ปธ.กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. ย้ำ รัฐเผชิญวิกฤตความน่าเชื่อถือ นโยบายไม่ตรงปก ไม่เป็นไปตามสัญญา พื้นที่การมีส่วนร่วมให้ประชาชนคิด ออกแบบนโยบายจึงสำคัญ พร้อมเดินหน้าแก้โจทย์ใหญ่ประเทศ ผ่าน ‘สมุดปกขาว’ ส่งถึงมือผู้มีอำนาจทางการเมือง แนะ รัฐ-กลไกราชการ เปิดโอกาส ดึงความร่วมมือทุกฝ่ายแก้วิกฤตประเทศ
วันนี้ (12 ม.ค. 69) ที่ รัฐสภา Policy Watch – The Active ไทยพีบีเอส และองค์กรเครือข่ายกว่า 40 องค์กร ร่วมจัดงาน Policy Watch Connect 2026 เปิดพื้นที่เชื่อมโยง “ประชาชน” และ “ผู้ออกแบบนโยบาย” ระดมโจทย์ใหญ่ของประเทศมากลั่นกรองเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่จับต้องได้จริง ส่งต่อถึงพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง
นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค ระบุว่า นโยบายสาธารณะ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่อยู่ร่วมกับทุกคนทุกลมหายใจ คุณภาพของนโยบายสาธารณะจะเป็นตัวกำหนด โอกาสชีวิตของแต่ละคนว่ามีมากน้อยแค่ไหน แต่ที่ผ่านมานโยบายเป็นสิ่งที่รัฐเลือกที่จะทำ หรือไม่ทำ จึงส่งผลถึงคุณภาพของชีวิตประชาชน

สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค
ตัวเชื่อมประชาชน ส่งเสียงถึงพรรคการเมือง
นรเศรษฐ์ ระบุว่า วันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 เป็นวาระสำคัญที่เกิดขึ้น 2 วาระ คือ การเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ โดยเชื่อว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยครั้งใหญ่ เพราะไม่ใช่แค่วันเลือกตั้ง หรือวันออกเสียงเท่านั้น แต่เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจ นั่นทำให้งาน Policy Watch Connect 2026 ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะถือเป็นตัวเชื่อมให้ประชาชน ได้มีโอกาสส่งเสียงไปยังพรรคการเมืองต่าง ๆ
“นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เราได้จัดงานนี้ขึ้นมา ในช่วงเดือนหน้าเป็นช่วงเวลาที่ให้พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาหาเสียงกับประชาชน เป็นช่วงเวลาที่พรรคการเมืองแข่งขันกันให้สัญญากับประชาชน ภาพจำที่เราจำกันได้ พรรคการเมืองจะออกมาเล่านโยบายต่าง ๆ ให้เราฟัง โดยเราในฐานะประชาชน ก็เป็นผู้ฟังทางเดียวเท่านั้น แต่ครั้งนี้พวกเราพยายามจะปรับเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา โดยจะให้ประชาชนมีบทบาทริเริ่ม ออกแบบนโยบาย งานนี้จึงเป็นพื้นที่เชื่อมโยงนโยบายสาธารณะ ให้เข้ากับเสียงของประชาชน เป็นความหวัง ความห่วงใยของประชาชน ผ่าน 12 เวทีเสวนา ที่จัดขึ้น ภายใต้โจทย์ใหญ่ของประเทศ”
นรเศรษฐ์ ปรัชญากร
รัฐกับวิกฤตความเชื่อมั่น การมีส่วนร่วมประชาชนจึงสำคัญ
นรเศรษฐ์ ยังระบุว่า หนึ่งในโจทย์สำคัญ คือ วิกฤตความน่าเชื่อถือของรัฐ ซึ่งทำให้นโยบายที่ประกาศไว้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง จนประชาชนขาดความเชื่อมั่น จึงเห็นว่าบทบาทของประชาชนในการมีส่วนร่วมกำหนดนโยบาย มีความสำคัญอย่างยิ่ง
“ข้อเสนอทั้งหมดในงาน Policy Watch Connect 2026 จะถูกรวบรวมเป็น สมุดปกขาว และจัด “ตลาดนัดนโยบาย” เพื่อเชื่อมโยงประชาชน ภาคประชาสังคม และพรรคการเมือง เปิดพื้นที่ให้ประชาชนตั้งคำถาม ติดตาม และทวงถามนโยบายจากพรรคการเมือง รวมถึงเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองชี้แจงการดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคประชาชนสู่พรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งนโยบายที่ดีไม่ควรรอให้ถูกกำหนดจากนักการเมืองเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องมาจากกระบวนการคิด และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง”
นรเศรษฐ์ ปรัชญากร

