนจากเครือข่ายครูขอสอน เล่าถึงปัญหาเรื่อง ภาระงานที่นอกเหนือจากวิชาชีพครู ที่กัดกินกำลังกายและพลังใจในการทำงาน เบียดบังชั่วโมงการสอน จนส่งผลให้เกิดภาวะหมดไฟในครูอายุน้อย ขณะที่สัมพันธภาพระหว่างครู และผู้บริหารก็ส่งผลต่อการทำงานของครู

อีกปัจจัยที่มองว่าเป็นปัญหาคือ หลักสูตรการผลิตครู ระบุนักศึกษาวิชาชีพครูไม่ผ่านเกณฑ์กว่าร้อยละ 70 นอกจากนี้ยังระบุถึงความท้าทายที่ครูในโรงเรียนขนาดเล็กต้องเผชิญเมื่อเด็กในโรงเรียนไม่ได้มาจากครอบครัวที่มีความพร้อม ส่วน ปัญหาของหลักสูตรฐานสมรรถนะก็ยังไร้ทิศทางที่แน่ชัดว่าจะเน้นตอบโจทย์ผู้ว่าจ้างหรือสร้างพลเมืองที่มีความพร้อมในสังคม

รวมทั้งความพร้อมของครูในการสอน ครูไม่ได้ออกแบบการเรียนการสอนเองเพราะต้องยึดกับตำราเรียน และสุดท้ายคือ ทำอย่างไรให้การผลิตครูมีคุณภาพและเท่าทันความเปลี่ยนแปลงในอนาคต แล้วจะมีแนวทางหรือระบบพัฒนาครูที่อยู่ในระบบอย่างไรให้มีทักษะที่ดีขึ้น

การศึกษาต้องฟรีจริง ไม่ผลักภาระให้ผู้ปกครอง

ผู้แทนจาก เครือข่ายผู้ปกครอง Toolmorrow ชี้ให้เห็นปัญหาเรียนไม่ฟรีจริง มีค่าใช้จ่ายบานปลาย โดยปรียบปัญหานโยบายเรียนฟรีเหมือนร่มที่ดูดีแต่มีรูรั่วอยู่เต็มคัน ผู้ปกครองต่างใฝ่ฝันที่อยากเห็นลูกมีอนาคตที่ดี ได้มีโอกาสเรียนฟรีและจบไปเลี้ยงดูตนเองได้ แต่ความจริงที่ต้องเผชิญกลับต้องควักเงินออกค่าใช้จ่ายอีกมากมาย ทั้งค่าเทอมที่มาในรูปแบบค่าบำรุงการศึกษา และหากอยากให้ลูกได้มีโอกาสเรียนภาษาต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกหลายบาท ซ้ำบางครั้งต้องไปกู้หนี้นอกระบบเพื่อมาใช้จ่าย จึงอยากถามไปยังพรรคการเมืองว่า จะแก้ปัญหาการศึกษาไม่ฟรีจริงอย่างไร ? จะเอางบประมาณมาจากไหน ? จะสามารถเห็นเป็นรูปเป็นร่างได้เมื่อไหร่ ?

พรรคการเมืองกับคำสัญญา แก้ปมวิกฤตการศึกษาไทย

วราวิช กำภู ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ให้สัญญาแก้ปัญหาได้เลยเมื่อเข้าสภาฯ ภายใน 3 สัปดาห์​ โดยสามารถสั่งให้โอนเงินสนับสนุนการศึกษาครอบครัวละ 4,000 บาททันที และยกเลิกสูตรการคำนวณงบประมาณการศึกษารายหัวแบบเดิม ปิดท้ายด้วยการเสนอปรับระยะเวลาการเรียนหลักสูตรปริญญาตรีบางสาขาให้เหลือ 3 ปี เพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานเร็วขึ้น

ธีรศักดิ์ จิระตราชู พรรคประชาชน เสนอการแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาว โดยในมีนโยบาย ระยะสั้นให้เร่งสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเงินรายหัวทันที และปรับเปลี่ยนวิธีการจัดสรรงบประมาณให้สามารถโยกย้ายได้ ในระยะยาวเปลี่ยน พ.ร.บ.การศึกษาภายใน 3 ปี ระบุสิทธิและสวัสดิการเด็กต้องได้เรียนฟรีออกเป็นกฎหมายกระทรวงป้องกันการเปลี่ยนตามนโยบาย พร้อมสนับสนุนให้เรียนรู้ตลอดชีวิตและพัฒนาระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลสถิติความต้องการแรงงาน เพื่อให้เด็กและผู้ปกครองใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจอาชีพในอนาคต

พีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้อำนวยการ PTP Academy พรรคเพื่อไทย ชี้ปัญหาการศึกษาเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ โดยจะ สนับสนุนเงิน 3,000 บาทให้ผู้ปกครอง และจะสามารถ แก้ พ.ร.บ.การศึกษาภายใน 3 ปี โดยต้องปรับเปลี่ยนการเรียนฟรี กระจายงบประมาณตามความจำเป็น, ขนาดโรงเรียน, ภูมิศาสตร์ห่างไกล และให้องค์กรส่วนท้องถิ่นเข้ามาด้วยเติมในส่วนที่ขาด เช่น การคมนาคม

