จับตาศึกขอสงวนแปรญัตติ สว. ตัด ‘กองทุนอากาศสะอาด’ ? เผย สว. ขอสงวนความเห็นแก้ไขมากกว่า 70 มาตรา ยันกรณี กกร. แถลงจุดยืน ไม่กดดันการทำหน้าที่ สว. มั่นใจร่างกฎหมายเสร็จปลายปี 2568 – ต้นปี 2569 ทันก่อนยุบสภา
วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. วุฒิสภา เปิดเผยกับ The Active ถึงความคืบหน้าในการพิจารณากฎหมาย โดยยอมรับว่า เวลานี้พิจารณาครบทุกมาตราแล้ว จากเดิมที่มี 140 มาตรา และมีการแปรญัตติกันจนได้มากถึง 273 มาตรา ตอนนี้เป็นขั้นตอนการทบทวน สำหรับผู้ที่สงวนความเห็น ซึ่งได้มีการให้กลับไปทำการบ้านว่าจากข้อถกเถียงที่มีการพูดคุยในห้องประชุม เพื่อตัดสินใจว่าจะสงวนความเห็นหรือจะถอนการสงวนความเห็น ให้เป็นไปตามร่างเดิมที่มาจากสภาผู้แทนราษฎร โดยผู้ที่จะสงวนความเห็นได้ จะต้องเป็นกรรมาธิการวิสามัญเท่านั้น และมีการเปิดโอกาสให้สมาชิกวุฒิสภา ท่านอื่นที่มีความประสงค์จะแปรญัตติ เห็นว่าควรมีข้อความเพิ่มเติม หรือควรจะตัดบางเรื่องราวออก ซึ่งเป็นสิทธิ์ของสมาชิกวุฒิสภา ที่สามารถขอแปรญัตติได้

“ขั้นตอนนี้ก็จะพูดคุยกับผู้ขอสงวนความเห็นในชั้นกรรมาธิการก่อน ส่วนในเรื่องของวุฒิสมาชิกที่ขอแปรญัตติ จะกำหนดวันเวลาในภายหลัง ซึ่งมีวุฒิสมาชิกหลายคนให้ความสนใจกับร่างกฎหมายฉบับนี้ มีการแปรญัตติไว้ราว 70-80 มาตรา ซึ่งมากพอสมควรอาจจะต้องใช้เวลาในการประชุมถึง 2 ครั้ง”
วุฒิชาติ กัลยาณมิตร
เมื่อถามถึงข้อกังวลของ สว. สอดคล้องกับในชั้น สส. หรือไม่นั้น วุฒิชาติ ระบุว่า มีทั้งสอดคล้องและแตกต่างโดยมองว่าเมื่อประกาศใช้กฎหมาย อยากให้เห็นการปฏิบัติได้จริง ที่ทุกฝ่ายจะต้องเดินไปด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สุขภาพของประชาชน ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรได้รับ แต่ต้องมาดูความละเอียดก่อนว่าจะกระทบเรื่องเศรษฐกิจหรือไม่อย่างไร เช่น การควบคุมจะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ที่กฎหมายกำหนด ต้องมีเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปใส่ใจตรวจสอบดูแล
กลุ่มเปราะบาง ‘แรงงานกลางแจ้ง’ ถูกนับอยู่ในกฎหมาย
วุฒิชาติ ยังอธิบายถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นการ “ขอให้เพิ่ม ไม่ใช่ตัด” โดยอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ขอให้เพิ่มไปว่า ในส่วนของกลุ่มเปราะบาง กลางแจ้งอยากให้รวมถึงผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้ง ที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศด้วย ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการไปปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่ากฎหมายครอบคลุมกลุ่มคนเหล่านี้หรือไม่อย่างไร ซึ่งก็ได้รับคำยืนยันว่าครอบคลุมแล้ว ให้คงไว้ตามร่างเดิม
“ไม่ได้ตัดสิทธิ์ แต่ต้องมาดูว่าในแต่ละเรื่อง ผลกระทบของกลุ่มเปราะบางอาจจะหมายรวมถึง ทุกคนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่กลางแจ้ง เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร คนงานก่อสร้าง ต้องปฏิบัติงานเต็มเวลา อยู่บนท้องถนน ซึ่งจะหมายรวมเข้าไปหมด แต่หากเป็นแรงงานกลางแจ้งที่ไม่ได้ทำงานอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศจะไม่รวมอยู่ในกลุ่มเปราะบาง ดังนั้นการกำหนดคำนิยามให้กว้าง ไม่เขียนจำเพาะเจาะจง และไปอาศัยการตีความ ซึ่งทุกครั้งก่อนที่จะสรุปในแต่ละมาตรา จะทำความเห็นกฤษฎีกาที่เป็นนักกฎหมายก่อน”
วุฒิชาติ กัลยาณมิตร

เพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. วุฒิสภา
‘กองทุนอากาศสะอาด’ มาตรการทางเศรษฐศาสตร์
ผู้ก่อเป็นผู้จ่าย ยังอยู่ครบ ?