ฟังเสียงประชาชน พลังประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง
ขณะที่เวทีเสวนา “ความหวังการเลือกตั้ง ฝ่าวิกฤตประเทศไทย” วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) บอกว่า มีความหวังทุกครั้งกับการเลือกตั้ง เช่นเดียวกันกับงาน Policy Watch Connect 2026 ที่อยากเห็นหลังการเลือกตั้ง พรรคการเมืองเอาสิ่งที่ภาคประชาชน ได้ตั้งปณิธานไว้นำไปใช้ หากภาพแบบนั้นเกิดขึ้นจริง ก็จะเป็นพลังทางประชาธิปไตยที่เข้มแข็งมาก
“เหมือนอย่างที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อ 20 ปีก่อนมีปัญหาหมอกควันพิษ ที่ตัวเองไม่ได้ก่อขึ้นแต่เป็นผลกระทบที่มากจากประเทศเพื่อนบ้าน ในเวลานั้นรัฐบาลสิงคโปร์ ถูกกดดันอย่างหนักจากภาคประชาสังคม เพื่อขอให้ออกกฎหมายบังคับให้ บริษัทในสิงคโปร์ หากมีส่วนร่วมกับการเผาป่าจะถูกปรับอย่างหนักทุกวัน มีการกดดันต่าง ๆ ทั้งในเรื่องสินค้าที่มาจากการเผา นั่นทำให้เวลาต่อมาไม่นานอากาศในสิงคโปร์ดีขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นการที่รัฐบาลสิงคโปร์ยอมรับฟังเสียงสะท้อนของภาคประชาชน จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ดังนั้นงาน Policy Watch Connect 2026 ก็ถือเป็นสัญญาประชาคมหนึ่ง หากพรรคการเมือง หรือ รัฐบาลใหม่นำนโยบายเหล่านี้มาใช้ได้ก็จะมีประโยชน์”
วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

ผลักดันนโยบายจากฐานราก ให้ถึงมือผู้มีอำนาจ-การเมือง
รศ.ประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชนฯ ย้ำว่า เวลานี้ประเทศอยู่ท่ามกลางภาวะวิกฤตในหลายมิติทั้ง การเมือง ประชาธิปไตยตกต่ำถดถอย เศรษฐกิจ ปากท้องรายได้ และ รัฐสวัสดิการที่ไม่ก้าวหน้า สิ่งที่ผู้คนมีความกังวลก็คงได้ยินคล้าย ๆ กันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะหวังได้แค่ไหน เนื่องจากหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ก็ยังไม่สามารถแก้วิกฤตได้อย่างเป็นรูปธรรม
จึงอยากชวนกันคิดว่า ในงาน Policy Watch Connect 2026 ครั้งนี้ มีบทเรียน มีประสบการณ์ ของผู้คนภาคส่วนต่าง ๆ ที่ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาประเทศมารวมตัวกันเพื่อเสนอทางเลือกเชิงนโยบาย ไปสู่การผลักดันกฎหมาย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นนโยบายจากฐานราก ที่แท้จริง แต่สิ่งเหล่านี้อาจไม่อยู่ในมือของผู้มีอำนาจที่ตัดสินใจเชิงนโยบาย ทั้ง พรรคการเมือง นักการเมือง โจทย์สำคัญ คือจะทำอย่างไรที่นโยบายทางสังคม นโยบายที่ประชาชนร่วมแสวงหาทางออก จะไปอยู่ในมือของผู้มีอำนาจการตัดสินใจทางการเมือง

