Melayu Raya 2026  ชูศักยภาพเยาวชนสู่พลเมืองโลก

มลายูรายา ชูศักยภาพเยาชนคุณภาพ มีศักดิ์ศรีได้รับการยกย่อง สู่ ปัตตานีที่ถูกยอมรับจากในพื้นที่ และ ทั่วโลก

นอกจากสีสันใน งานวันอีดิ้ลฟิตรี (ฮารีรายอ) ซึ่งเป็นวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม หลังการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน อีกกิจกรรมที่จัดขึ้นต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน คือ Melayu Raya (มลายูรายา) ณ ชายหาดวาสุกรี อ.สายบุรี จ.ปัตตานี (วันที่ 23-24 มี.ค.69)


กิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปีในพื้นที่ชายแดนใต้ เป็นการรวมตัวกันของคนมลายู ที่แต่งกายด้วยชุมมลายู เพื่อมาพบปะ และกล่าวปฎิญาณร่วมกันที่จะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยภายในปีนี้จัดขึ้นในธีมงาน “มลายูที่มีคุณภาพ มีศักดิ์ศรีที่ได้รับการยกย่อง ปัตตานีที่ถูกยอมรับ”

อานัส พงค์ประเสริฐ  ที่ปรึกษามลายูรายอ  ให้สัมภาษณ์กับ The Active ว่า “มลายูรายา” คือ งานรวมตัวชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2565  ด้วยความต้องการหลัก คือ การเปิดพื้นที่ทางการเมืองโดยไม่ถูกแทรกแซง หรือ ถูกวางเงื่อนไข เพื่อให้เยาวชนได้มีพื้นที่แสดงออกทางความคิดเห็น แต่ภาพจำในปีแรก คือ การดำเนินคดีนักกิจกรรม โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ดำเนินคดีกับนักกิจกรรม 9 คน ในข้อหาหนัก อั้งยี่ซ่องโจร ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทย์

ทำให้รูปแบบของงานถูกปรับเปลี่ยน เพื่อให้สังคมภายนอกได้ รับรู้ถึงศักยภาพมิติอื่นๆ ของ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ตัวอย่างเช่น ในปีที่ผ่านมา (ปี 2568) มลายูรายยา มาในธีมสิ่งแวดล้อม Melayu Raya 2025 Green Melayu Suci PATANI  สะท้อนถึง ประเด็นร่วมสากลที่ถูกให้ความสำคัญ และเห็นผลงานจาก “เครือข่ายมลายูรายา” อาสาสมัครเยาวชนที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ เข้าไปช่วยเหลืออุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

ขณะที่ในปีนี้ ให้ความสำคัญกับการสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพทุกมิติ ทั้งความคิดทางการเมือง ความรู้สึกร่วมในประเด็นสากลทั้งมิติทรัพยากร, ศาสนา, เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม, และแรงงาน  เพื่อเป้าหมายสำคัญ ยกระดับศักดิ์ศรี ให้ได้รับการยอมรับจากในพื้นที่ และทั่วโลก

อับดุลฮาลิม มินซาร์ นายกเทศมนตรี เมืองตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ย้ำว่า มลายูรายา คือการสร้างโอกาส จากศักยภาพ และต้นทุนในพื้นที่ โดยในปีนี้ ท้องถิ่นอย่างเทศบาลตะลุบัน ได้เข้ามาอำนวยความสะดวกการจัดกิจกรรม คาดการณ์ว่า จะมีผู้เข้าร่วมงาน มลายูรายา มากกว่า 70,000-80,000 คน เทียบได้กับ เม็ดเงินสะพัดในท้องถิ่น มากกว่า 7-8 ล้านบาท โดยจำเป็นจะต้องถอดบทเรียนของปีนี้ เพื่อดูว่าจะต่อยอดศักยภาพอะไรในพื้นที่ได้อีก เพราะใน อ.สายบุรี มีจุดแข็งด้านอาหาร วัฒนธรรม การท่องเที่ยว ซึ่งพยายามที่จะเปิดการท่องเที่ยวให้มากที่สุด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และหนึ่งในสิ่งที่เป็นความหวัง คือ งานมลายูรายา เช่นกัน

