จาก ‘เรียนซ้ำชั้น’ สู่ ข้อถกเถียงเป้าหมายการเรียนรู้ ครู-นักการศึกษา เห็นพ้อง ต้องระมัดระวัง! ชี้ สร้างการตื่นตัวเด็ก ผู้ปกครอง แค่ระยะสั้น แต่อาจไม่ใช่ทางออกระยะยาว หวั่น ซ้ำชั้น ตีตรา สร้างปมความล้มเหลวทางการศึกษาในชีวิตเด็ก เสนอ โรงเรียนวัดผลการศึกษาเชิงพัฒนาการรายบุคคล เน้นดึงศักยภาพเด็กให้เติบโต พร้อมอยู่ร่วมกันได้ในสังคม มากกว่าพยายามยึดติดมาตรฐานความรู้ตามหลักสูตร
จากกรณี โรงเรียนมาบยางพรวิทยาคม อ.ปลวกแดง จ.ระยอง โพสต์ประกาศ ว่าเป็น โรงเรียนที่มีระบบการเรียนซ้ำชั้น เพื่อหวังแก้ปัญหาเด็กจบไปไม่มีคุณภาพ พร้อมระบุ หากไม่ประสงค์เข้ามาตั้งใจเรียน ก็ไม่ควรมาสมัครเรียนที่นี่ ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างความสนใจให้กับโลกโซเซียลฯ อย่างกว้างขวาง กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการศึกษาที่มีผู้คนในโลกโซเซียลฯ เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันล้นหลาม

โดยความคิดเห็นส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนแนวคิดการเรียนซ้ำชั้น เพราะมองว่า จะช่วยกระตุ้นให้เด็กและผู้ปกครองมุ่งให้ความสนใจในการเรียนมากขึ้น สร้างคุณภาพการศึกษาในเด็ก ไม่ปล่อยให้เด็กที่จบมาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ อย่างที่พบเห็นได้ในปัจจุบัน
แต่อีกด้าน ก็มีความคิดเห็นบางส่วนแสดงความกังวลต่อประเด็นดังกล่าว ว่าอาจเป็นการสร้างบาดแผลภายในจิตใจเด็ก รวมถึงอาจผลักเด็กกลุ่มหนึ่งออกไปโดยอ้อม มองว่า ไม่ควรใช้เกณฑ์การศึกษาดังกล่าวมาใช้ตัดสินคุณค่าของเด็ก โรงเรียนควรเป็นพื้นที่ของการเรียนรู้และติดตามผลการพัฒนาของเด็กเป็นสำคัญ
The Active ชวนหาคำอธิบายถึง ความเหมาะสมของการเรียนซ้ำชั้นในการศึกษายุคปัจจุบัน ผ่านมุมมองของนักการศึกษา และครูนักปฏิรูปการสอน
เป้าหมายของการศึกษา คือ การพัฒนามนุษย์
“ถ้ามองการซ้ำชั้นในแง่ของการอยากให้เขาพัฒนาขึ้น โดยการเรียนเพิ่มอีกสักปี 1 เพื่อให้เขามีคุณภาพตามเกณฑ์กระทรวงหรือเป้าหมายตามที่โรงเรียนต้องการ นี่ก็เป็นเป้าหมายระยะสั้น แต่ความเสียหายภายในที่เกิดจากการไม่ถูกเคารพคุณค่า หรือทำให้เด็กไม่เคารพคุณค่าของตัวเอง ก็จะเสียหายมากกว่า เพราะมันจะอยู่กับเขาตลอดปี”
เป็นเสียงสะท้อนจาก วิเชียร ไชยบัง ผู้อำนวยการโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ ในฐานะบทบาทครูนักปฏิรูปการเรียนรู้ เริ่มต้นบทสนทนา พร้อมชวนมองวัตถุประสงค์ของการศึกษา ว่าจัดการศึกษาเพื่ออะไร ? ซึ่งเห็นว่า การศึกษาควรช่วยพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ให้เติบโต และอยู่ร่วมกันได้ในสังคม มากกว่าที่จะพยายามยึดติดอยู่กับมาตรฐานความรู้ตามหลักสูตร ปัจจุบันควรยึดที่พัฒนาการของตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ

พร้อมเน้นย้ำ การวัดประเมินผลควรวัดเป็นรายบุคคลมากกว่าการเปรียบเทียบกับคนอื่น ๆ โรงเรียนควรเป็นที่ที่ช่วยยกระดับความรู้ของเด็ก ให้เป็นคนดีมีคุณภาพในสังคม
ผอ.วิเชียร ระบุด้วยว่า หลักสูตรการศึกษาในปัจจุบันไม่เท่าทันโลก ทุกวันนี้มีเทคโนโลยี Ai ความรู้ศาสตร์ใหม่ ๆ มากมาย แต่ระบบการศึกษาของไทยกลับยังถูกครอบ ขัง ด้วยวิธีการแบบเดิม เด็กจึงสูญเสียโอกาสที่จะได้เรียนรู้ และเท่าทันบริบทโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“โรงเรียนและครูต้องสร้างการตระหนักรู้ และใฝ่เรียนรู้ในเด็กผ่านการออกแบบการเรียนการสอน ให้มีความท้าทายและสร้างแรงบันดาลใจในการเรียน ต้องทำให้นักเรียนเห็นถึงเป้าหมายในการเรียน เราถูกทำให้เชื่อว่าการวัดผลการศึกษาต้องออกมาในรูปแบบของวิทยาศาสตร์ ถูกทำให้เชื่อว่าการศึกษาต้องวัดผลออกเป็นตัวเลขอย่างชัดเจน แต่ความเป็นจริงแล้วรากฐานของมนุษย์ คือ คุณลักษณะภายในและค่านิยมที่อยู่ในตัว ดังนั้น การวัดผลการศึกษาต้องจัดการใหม่ ระบบการศึกษา และโรงเรียนต้องมีทัศนคติต่อเด็กแบบใหม่ การศึกษาต้องเป็นเครื่องมือที่ช่วยโอบอุ้มเด็กทุกคน ไม่ใช่ใช้เพื่อเป็นเครื่องมือฟาดฟันกัน”
วิเชียร ไชยบัง
ผอ.วิเชียร ยังฝากย้ำว่า การศึกษาควรต้องยึดโยงที่เด็กเป็นหลัก ผู้ที่จัดการศึกษาต้องรู้จักเด็กจริง ๆ รู้ปัญหาของเขา รู้สภาพที่เขาเผชิญ และโลกใหม่ต้องการอะไรจากเขา จากนั้นนำสิ่งเหล่านี้มาออกแบบกระบวนทัศน์ วิธีการและหลักสูตรว่าเราจะปรับเปลี่ยนมันอย่างไร
‘การซ้ำชั้น’ ตีตรา สร้างปมความล้มเหลวในชีวิตเด็ก ?
ศ.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหารกองทุนเพื่อการความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ให้ความประเด็นนี้ โดยมองว่า การเรียนซ้ำชั้นควรต้องระวัง เพราะมีทั้งข้อดีข้อเสีย
- ข้อดี คือ กระตุ้นให้เด็กและผู้ปกครองเพิ่มความสนใจ และทุ่มเทในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
- ข้อเสีย คือ ปัจจุบันเด็กจำนวนมากมีความหลากหลายและแตกต่างกัน ถ้าจะมุ่งแต่การเรียนเก่งหรือผลสัมฤทธิ์ ตัดสินจากเกรด สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ เด็กกลุ่มหนึ่งจะถูกปล่อยปละละเลยและถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
“ผมคิดว่าการซ้ำชั้นไม่เหมาะสมในยุคปัจจุบัน เพราะจะทำให้เกิดการตีตราเด็ก สร้างปมความล้มเหลวทางการศึกษาในชีวิตของพวกเขา”
ศ.สมพงษ์ จิตระดับ

แนะวัดผลเน้นยืดหยุ่น-ตามความถนัดของเด็ก
นักการศึกษา ยังเชื่อว่า สถานการณ์ปัจจุบัน การวัดผลการศึกษาควรมีความยืดหยุ่น ควรเป็นการวัดผลตามความแตกต่างและตามความถนัดของเด็กรายปัจเจกมากกว่า การใช้มาตราฐานเดียวมาเป็นเกณฑ์อาจไม่ใช่คำตอบ อีกทั้งทุกวันนี้เด็กที่มีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับการเรียนจำนวนมาก หากถูกทำให้เกิดการซ้ำชั้นอีก จะเป็นการทำให้พวกเขาเหล่านั้นถูกทิ้งผลักออกไป การซ้ำชั้นจึงเป็นเรื่องที่ควรต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นการให้โอกาสแค่เด็กเพียงกลุ่มเดียวและปล่อยเด็กอีกกลุ่มไป
ดังนั้นการวัดผลการศึกษาต่อจากนี้ไป จึงควรเป็นการวัดผลเชิงพัฒนาการของเด็กแต่ละบุคคล เพื่อหาทางช่วยเหลือให้เด็กเติบโตตามศักยภาพของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ครูต้องสามารถหาจุดเด่น จุดด้อยของเด็กเพื่อจัดกระบวนวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเขา
“จริง ๆ แล้วสังคมของเรากำลังชูและยกย่องเฉพาะเด็กที่เรียนเก่งทั้งนั้นเลย เราต่างตัดสินที่ตัวเลขและเกรด แต่เรากำลังมองข้ามความรู้สึก ชีวิต และคุณค่าของเด็กจำนวนไม่น้อยเลย”
ศ.สมพงษ์ จิตระดับ
เชิดชูเด็กเก่ง ไล่เด็กมีปัญหา ย้อนแย้งจุดมุ่งหมายการศึกษา
สำหรับคุณภาพการศึกษาปัจจุบัน คนจำนวนมากต่างมองเห็นตรงกันว่ามันแย่ลง แต่ความจริงแล้วสังคมกำลังติดอยู่กับมายาคติ “เก่งและการคัดเลือกคน” เราให้ความสำคัญกับเด็กที่เก่งเพียงเท่านั้น และกำลังไล่เด็กที่มีปัญหากับการปรับตัวเข้ากับการศึกษาออกไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับจุดมุ่งหมายของการศึกษา
ศ.สมพงษ์ เน้นย้ำว่า การเข้าถึงการศึกษา คือ เรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรจะต้องเข้าถึงเด็กทุกคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน หากโรงเรียนในไทยนำเกณฑ์การซ้ำชั้นไปปรับใช้ทั้งหมด จะเป็นข้อเสียต่อตัวเด็ก และเป็นแนวคิดที่อันตรายต่อสังคม พร้อมฝากไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองที่หากมองเห็นความสำคัญของการพัฒนาของลูกมากกว่าตัวเลขหรือเกรด ก็ขอให้เลือกสถานศึกษาที่เหมาะสมกับบุตรหลานของตนเอง