“Policy Watch Connect 2026 เป็นเหมือนตลาดนัดนโยบาย ที่เป็นเจ้าของแผงลอย ให้ภาคส่วนต่าง ๆ ที่ขับเคลื่อนนโยบายเอาของมาขาย นั่นคือนโยบายจากฐานราก แต่จะทำอย่างไรให้ของเหล่านี้ไปอยู่ในมือผู้มีอำนาจตัดสิน เข้าไปอยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติได้จริง”
รศ.ประภาส ปิ่นตบแต่ง
รศ.ประภาส ยังยกตัวอย่าง รูปธรรมของการคิดนโยบายที่เกิดขึ้นจากภาคีภาคประชาสังคมที่มาร่วมในงาน Policy Watch Connect 2026 อย่างในเรื่องความเหลื่อมล้ำ รัฐสวัสดิการ ซึ่งพบว่าเวลานี้ ภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ ได้ประชุมกันอย่างหนักเพื่อให้ได้ข้อสรุปเชิงนโยบายจากข้างล่าง แล้วประมวลสิ่งต่าง ๆ นำมาสู่ข้อถกเถียง ถกแถลงกัน จนเป็นนโยบายมาสรุปลง สมุดปกขาว เช่น นโยบายที่พื่น้องเครือข่ายร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้น ในประเด็นเรื่องที่อยู่อาศัยคนจนเมือง ซึ่งเป็นนวัตกรรมเชิงนโยบายที่สำคัญ โดยเสนอการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย มุ่งที่จะเสนอการแก้ไขปัญหา โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของ แต่เสนอให้เป็นที่อยู่อาศัยแบบเช่า ถือเป็นการเปลี่ยนฐานคิดในการขับเคลื่อนที่อยู่อาศัยคนจนเมืองไปสู่สาธารณะ จึงคาดหวังว่านโยบายที่สร้างสรรค์จากข้างล่างแบบนี้ จะเป็นนโยบายสาธารณะ ที่มีกลไก ติดตาม ให้ถูกนำไปใช้ได้จริงด้วย
หวังรัฐ-ราชการ ปล่อยวาง ดึงการมีส่วนร่วมทุกฝ่ายแก้ปัญหาประเทศ
ขณะที่ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อยากให้ทุกคนในสังคม ยอมรับก่อนว่า ปัญหาสังคม คุณภาพชีวิตมีความซับซ้อนมากเกินกว่าที่การเมือง และภาคราชการจะจัดการได้ฝ่ายเดียว แม้ราชการจะมีอำนาจก็ตาม ดังนั้นจึงต้องอาศัยการดึงภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา ให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

