แมตช์เปลี่ยนชีวิต พาเด็ก 6 แสนคน กลับสู่ห้องเรียนด้วย “ฟุตบอล”

กสศ. และหลายองค์กร ผุดหลักสูตรใหม่ปี 69 “จักรวาลวิทยาฟุตบอล” ใช้กีฬาแก้โจทย์ความจนและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เปิดรับโรงเรียนและศูนย์การเรียนทั่วประเทศ ร่วมนำร่องใช้ “ฟุตบอลเป็นฐานการเรียนรู้” โดยมี ทักษะฟุตบอลเป็นหัวใจสำคัญ และพัฒนาผู้เรียนตามแนวทางเทียบเคียงกับเส้นทางมืออาชีพในโลกฟุตบอล

จากการสำรวจของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ปัจจุบันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษากว่า 6 แสนคน แม้สาเหตุมาจากความยากจนมากที่สุด แต่มีปัญหาร่วมอื่น ๆ เช่น มีปัญหาครอบครัว ออกกลางคัน/ถูกผลักออก ไม่ได้รับสวัสดิการด้านการศึกษา ปัญหาสุขภาพ อยู่ในกระบวนการยุติธรรม และได้รับความรุนแรง

เมื่อวิเคราะห์สาเหตุอื่น ๆ ของการออกกลางคันจากการตอบคำถามปลายเปิดจากจำนวนคำตอบทั้งสิ้น 5,270 คำตอบพบว่า เหตุผลที่ปรากฏบ่อย ได้แก่ ไม่อยากเรียน สะท้อนว่าเด็กกลุ่มนี้กำลังเผชิญกับปัญหาที่โยงใยซับซ้อนมากกว่า 1 ปัญหา โดยที่ไม่สามารถแก้เพียงเรื่องหนึ่งเรื่องใด แล้วจะหลุดพ้นจากวิกฤตได้

ตัวอย่างเรื่องราวของ “อับดุลฮาฟิส เจ๊ะดาโอ๊” หรือ ฮาฟิส จากสารคดีคนจนเมือง ซีซัน 6 ตอน “โค้ชมีดี แข้งล่าฝัน ปั้นเด็กชายแดน”  อายุ 16 ปี ปัจจุบันกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนนราธิวาส เพราะเรียนไม่ทันเพื่อนทำให้ฮาฟิสเรียนซ้ำชั้น ไม่อยากมาโรงเรียน จนเกือบลาออกกลางคัน

แต่เขามีความสนใจด้านกีฬาฟุตบอล ครูมีดี เจะโซะ ครูพละศึกษาจึงชักชวนมาร่วมซ้อมกับทีมฟุตบอลโรงเรียน ทำให้ฮาฟิสเริ่มมีความสุขและอยากมาโรงเรียนทุกวัน ผลการเรียนดีขึ้นตามลำดับ

“ผมเชื่อว่าเด็กพวกนี้ไม่ได้อยากหลุดออกจากระบบ เพียงแต่ไม่มีใครที่อยากจะไปคุย ไปให้กำลังใจ ไปดึงเขากลับมาเรียน ทั้งที่ความจริงเขามีศักยภาพ และวินัยในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้”

มีดี เจะโซะ

มีดี เจะโซะ

สำหรับการแข่งขันล่าสุดฮาฟิส และเพื่อนๆ ทีมโรงเรียนนราธิวาสเดินทางไปแข่งขันกับโรงเรียนกีฬายะลา มีเพื่อนฝีเท้าดีถูกชักชวนให้มาเรียนต่อที่โรงเรียนกีฬายะลาในปีการศึกษาหน้า นั่นหมายถึงโอกาสที่เด็กยากจน รวมถึงเด็กที่มีทักษะ ความถนัดด้านกีฬา จะมีทุนเรียนต่อถึงปริญญาตรีตามที่ใฝ่ฝัน

