จังหวัดนราธิวาส ยังคงเผชิญโจทย์ ความยากจน อย่างชัดเจน โดยมีสัดส่วนคนจนสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศ อยู่ที่ 21.17% จากรายงานสถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ปี 2567 ของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
ท่ามกลางบริบทที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังดำรงชีพด้วยการประมงพื้นบ้าน เกษตรกรรม และการรับจ้างรายวัน ภาระทางเศรษฐกิจและสังคมได้บีบให้เด็กจำนวนไม่น้อยต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา เพื่อออกมาช่วยครอบครัวหาเลี้ยงชีพ
แต่เมื่อราว 10 ปีก่อน ในหมู่บ้านชาวประมงในนราธิวาส ความหวัง ได้ถือกำเนิดขึ้น ผ่านเส้นทางชีวิตของ อิรฟาน ดอเลาะ กองกลางทีมชาติไทยตั้งแต่รุ่น U-19 ต่อเนื่องถึง U-23 ปัจจุบันอยู่ในเส้นทางลูกหนังอาชีพกับช้างป่าห้วยขาแข้ง อุทัยธานี เอฟซี

เรื่องราวของเขา ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จในสนาม แต่ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้เยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ มองเห็น ความเป็นไปได้ของชีวิต ว่าฟุตบอลอาจไม่ใช่แค่เกม แต่คือ โอกาสทางการศึกษา ไปสู่เส้นทาง อาชีพ ที่มั่นคง และความหวังในการหลุดพ้นจาก วงจรความยากจน ที่พวกเขาเผชิญอยู่ทุกวัน
“กับครูมีดี เจะโซะ ก็คุยกันตลอดเรื่องการสอนใช้ชีวิต ก็ค่อนข้างสนิทกัน แนะนำหลาย ๆ เรื่อง มีซื้ออุปกรณ์ไปให้ที่โรงเรียนเพราะว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเราที่ได้มาตรงนี้”
อิรฟาน ดอเลาะ


อิรฟาน เล่าถึงบุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิดในการเล่นฟุตบอลจนถึงปัจจุบัน นั่นคือ ครูมีดี เจะโซะ หรือที่เด็ก ๆ เรียกว่า โค้ชมีดี อดีตนักฟุตบอลอาชีพที่ตัดสินใจแขวนสตั๊ด มาสวมวิญญาณครูพละโรงเรียนนราธิวาส นานกว่า 17 ปี เคยพาทีมทะลุไปถึงระดับประเทศ ซึ่างถือเป็นยุคแรกที่สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนนราธิวาส รวมถึงภาคใต้
ภายใต้งบประมาณจำกัด โค้ชมีดี ต้องดูแลเด็กในทีมกว่า 60 ชีวิต ที่ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวยากจน พ่อแม่ไม่มีกำลังส่งเสียเกินกว่าระดับมัธยมศึกษา อุปกรณ์การซ้อมเกือบทั้งหมดจึงมาจากการทำขึ้นเองแบบง่าย ๆ ตั้งแต่เครื่องพ่นสีตีเส้นสนามจากมอเตอร์ไซค์เก่า หุ่นซ้อมฟุตบอลจากท่อพลาสติก แทนที่จะซื้อหุ่นยางมาตรฐานที่มีราคาสูงถึงตัวละ 3,000-5,000 บาท สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่การประหยัด แต่คือความพยายามที่จะ สร้างโอกาส ให้เท่าเทียมกับโรงเรียนสานฝันกีฬา

เป้าหมายสูงสุดของโค้ชมีดี คือการพาเด็ก ๆ ในทีม ตระเวนแข่งขันทั้งในจังหวัด ระดับภูมิภาค และรายการใหญ่ระดับประเทศ เพราะไม่ใช่แค่โอกาสในการพัฒนาฝีเท้า แต่ยังหมายถึงโอกาสที่แมวมองจากอะคาเดมี หรือ โรงเรียนสานฝันกีฬาจะดึงตัวพวกเขาไปเข้าทีม ซึ่งจะตามมาด้วยทุนการศึกษาไปจนถึงระดับปริญญา รวมถึงการได้ฝึกซ้อมที่มีคุณภาพ ทั้งด้านโภชนาการ อุปกรณ์ฝึกซ้อม เช่นเดียวกับที่ อิรฟาน เคยได้สัมผัสมาก่อน
ฟุตบอลสานฝันโอกาสทางการศึกษาเด็กยากจน
อาลิฟ ดอเลาะ และ บูฆอรีย์ อูมา วัย 16 ปี ลูกศิษย์ในทีมชุดปัจจุบันของโค้ชมีดี คือ ภาพสะท้อนภาพความจริงของเด็กยากจนใน จ.นราธิวาส ได้ชัดเจนที่สุด อาลิฟ ต้องออกเรือหาปลากับพ่อตั้งแต่เช้ามืด ครอบครัวมีรายได้แต่ละวันไม่แน่นอน บางวันกลับบ้านมือเปล่า