“สสส. เกิดขึ้นมาเพื่อเชื่อมส่วนนี้ เพื่อสนับสนุนให้ภาคประชาสังคม สร้างโมเดลต้นแบบ หรือกระบวนการแก้ไขปัญหา เพื่อส่งต่อไปยังภาครัฐได้ขยายผลไปสู่ทั่วประเทศ แต่ก็ต้องยอมรับว่า กระบวนการเหล่านี้ บางเรื่องประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนผ่านรูปแบบโมเดล แต่พอทำจริงอาจมีความซับซ้อนมากกว่า จำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยงกับเจตจำนงทางการเมือง เพื่อสนับสนุน ติดตาม ขยายผลเรื่องต่าง ๆ อย่างจริงจัง จึงอยากเห็นนโยบายสาธารณะที่ชาวบ้านเข้าถึงได้ ไม่อยากให้ราชการ หรือฝ่ายการเมืองลงมือทำเองคนเดียว แต่ต้องดึงทุกภาคส่วนเพื่อทำให้ปัญหาที่ซับซ้อน ยุ่งยากแก้ได้ ถ้ายอมรับตรงนี้ ภาคราชการก็ต้องปล่อยวางบางส่วน แล้วดึงภาคส่วนอื่น ๆ เข้ามาร่วมทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชน”
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์
ย้ำ “นโยบายสาธารณะ” จากการมีส่วนร่วม คือ ทางออกประเทศ
สอดคล้องกับ นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ที่ยอมรับว่า ปัญหาต่าง ๆ ยากขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนจึงคาดหวังกับการเลือกตั้งรอบนี้ ต้องทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ซึ่งนโยบายสาธารณะ เป็นเรื่องที่สำคัญ โดย ศ.ประเวศ วะสี เคยย้ำไว้ว่า อุดมการณ์ที่สำคัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ คือ การสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม หากทำไม่ได้ก็จะเกิดปัญหากับมวลมนุษยชาติ ดังนั้นเวลาต้องขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาก็ต้องมีองค์ความรู้ ด้านสังคม การเมือง มาร่วมด้วย งาน Policy Watch Connect 2026 จึงถือเป็นโอกาสดี ในการเป็นพื้นที่เชื่อมโยงกันทุกภาคส่วน จึงเชื่อว่าในทุกวัน ทุกเวทีจากนี้ จะมีองค์ความรู้เกิดขึ้นเยอะมาก

“นโยบายสาธารณะ ที่ดีคือกระบวนการทำนโนบายแบบมีส่วนร่วม จะทำให้ประเทศมีทางออก เป็นประชาธิปไตยที่มาจากฐานรากจริง ๆ คิดว่าหลายเรื่องในงาน Policy Watch Connect 2026 จะเป็นประโยชน์เพื่อไปขับเคลื่อนต่อให้เกิดความหวัง การลงมือทำ ไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งต้องทำทุกครั้งที่มีโอกาส”
นพ.สุเทพ เพชรมาก
มองความหวังนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง
เช่นเดียวกับ ณัฐพงศ์ รอดมี ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ก็ย้ำถึงความสำคัญของการมีพื้นที่การมีส่วนร่วมคิดนโยบาย โดยเฉพาะการได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชน แม้ยอมรับว่า ความหวังต่อนโยบายของทุกคนไม่เหมือนกัน แต่จะทำอย่างไรที่จะสะท้อนความหวังความต้องการ เพื่อให้นโยบายไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจนที่สุด

โดยคาดหวัง 3 เรื่องสำคัญ คือ 1. ในเชิงกระบวนการ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ทุกคนคาดหวังให้เกิดความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ตรวจสอบได้ 2. นโยบายสาธารณะ จะทำอย่างไรให้เสียงสะท้อนของคนตัวเล็กตัวน้อย ได้ไปอยู่บนโต๊ะนโยบายของพรรคการเมือง ทำอย่างไรให้การจัดทำนโยบายของพรรคการเมืองเพียงเพราะอยากทำ หรือไม่อยากทำ แต่ต้องทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง 3. การมีส่วนร่วม ถือเป็นข้อต่อไปสู่ภาคประชาสังคม ให้มีส่วนร่วม ตอบโจทย์ ติดตาม ประเมิน เป็นกลไกสำคัญสู่การผลักดันเชิงนโยบาย ทำให้ทุกมิติเป็นความคาดหวังที่อยากเห็น เชื่อว่า การเลือกตั้งจะเป็นหมุดหมายสำคัญสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศได้
สำหรับงาน Policy Watch Connect 2026 ระดมโจทย์ใหญ่ของประเทศมากลั่นกรองเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่จับต้องได้จริง จัดขึ้นตั้งแต่ 12 – 23 มกราคม 2569 ณ สัปปายะสภาสถาน (อาคารรัฐสภา) ถ.สามเสน กรุงเทพมหานคร
- ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีได้ที่ https://forms.office.com/r/uQ8UamnAVS
- ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก https://theactive.thaipbs.or.th/news/policy-watch-connect