ส่วนในด้านการหางาน มีนโยบาย “เรียนได้งบ จบได้งาน” และพัฒนาหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

อรรถพล สังขวาสี พรรคประชาธิปัตย์ ย้ำว่า เพื่อหาทางออกให้กับการศึกษาไทยจะปรับการจัดสรรงบประมาณการศึกษาตามระดับความจำเป็นในพื้นที่ เพิ่มเงินอุดหนุนการศึกษาตามภาวะเศรษฐกิจ สัญญาจะยกระดับคุณภาพการศึกษาภายใน 3 ปี ส่วนการหางานเสนอให้ดึงองค์ความรู้ใหม่ ๆ ของเอกชนมาพัฒนาการศึกษา เพื่อให้เด็กไทยมีองค์ความรู้ที่พร้อมสำหรับการทำงานในอนาคต

คืนครูสู่ห้องเรียน

พรรคไทยก้าวใหม่ เสนอนโยบาย “3 เลิก 3 ให้”  เลิกค่าหัวเด็กตามจำนวน, เลิกทำงานธุรการและเลิกวิทยฐานะไร้หลักการ 3 ให้ ให้อาหารเช้าฟรี, ให้เรียนฟรีจริงถึงปริญญาเอกเรียน และให้ขวัญและกำลังใจครูโดยเสนอบ้านพักครูฟรี จากโรงเรียนเก่าและให้ธนาคารครูเพื่อนำไปสร้างครอบครัวได้

พรรคเพื่อไทย ชู  “Zero Project” ยกเลิกงานโครงการซ้ำซ้อนจากกระทรวง และช่วยลดงานเอกสารด้วย “Digital Government” และ จ้างคนภายนอกทำธุรการ

พรรคประชาชน เสนอแก้ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้บริหารและครูกับนักเรียนให้ดีขึ้น ย้ำการกระจายอำนาจให้โรงเรียนมีสิทธิในการตัดสินใจ ตัดสายพานการสั่งการต้องให้สั้นลง รัฐไม่ต้องสั่งงานจากส่วนกลาง สิ่งสำคัญคือต้องแก้กฎหมายลดภาระงานครู ลดโครงการ งานธุรการ งานจัดซื้อจัดจ้าง และเพิ่มระบบดิจิตอลให้เอไอช่วยตรวจสอบงานเอกสาร

พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ดึงเอกชนเข้าร่วมการลงทุนในการศึกษาและปรับหลักสูตรการศึกษาให้เท่าทันโลก

สร้างโรงเรียนปลอดภัยให้เด็กไทย

พรรคไทยก้าวใหม่ ขายนโยบายความปลอดภัยในโรงเรียน โดยเฉพาะด้านอาคารสถานที่และระบบไฟฟ้า พร้อมเสนอจัดตั้งคณะกรรมการผู้ปกครองเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด 

พรรคประชาชน สนับสนุนกฎหมายห้ามตีเด็ก ระยะยาวสนับสนุนสิทธิเด็ก และให้ครูเครารพสิทธิในร่างกายเด็ก เสนอคู่มือที่เป็นกิจกรรมการลดความรุนแรง การบูลลี่ ทั้งทางกายภาพและทางออนไลน์ให้แก่สถานศึกษา ย้ำกระทรวงศึกษาธิการต้องประกาศให้เคารพเนื้อตัวอย่างสูงสุด

พรรคเพื่อไทย ปรับปรุงการศึกษาให้ปลอดภัยตามหลัก จัดตั้งศูนย์พิทักษ์เด็กนอกโรงเรียน เพื่อสร้างที่พักพิงให้เด็กทุกคน พร้อมผลักจัดทำคาราวานนักจิตเดินทางไปทั่วประเทศให้เด็กเข้าถึงการดูแลด้านจิตใจ และปลูกจิตสำนึกการเข้าใจผู้อื่นลดการบูลลี่ในโรงเรียน

ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้มี ครูแนะแนวหรือผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแล พร้อม สนับสนุนการทำวัตรเช้า-เย็น เข้ามาช่วยพัฒนาสภาพจิตใจเด็กให้มีความเข้มแข็งเวทีนี้แสดงให้เห็นว่า การปฏิรูปการศึกษา และ สวัสดิภาพของครูและนักเรียน เป็นหัวใจสำคัญที่ทุกพรรคเห็นตรงกันว่าจะต้องทำทันที โดยเฉพาะการแก้กฎหมาย พ.ร.บ.การศึกษา เพื่อให้สิทธิการเรียนฟรีและการคุ้มครองเด็กยั่งยืนไม่เปลี่ยนไปตามกระแสการเมือง

Author

Alternative Text
AUTHOR

อภิญญา สูงชาญฐ์

สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น