ขณะที่ บูฆอรีย์ ต้องทำงานพิเศษรับจ้างแยกเศษอาหารในร้านอาหารจนถึงสามทุ่ม เพื่อเก็บเงินซื้อสตั๊ดมือสองราคา 3,000 บาทด้วยตัวเอง เพราะไม่อยากขอเงินจากพ่อที่เป็น รปภ. ซึ่งมีรายได้ไม่เพียงพอจะเลี้ยงดูพี่น้องทั้ง 4 คน
สำหรับพวกเขา ฟุตบอลไม่ใช่แค่เกมกีฬา แต่คือ โควตา ที่จะพาพวกเขาไปสู่รั้วมหาวิทยาลัย โดยไม่ต้องให้พ่อแม่กู้หนี้ยืมสินมาจ่ายค่าเทอม


“ต้องมีความมุ่งมั่น มีวินัยมากกว่าคนอื่น มีความขยันอดทนด้วย ใจก็อยากทำเกรดให้ดีที่สุดเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าไม่ใช่ทุนกีฬาก็คงต้องจ่ายหลายบาทอยู่ ถ้าใช้จ่ายแบบนั้นก็น่าจะต้องถอนตัวเพราะบ้านผมไม่ค่อยมีตังค์”
บูฆอรีย์ อูมา
ขณะที่ โค้ชมีดี เล่าว่า เด็กส่วนใหญ่ในทีมผลการเรียนไม่เข้าเกณฑ์ขอรับทุนการศึกษา แต่มีความสามารถด้านกีฬาฟุตบอล ที่มีโอกาสได้เข้ารับทุนการศึกษาในโควต้าพิเศษภายใต้ ทุนกีฬา จึงอยาก ใช้กีฬาสร้างโอกาสทางการศึกษา ไม่ให้มีเด็กต้องหลุดจากระบบเพราะความยากจน สอดคล้องกับข้อมูลจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ค้นพบเด็กนอกระบบมากที่สุดประจำปีการศึกษา 2567 อันดับหนึ่งคือ จ.นราธิวาส 353 คน


“ผมคิดว่าเด็กยากจนกลุ่มนี้ขาดโอกาส เพราะพวกเขาเป็นเด็กที่เรียนไม่เก่งเท่าไหร่ แต่เป็นเด็กที่มุ่งในเรื่องของกีฬา ถ้าไม่มีครูที่มองเห็นศักยภาพ หรือทิ้งเด็กกลุ่มนี้ไปเขาก็จะยิ่งถูกตัดโอกาสทั้งที่มีความสามารถ”
มีดี เจะโซะ
ล่าสุดในการแข่งขันกระชับมิตรกับโรงเรียนกีฬาจังหวัดยะลา ทีมโรงเรียนนราธิวาสเดินทางด้วยรถขนฝันข้ามจังหวัดกว่า 80 กิโลเมตร ภายใต้การสนับสนุนจากผู้ปกครอง แต่หัวใจและความมุ่งมั่นก็ทำให้ อาลิฟ โชว์ฟอร์มเตะตาแมวมอง และได้รับโอกาสชวนไปเรียนต่อพร้อมทุนการศึกษา สวัสดิการ ซึ่งนั่นหมายถึงภาระของครอบครัวชาวประมงจะลดลงทันที และอนาคตปริญญาตรี ที่เคยเป็นเพียงภาพฝัน ก็เริ่มขยับเข้ามาใกล้ความจริง