โค้ชมีดี เล่าว่า เด็กส่วนใหญ่ในทีมผลการเรียนไม่เข้าเกณฑ์ขอรับทุนการศึกษา แต่มีความสามารถด้านกีฬาฟุตบอล ที่มีโอกาสได้เข้ารับทุนการศึกษาในโควต้าพิเศษภายใต้ ทุนกีฬา จึงอยาก ใช้กีฬาสร้างโอกาสทางการศึกษา ไม่ให้มีเด็กต้องหลุดจากระบบเพราะความยากจน สอดคล้องกับข้อมูลจาก กสศ.ที่พบเด็กหลุดจากระบบมากที่สุดประจำปีการศึกษา 2567 อันดับหนึ่งคือ จ.นราธิวาส 353 คน

กสศ. ผุดโครงการฟุตบอลดึงเด็กกลับสู่ระบบ มองเห็นโอกาสในอาชีพ

The Active พูดคุยกับ พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. เล่าให้ฟังว่า มีเด็กอีกจำนวนมากที่ไม่ได้มีต้นทุนเพียงพอ แต่มีทักษะ ความชอบ และศักยภาพ ซึ่งพัฒนะพงษ์ ได้ยกตัวอย่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่ได้นำโรงเรียนขนาดเล็กที่กำลังจะถูกยุบของ สพฐ. มารับโอนและปรับเป็นโรงเรียนกีฬา เปิดโอกาสให้เด็กยากจนในพื้นที่ได้เข้ามาเรียนกีฬา ผลลัพธ์คือโรงเรียนได้รับความนิยม มีนักเรียนจำนวนมาก และสามารถพัฒนาเด็กไปสู่การทำเป็นอาชีพได้หลายคน

แม้เด็กบางคนจะไม่ได้โดดเด่นที่สุดในสนามฟุตบอล แต่สามารถพัฒนาและเติบโตได้จากการได้รับโอกาส แม้จะไม่ก้าวไปเป็นนักกีฬาอาชีพในทันที แต่อย่างน้อยการได้เล่นกีฬา ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน และมีเป้าหมายในชีวิต ก็ช่วยให้เขาไม่หลุดออกไปสู่เส้นทางที่เสี่ยง และยังเปิดโอกาสให้สามารถเติบโตต่อไปในอนาคต หรือเปลี่ยนไปสู่เส้นทางอื่นได้

พัฒนะพงษ์ ย้ำว่า  ไม่อาจบอกได้บอกว่าแบบไหนคือดีกว่า เพราะทั้งสองรูปแบบมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งมุ่งเปิดโอกาสให้เด็กยากจนเข้าถึงการศึกษา อีกฝั่งหนึ่งมุ่งคัดเลือกและพัฒนาเด็กที่มีศักยภาพสูงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น สิ่งที่ กศส. ทำ คือเปิดโอกาสให้กับเด็กอีกจำนวนหนึ่งซึ่งไม่มีโอกาสเข้าถึงโรงเรียนกีฬาในแบบที่คนที่มีความพร้อมเข้าถึงได้ ให้สามารถใช้ชีวิตหรือมีประสบการณ์แบบนี้ได้เช่นเดียวกัน

และยิ่งเมื่อดูสถานการณ์ที่ประเทศไทยมีเด็กจำนวนมากที่พร้อมจะหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งปัจจัยการถูกผลักออกจากโรงเรียน ความยากจนเป็นตัวหนึ่ง การติดศูนย์ ร. การถูกเพื่อนบูลลี่ หรืออีกหนึ่งสาเหตุคือการได้เรียนอะไรที่ไม่ถนัด ไม่สนใจ ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองชอบ บางครั้งทำให้ระบบการศึกษาไม่สามารถดึงเด็กให้อยู่ในระบบได้ กลายเป็นว่าเรื่องเหล่านี้เป็นอุปสรรคของการมาเรียนหรือโอกาสของการไปต่อในอนาคต ดังนั้นการมีทางเลือกของการศึกษาที่ไม่ใช่เป็นทางเลือกหลัก แต่ว่าเป็นทางเลือกที่คนเรียนสนใจ เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เช่น หลักสูตรพละศึกษา หลักสูตรนาฏศิลป์ หลักสูตรศิลปะ ทำเป็นหลักสูตร ร่วมกับศูนย์การเรียน มาตรา 12 ซึ่งเป็นสถานศึกษาประเภทหนึ่งของ พ.ร.บ. การศึกษา ที่ใช้กันอยู่ ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยให้เกิดเส้นทางการเรียนที่เป็นทางเลือกของเด็ก

“กีฬาไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย บ้านเราก็มีคนทำมาหากินในแวดวงกีฬา เป็นสัมมาอาชีพมีอยู่มาก ต่างประเทศก็มีเยอะ นอกจากเตะบอล ยังเป็นโค้ชได้ เป็นคนจัดสนาม จัดการแข่งขัน มันทำได้หลายอย่าง  นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าการศึกษาที่ยืดหยุ่น ซึ่งไม่จำเป็นว่าเด็กทุกคนต้องมุ่งสู่การเป็นเหรียญทองโอลิมปิก หรือสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ทั้งหมด”

พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน

แต่ประเด็นสำคัญที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาให้ความสำคัญ คือการทำให้โอกาสเหล่านี้เข้าถึงเด็กได้อย่างเท่าเทียม การเริ่มต้นตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ปล่อยให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา เด็กที่ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจและมีความสุขกับการเรียนรู้ จะไม่ปฏิเสธการเรียน หรือออกนอกเส้นทางไปทำอย่างอื่น ในทางกลับกัน หากปล่อยให้เด็กหลุดออกจากระบบและออกนอกเส้นทางไปแล้ว ปัญหาจะยิ่งซับซ้อนและรุนแรงขึ้น ทั้งในระดับบุคคลและสังคม เนื่องจากมีโอกาสสูงที่เด็กจะเข้าสู่เส้นทางที่ยากต่อการกลับมา

ล่าสุด กสศ. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ เปิดรับสมัคร โรงเรียนทุกสังกัดและศูนย์การเรียนทั่วประเทศ ที่สนใจร่วมนำร่อง “หลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอล” ปีการศึกษา 2569 หลักสูตรที่ใช้ “ฟุตบอลเป็นฐานการเรียนรู้” โดยมี ทักษะฟุตบอลเป็นหัวใจสำคัญ และพัฒนาผู้เรียนตามแนวทางที่เทียบเคียงกับเส้นทางมืออาชีพในโลกฟุตบอล และเห็นเป้าหมายในชีวิตว่า ฟุตบอลมีมาตรฐาน ทักษะ บทบาท และเส้นทางอาชีพที่หลากหลาย และเห็นว่าฟุตบอลเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวและกว้างกว่าแค่ในสนาม ผ่าน 4 มิติสำคัญของจักรวาลฟุตบอล

  • สนาม – ทักษะฟุตบอล กติกา การแข่งขัน การดูแลร่างกาย โภชนาการ และการปฐมพยาบาล
  • สโมสร – การทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ การบริหารทีม และฟุตบอลกับชุมชน
  • สื่อสาร – การสื่อสารกีฬา สื่อดิจิทัล คอนเทนต์ การพากย์ และการเล่าเรื่อง พร้อมเสริม ภาษาอังกฤษเพื่อฟุตบอล เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจคำศัพท์ คำสั่ง กติกา และการสื่อสารในสนาม เปิดประตูสู่โลกฟุตบอลสากล
  • สปอนเซอร์ – ธุรกิจกีฬา การตลาด แบรนด์ดิ้ง การหาผู้สนับสนุน และการสร้างความร่วมมือ

เปิดให้โรงเรียนและศูนย์การเรียนที่สนใจร่วมนำร่องหลักสูตรฟุตบอล ปีการศึกษา 2569 ลงชื่อโรงเรียน ศูนย์การเรียน พร้อมจังหวัด ผ่านช่องทางของ กสศ.


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active