มลายูรายา 2026 ยกระดับคุณภาพ “มลายู” สู่ พลเมืองโลก

“บนพื้นที่ความขัดแย้ง การถูกกดขี่อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา คือ กำแพงที่มองไม่เห็น 
ทำให้เราต้องปกป้องตัวเอง และ ต้องการพื้นที่ปลอดภัย 
แต่ความเป็น มลายู ไม่ควรถูกแช่งแข็ง จึงจำเป็นต้องยกระดับเพื่อข้ามพ้น ให้เราสามารถสัมพันธ์กับผู้คนได้”

อานัส พงค์ประเสริฐ  ที่ปรึกษามลายูราย

จนถึงปัจจุบัน มลายูรายยา มีผู้เข้าร่วมที่เพิ่มขึ้นทุกปี เป็นส่วนสำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ อำเภอสายบุรี จ.ปัตตานี และเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้มาร่วมกันขับเคลื่อนสังคมโดยกลุ่มเล็ก ๆ 

โดยกิจกรรมในภาพรวมของงานมลายูรายา ถูกปรับจากการมีเพียงกิจกรรมหลักบนเวทีกลาง สู่การกระจายข้อมูลการรับรู้ เป็นบู๊ทนิทรรศการที่หลากหลาย ที่ผู้เข้าร่วมสามารถแลกเปลี่ยนความรู้กับชาวมลายู เช่น

บู๊ทชมรมอนุรักษ์ มอ.ปัตตานี เครือข่ายเยาวชน ที่ต้องการปกป้องฐานทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมร่วมกับคนในพื้นที่ สะท้อนถึงคุณภาพของเยาชนที่เป็นกระบอกเสียง ทำงานเชิงข้อมูลร่วมกับชาวบ้าน และชุมชน ชะลอโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ เพื่อร่วมกันปกป้องฐานทรัพยากรธรรมชาติ

บูทปัญญาชนเมล็ดพันธุ์แห่งการพัฒนา (Seed of development) กลุ่มเยาวชนที่รวมตัวกันฟื้นผืนนาร้าง ในอำเภอยะหา จ.ปัตตานี จนกลายเป็นผืนนาที่อุดมสมบูรณ์ ฟื้นฟูความมั่นคงทางอาหาร และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อดึงคนรุ่นใหม่ให้มาร่วมกันสร้างประโยชน์ให้กับท้องถิ่น นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งเครื่องแต่งกาย ที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์ของมลายู ที่ยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้คนภายนอกเข้าถึง และได้สัมผัสถึงความเป็นวิถีมลายูได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการยืนยันว่า ชาวมลายูนั้นมีศักยภาพ และพัฒนาสู่การยอมรับในเวทีโลกได้อย่างแท้จริง

 

ความท้าทาย มลายูรายยา

“เรายืนยันตลอดว่า ถ้าเราต้องการความรุนแรง เราจะไม่ทำมลายูรายา เราจะเข้าป่าถือปืน แต่เราต้องการพื้นที่ทางความคิด พื้นที่ที่สามารถแสดงออกได้ คนที่มองเห็นต่างที่พร้อมจะถกเถียง แต่หากถูกปิดกั้น จะเกิดการระเบิด ทำให้พื้นที่แบบนี้แคบลง ความรุนแรงจะเข้ามาแทนที่ นี่คือ ความกังวล ที่เราอยากเห็นพื้นที่นี้ปลอดภัย”

อานัส พงค์ประเสริฐ  ที่ปรึกษามลายูรายอ

อานัส ย้ำว่า ผู้จัดเอง ยังต้องการเปิดพื้นที่ให้ กลุ่มชาติพันธุ์อื่น และคนภายนอก ได้เข้ามาสัมผัสกับความเป็นมลายู เพื่อให้เห็นความหลากหลาย โดยในปีนี้มีทั้ง ชาติพันธุ์กะเหรี่ยง, ชาวมาเลเซีย อินโดนีเซีย มาเข้ามาร่วมภายในงาน

ขณะที่ความท้าทายหลักยังคงอยู่ที่ การสื่อสารภาษามลายู ซึ่งเป็นความยากในการทำความเข้าใจ และการสร้างความรู้สึกร่วม  เช่นเดียวกับการยอมรับความเป็น “มลายูอื่น ที่ไม่ใช่มลายูมุสลิม” ที่เป็นเรื่องยาก และต้องใช้เวลากับการทำงานทางความคิดให้มากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้วนี่คือ ความยืดหยุ่นที่แลกเปลี่ยนกันได้ ผ่านรากของความเป็น “มลายู”

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active