ชัยชนะครั้งนี้พิสูจน์ถึงความตั้งใจ ความมีวินัยในการฝึกซ้อม รวมถึงหัวใจของครูที่มีให้กับลูกศิษย์ เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ไปกว่าความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ฝึกซ้อมที่เพียบพร้อม แต่หากมีการสนับสนุนในเชิงนโยบาย อนาคตของเด็ก ๆ อาจไม่ต้องลุ้นผู้โชคดีเตะตาแมวมอง แต่ทุกคนจะได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน
ฟุตบอล : โอกาสที่ต้องต่อให้ติด สำหรับเด็กชายแดนใต้
ท่ามกลางข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและโอกาสทางการศึกษาที่ยังไม่เท่าเทียม ฟุตบอล สำหรับเด็กในชายแดนใต้ จึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สามารถพาพวกเขา ก้าวข้ามข้อจำกัดชีวิตไปสู่โอกาสใหม่ได้
แต่ บับเบิ้ล – ยิ่งรัก รักษ์สุวรรณ กูรูฟุตบอลไทย ชี้ให้เห็นว่า ถึงอย่างไรก็ตาม เส้นทางจาก เด็กที่มีพรสวรรค์ ไปสู่ นักฟุตบอลอาชีพ หรือแม้แต่การใช้ฟุตบอลเป็นบันไดทางการศึกษา กลับไม่ได้ราบรื่นอย่างที่หลายคนคิด

“เด็กใต้ฝีเท้าดีนะ เรื่องทักษะไม่ต้องพูดถึงเลย แต่จุดสำคัญคือรอยต่อ…จากฟุตบอลนักเรียน ไปสู่ระดับอาชีพ มันยังไม่ต่อเนื่องมากพอ”
ยิ่งรัก รักษ์สุวรรณ
ช่องว่างนี้เอง กลายเป็น คอขวด สำคัญที่ทำให้เด็กจำนวนไม่น้อย แม้จะมีความสามารถ แต่กลับไปต่อไม่ได้
เมื่อโอกาสมี…แต่ไปไม่ถึง
แม้ฟุตบอลจะเปิดประตูสู่โอกาส ทั้งด้านการศึกษา ทุนการศึกษา หรืออาชีพในระยะยาว แต่ในความเป็นจริง เด็กจำนวนมากยังหลุดออกจากเส้นทางนี้กลางคัน
ปัจจัยหนึ่งมาจาก การปรับตัว เมื่อก้าวออกจากพื้นที่เดิม…
“เด็กบางคนเก่งมากตอนอยู่บ้าน แต่พอเข้ามาอยู่ในระบบที่ต้องแข่งขัน ต้องประเมินทุกปี เขาปรับตัวไม่ได้ สุดท้ายก็หลุดออกไป”
ยิ่งรัก รักษ์สุวรรณ

กูรูฟุตบอลไทย ยังย้ำว่า ไม่ใช่แค่เรื่องฝีเท้า แต่ยังรวมถึง ทัศนคติ ความเข้มแข็งทางจิตใจ และความสามารถในการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมใหม่ ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญ
“มันอยู่ที่ใจด้วย บางคนสู้ บางคนถอดใจ ทั้งที่โอกาสอยู่ตรงหน้า”
โครงสร้างที่ยังไม่เอื้อ : จากโค้ชถึงเวทีแข่งขัน
อีกข้อจำกัดสำคัญ คือ ระบบสนับสนุน ที่ยังไม่แข็งแรงพอ ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะต่างจังหวัดและชายแดนใต้ การพัฒนาเยาวชนยังขาดโค้ชที่มีคุณภาพและผ่านการอบรมอย่างเป็นระบบ
“โค้ชที่มีไลเซนส์จริง ๆ มันมี แต่ไม่มากพอ โดยเฉพาะในพื้นที่ไกล ๆ บางที่ยังเป็นลักษณะครูพักลักจำ ขณะเดียวกัน เวทีการแข่งขันที่มีคุณภาพก็ยังไม่เพียงพอ หรือไม่ต่อเนื่อง ทุกวันนี้บอลเด็กบางพื้นที่ไปเน้นบอล 7 คน เพราะจัดง่าย มีเงินรางวัล แต่ถ้าจะต่อยอดจริง มันต้อง 11 คน เพราะนั่นคือระบบอาชีพ”
ยิ่งรัก รักษ์สุวรรณ
ฟุตบอลจะเป็นโอกาสได้ ต้องมี “ระบบรองรับ”
ยิ่งรัก จึงเสนอว่า หากต้องการให้ฟุตบอลเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสอย่างแท้จริง จำเป็นต้อง ยกระดับทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงปล่อยให้เป็นเรื่องของความสามารถเฉพาะตัว
“มันต้องทำทั้งระบบ ตั้งแต่รากฐาน ไม่ใช่ไปมองแค่ทีมชาติ หรือความสำเร็จปลายทาง”
ยิ่งรัก รักษ์สุวรรณ

