‘วิทย์-คณิต’ ไม่ยากเกินไป! ย้ำ ลดเนื้อหาหลักสูตรไม่ใช่คำตอบ

ผอ.สสวท. ชี้ หลักสูตรวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เทียบระดับสากล จำเป็นสำหรับเด็กทุกคน มองปัญหาความยากอยู่ที่วิธีสอน มากกว่าการลดเนื้อหา พร้อมหนุนเพิ่มทักษะการเงิน เน้นสมรรถนะผู้เรียน

รศ.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ให้สัมภาษณ์ The Active ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าหลักสูตรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มีเนื้อหายากและแน่นเกินไป จนทำให้นักเรียนจำนวนมากต้องพึ่งการกวดวิชา หรือเรียนพิเศษ โดยย้ำว่าหลักสูตรของ สสวท. ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ที่ปรับปรุงในปี 2560 ซึ่งผ่านกระบวนการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ และได้รับการประเมินจากหน่วยงานระดับนานาชาติ อาทิ Cambridge International Examinations

ทั้งนี้ ผลการประเมินพบว่าหลักสูตรวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีของไทย มีเนื้อหาที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ส่งเสริมสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 พร้อมทั้งมีการปรับปรุงเนื้อหาอย่างต่อเนื่องให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เช่น การเพิ่มเติมเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อวกาศ ดาราศาสตร์ และองค์ความรู้สมัยใหม่ รวมถึงให้ความสำคัญกับการสร้างทักษะและทัศนคติในการเรียนรู้มากกว่าการเน้นเฉพาะความรู้

ย้ำเนื้อหาพื้นฐานจำเป็นสำหรับเด็กทุกคน

ผอ.สสวท. บอกอีกว่า ในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น นักเรียนทุกคนต้องเรียนเนื้อหาพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เหมือนกัน เพราะเป็นองค์ความรู้ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพในสาขาใดก็ตาม

รศ.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

ส่วนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หลักสูตรได้แบ่งออกเป็น วิชาพื้นฐาน สำหรับนักเรียนทั่วไป และ วิชาเพิ่มเติม สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) อยู่แล้ว จึงไม่ได้กำหนดให้ทุกคนต้องเรียนเนื้อหาเชิงลึกเหมือนกัน

แจงเหตุผลที่เนื้อหาบางเรื่องไม่เรียนต่อเนื่อง

สำหรับข้อสังเกตของครูและนักเรียนที่มองว่าเนื้อหาบางเรื่อง เช่น รูปทรงเรขาคณิต หรือปริมาตร ถูกแบ่งไปเรียนคนละช่วงชั้น ทำให้ขาดความต่อเนื่องนั้น รศ.ธีระเดช ระบุด้วยว่า แนวคิดการออกแบบหลักสูตรมีหลายรูปแบบ บางประเทศเลือกเรียนเรื่องเดียวให้จบ ขณะที่บางประเทศใช้วิธีเรียนพื้นฐานก่อนแล้วค่อยต่อยอดในระดับที่สูงขึ้น

“สสวท. เลือกใช้แนวทางแบ่งเป็นความรู้พื้นฐานที่เด็กทุกคนควรรู้ และความรู้เพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อเฉพาะด้าน เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม”

รศ.ธีระเดช เจียรสุขสกุล

ชี้ปัญหาหลักอยู่ที่วิธีสอน ไม่ใช่ความยากของเนื้อหา

กรณีที่ครูหลายคนสะท้อนว่าเนื้อหาค่อนข้างแน่น ทำให้ต้องเร่งสอนจนเด็กตามไม่ทันนั้น ผอ.สสวท. เห็นว่า สิ่งสำคัญคือการออกแบบการเรียนการสอนมากกว่าการลดเนื้อหา

“คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ต้องอาศัยการฝึกฝน เด็กไม่สามารถเรียนในห้องเพียงอย่างเดียวแล้วเข้าใจทั้งหมดได้ จำเป็นต้องฝึกทำโจทย์อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการเรียนภาษา”