ข้อเสนอสำคัญ คือ
- การสร้างลีกเยาวชน ที่มีคุณภาพและต่อเนื่องในทุกระดับ
- การพัฒนาและกระจาย โค้ชที่มีมาตรฐาน ลงสู่พื้นที่
- การจัดทัวร์นาเมนต์ระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันและการถูกค้นพบ
- การสร้างเส้นทางต่อยอดที่ชัดเจน จากโรงเรียน → มหาวิทยาลัย → สโมสรอาชีพ
“ถ้าเด็กมีเวที มีโค้ชที่ดี มีคนเห็น เขาก็มีโอกาสไปต่อ แต่วันนี้มันยังไม่ครบ”
ยิ่งรัก รักษ์สุวรรณ
แรงบันดาลใจ : จุดเริ่มต้นของโอกาส
นอกเหนือจากโครงสร้าง แรงบันดาลใจ ก็เป็นอีกแรงขับสำคัญที่ ยิ่งรัก เชื่อว่า เด็กต้องเห็นตัวอย่างที่ดี โดยเฉพาะนักเตะที่ประสบความสำเร็จทั้งในสโมสร และระดับทีมชาติ ซึ่งเติบโตมาจากพื้นที่เดียวกัน ให้กลับมาช่วยพัฒนาฟุตบอลเยาวชนในจังหวัดของตัวเอง ถ้าทำได้ จะมีส่วนสำคัญที่ทำให้เด็ก ๆ ได้มีแรงบันดาลใจ ได้ตั้งเป้าหมายในชีวิต เพื่อจะไปให้ถึงความสำเร็จเหมือนอย่างพี่ ๆ
ฟุตบอลไม่ใช่แค่เกม แต่คือ “ทางเลือก” ของเด็กที่ระบบการศึกษาอาจพาไปไม่ถึง
ไม่ใช่แค่การใช้ฝีเท้าเพื่อพิสูจน์โอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิตเท่านั้น แต่สำหรับเด็กที่ชีวิตติดลบ ไร้ซึ่งโอกาส บางครั้ง ห้องเรียน ก็อาจไม่สามารถดึงพวกเขาเอาไว้ได้ นั่นทำให้ยังมีเด็กอีกจำนวนไม่น้อยค่อย ๆ หลุดออกจากระบบการศึกษา บางคนเพราะความยากจน บางคนเพราะไม่เคยรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนเชื่อมโยงกับชีวิตของตัวเอง
ท่ามกลางทางเลือกที่จำกัด กีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล จึงเริ่มถูกมองใหม่ ไม่ใช่แค่กิจกรรมยามว่าง แต่เป็นอีก ทางเลือก ที่อาจพาเด็ก ๆ เหล่านี้ ไปสู่โอกาสทางการศึกษา และอาชีพในอนาคต

พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างเดิมของการพัฒนากีฬาในไทยยังผูกโยงกับ ต้นทุนครอบครัว อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โรงเรียนกีฬาหลายแห่งมีค่าใช้จ่ายสูง และมักเปิดโอกาสให้กับเด็กที่ครอบครัวมีความพร้อม
ผลลัพธ์คือ ความสำเร็จในกีฬาหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นกอล์ฟ แบดมินตัน เทนนิส เทเบิลเทนนิส มักกระจุกอยู่ในกลุ่มเด็กที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ขณะที่เด็กยากจนจำนวนมาก แม้จะมีพรสวรรค์ กลับไม่เคยได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางนี้เลย
เมื่อ “ช้างเผือก” ไม่มีเวที
ในอีกด้านหนึ่ง เด็กยากจนจำนวนไม่น้อยมีทั้งทักษะ และศักยภาพ แต่กลับขาดโอกาสในการแสดงออก
“ถ้าระบบยังต้องอาศัยการสนับสนุนจากครอบครัวเป็นหลัก เด็กที่มีศักยภาพจำนวนมากก็อาจไม่มีโอกาสได้แสดงตัว”
พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน

เพื่อลดช่องว่างนี้ กสศ. จึงร่วมกับท้องถิ่น ทดลองสร้าง โมเดลทางเลือก ผ่านการนำโรงเรียนขนาดเล็กที่กำลังจะถูกยุบ มาปรับเป็นโรงเรียนกีฬา เปิดพื้นที่ให้เด็กยากจนเข้าถึงการเรียนรู้ผ่านกีฬา
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีเพียงจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น แต่รวมถึง เส้นทางชีวิต ที่เริ่มชัดขึ้นด้วย
การศึกษาแบบยืดหยุ่น เมื่อฟุตบอลคือห้องเรียนอีกแบบ
กสศ. จึงพยายามขยายแนวคิด การศึกษาที่ยืดหยุ่น ผ่านการพัฒนาหลักสูตรที่เชื่อมโยงความสนใจของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นกีฬา ศิลปะ หรือดนตรี
“เราพยายามทำหลักสูตรที่ไม่ใช่แค่ฟุตบอล แต่รวมถึงศิลปะ ดนตรี ให้เป็นทางเลือกของเด็กที่สนใจจริง ๆ”
พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน
แนวทางนี้ทำงานร่วมกับศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 และเครือข่ายมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างเส้นทางการเรียนรู้ ที่ไม่จำกัดอยู่แค่ระบบเดิม เพราะในความเป็นจริง ไม่ใช่เด็กทุกคนจะเหมาะกับเส้นทางวิชาการ หรือการแข่งขันในระบบเดียวกันทั้งหมด
ฟุตบอลในฐานะเครื่องมือ “ลดความเหลื่อมล้ำ”
มากไปกว่านั้น กีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล ยังมีบทบาทสำคัญในมิติของ การสร้างอาชีพ และ ลดความเหลื่อมล้ำ ตั้งแต่โค้ช ผู้ตัดสิน ผู้จัดการแข่งขัน ไปจนถึงงานเบื้องหลังในอุตสาหกรรมกีฬา ล้วนเป็นโอกาสที่สามารถต่อยอดได้
“นี่คือการศึกษาที่ยืดหยุ่น ไม่จำเป็นว่าเด็กทุกคนต้องไปถึงเหรียญทอง หรือมหาวิทยาลัย แต่เขาควรมีเส้นทางของตัวเอง”
พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การทำให้โอกาสเหล่านี้เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม เพราะประสบการณ์การทำงานของ กสศ. พบว่า เมื่อเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาไปแล้ว การดึงกลับมาเป็นเรื่องยาก ทั้งในแง่ความเชื่อมั่น การค้นหาตัวเอง และการเชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิต
“ถ้าเริ่มตั้งแต่ต้น ให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่สนใจ เขาจะไม่ปฏิเสธการเรียน และไม่หลุดออกจากระบบ”
พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน
การลงทุนในเด็กตั้งแต่วัยต้น จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่ในเชิงเศรษฐศาสตร์ แต่ในฐานะ การป้องกันปัญหา ระยะยาวของสังคม
บทเรียนสำคัญจากโมเดลนี้ คือ การเริ่มต้นจาก ความสนใจของเด็ก แล้วค่อยต่อยอดไปสู่ความรู้และทักษะ เมื่อเด็กได้เรียนในสิ่งที่รัก พวกเขาจะไม่เพียงอยู่ในระบบการศึกษาได้ยาวขึ้น แต่ยังมองเห็นเส้นทางของตัวเองชัดขึ้น
และในบางครั้งเส้นทางลูกหนังของเด็กคนหนึ่ง อาจไม่ใช่แค่พาเขาไประดับสโมสรอาชีพ หรือไปไกลจนติดทีมชาติ แต่ฟุตบอลสามารถพาเขาออกจาก วงจรความยากจน และเปิดประตูสู่อนาคตที่กว้างขึ้นได้เช่นกัน
- ชมย้อนหลัง : สารคดี คนจนเมือง ซีซัน 6 ตอน : โค้ชมีดี แข้งล่าฝัน ปั้นเด็กชายแดน