รศ.ธีระเดช เจียรสุขสกุล

พร้อมเสนอว่า ครูควรใช้สื่อ เทคโนโลยี เกม การทดลอง หรือกิจกรรมกลุ่มเข้ามาช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ เพื่อให้เด็กเข้าใจแนวคิดที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น แทนการสอนแบบบรรยายหรือเขียนสูตรเพียงอย่างเดียว

หนุนเพิ่ม “คณิตศาสตร์การเงิน” แต่ไม่ควรเพิ่มภาระหลักสูตร

รศ.ธีระเดช บอกด้วยว่า ปัจจุบัน สสวท. ได้พัฒนาหลักสูตรด้านคณิตศาสตร์การเงินร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ครอบคลุมเรื่องการออม การวางแผนการเงิน การบริหารหนี้ ดอกเบี้ย การลงทุน และการเตรียมตัวสู่วัยเกษียณ

อย่างไรก็ตาม เนื้อหาดังกล่าวยังเป็นหลักสูตรเพิ่มเติม ไม่ใช่วิชาบังคับ โดยโรงเรียนสามารถเลือกนำไปจัดการเรียนการสอนได้ตามความพร้อม เพราะหากจะเพิ่มเนื้อหาใหม่เข้าไปในหลักสูตรแกนกลาง ก็จำเป็นต้องพิจารณาปรับลดเนื้อหาเดิมอย่างรอบคอบ

หลักสูตรใหม่จะเน้น “สมรรถนะ” มากกว่าความจำ

สำหรับการปรับปรุงหลักสูตรตามร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ผอ.สสวท. ระบุว่า แนวโน้มสำคัญคือการเปลี่ยนจากการวัดผลด้านความรู้เพียงอย่างเดียว ไปสู่การพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน

นั่นหมายความว่า ในแต่ละช่วงชั้นจะต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า เมื่อเรียนจบแล้ว ผู้เรียนควรมีทักษะอะไรบ้าง ทั้งการคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น การแก้ปัญหา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพและใช้ชีวิตจริงได้

เตือนลดความยากของหลักสูตร อาจกระทบคุณภาพการศึกษาทั้งประเทศ

เมื่อถูกถามว่าหากลดความยากของเนื้อหาลง จะส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาหรือไม่ รศ.ธีระเดช ยอมรับว่า ย่อมมีผล เพราะหลักสูตรของ สสวท. ถูกออกแบบสำหรับนักเรียนทั้งประเทศ ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งด้านศักยภาพและบริบท

นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษจำเป็นต้องมีเนื้อหาเพิ่มเติมเพื่อเตรียมแข่งขันหรือศึกษาต่อระดับสูง ขณะที่นักเรียนในพื้นที่ห่างไกลหรือด้อยโอกาส สสวท. ก็มีสื่อและเอกสารการเรียนรู้ที่ปรับให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียนอยู่แล้ว

“เราไม่คิดว่าการลดมาตรฐานของหลักสูตรเป็นคำตอบ แต่สิ่งที่ควรทำคือพัฒนาวิธีการเรียนการสอนให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละกลุ่ม”

รศ.ธีระเดช เจียรสุขสกุล

ยืนยันหลักสูตรไทยเทียบมาตรฐานสากล

ผอ.สสวท. ทิ้งท้ายว่า ในการจัดทำหลักสูตรและหนังสือเรียน สสวท. ไม่ได้อาศัยเพียงนักวิชาการภายในองค์กร แต่มีผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาเข้าร่วมพัฒนา ทำให้มีทั้งเสียงสะท้อนว่าเนื้อหาง่ายเกินไป และอีกส่วนมองว่ายากเกินไป

ดังนั้น สสวท. จึงยึดหลักรักษามาตรฐานทางวิชาการ โดยอ้างอิงทั้งเกณฑ์ของประเทศไทยและมาตรฐานสากล รวมถึงแนวทางของ OECD และการประเมิน PISA เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อหาที่นักเรียนไทยเรียนไม่ด้อยกว่าประเทศอื่น

“โจทย์สำคัญไม่ใช่การลดคุณภาพของหลักสูตร แต่คือการทำอย่างไรให้การจัดการเรียนการสอนสามารถพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐานที่หลักสูตรกำหนดได้จริง”

รศ.ธีระเดช เจียรสุขสกุล

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active