วุฒิชาติ ยังเปิดเผยถึงประเด็น กองทุนอากาศสะอาด ที่มีสมาชิกวุฒิสภาขอสงวนคำแปรญัตติโดยขอให้ตัดออกทั้งหมด โดยเรื่องนี้ต้องรอผู้แปรญัตติเข้ามาอธิบาย เหตุผลความจำเป็นที่อยากให้ตัดออก รวมถึงรับฟัง ความเห็น ความจำเป็นของร่างฉบับสภาผู้แทนราษฎร
ส่วนเรื่อง ประธานคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด มีความเห็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายหนึ่งอยากให้ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อีกฝั่งอยากให้เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะมองว่าผู้ว่าฯ มีอำนาจในการสั่งการ แต่หากอยากให้เกิดการมีส่วนร่วม ก็จะมีการเชิญนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเข้ามา และมองว่า นายก อบจ. อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องอำนาจการสั่งการ ไม่สามารถสั่งการได้ทุกหน่วยราชการ แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยกันและโหวต ผู้สงวนความเห็น เราสามารถไปอภิปรายอีกครั้งเพื่อลงมติ การพิจารณารายมาตรา วาระ 2-3
ยืนยัน กฎหมายเสร็จได้ใช้ ทันก่อนยุบสภาฯ
ประธาน กมธ.ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ สว. ย้ำว่า ไม่มีข้อกังวลว่าจะไม่ทันการยุบสภา เพราะได้กำหนดเวลาไว้ภายในเดือนธันวาคม 2568 ทุกอย่างจะเรียบร้อย และยังไม่เห็นเหตุผลว่ารัฐบาลจะยุบสภาเร็ว ซึ่งตามไทม์ไลน์ คือ 31 มกราคม 2569 ดูจากการดำเนินงานคิดว่าอย่างไรก็ทัน และน่าจะเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาได้ภายในช่วงปลายธันวาคม 2568 หรือ ต้นมกราคม 2569
“วุฒิสมาชิกก็เป็นประชาชน ที่มีสิทธิ์ได้รับอากาศสะอาด มลพิษทางอากาศส่งผลกระทบทั้งหมด เราก็อยากเห็นกฎหมายเหมือนกัน แต่ต้องยืนอยู่บนพื้นฐาน ที่จะไปได้ด้วยกันทุกฝ่าย”
วุฒิชาติ กัลยาณมิตร
กกร.แถลงจุดยืน ไม่มีผล กดดัน สว. ?
โดยในการประชุม กมธ. ครั้งที่ 7 (4 ธ.ค. 2568) คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มาร่วมประชุมด้วย วุฒิชาติ เปิดเผยว่า มาร่วมในฐานะผู้ให้ข้อมูลแต่จะไม่มีสิทธิ์ในการโหวต จะมีเพียงคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งมาจากภาคประชาชน 9 คน มาจาก คณะรัฐมนตรี 4 คน ที่เหลือเป็น สว. เมื่อถามถึงข้อกังวลของภาคเอกชน ระบุว่า “ยังเหมือนเดิม”
“ต้องเรียนว่า ต่างคนต่างมีความเห็นของตัวเอง เพียงแต่ว่าในการเสนอความเห็นไม่อยากให้เป็นข้อขัดแย้ง แต่เมื่อได้ข้อสรุปอย่างไรควรเคารพสิทธิ์นั้น ผมเปิดโอกาสให้ทุกคนที่จะแสดงความคิดเห็น เพื่อให้กรรมาธิการที่มีหน้าที่ให้ความเห็นจะได้รับข้อมูลครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นจากผู้มีส่วนได้เสีย ผู้ที่ถูกบอกว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดมลพิษ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อมลพิษ รับฟังหมด และเชื่อว่าทุกคนมีวุฒิภาวะเรื่องนี้พอ ในการรับข้อมูลและนำมาสังเคราะห์ว่าอะไรที่จะเป็นประโยชน์”
“ไม่ได้รู้สึกกดดัน เพราะ สว. มีหน้าที่พิจารณากฎหมาย ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน โดยไม่ได้คำนึงถึงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เป็นสิทธิทุกฝ่ายจะออกความคิดเห็น แต่จะพิจารณาตามข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นถ้าถามว่า กกร.แถลง กดดันไหม ผมไม่กดดันอะไรเลย เฉย ๆ ไม่มีใครโทรมาหาผม ทั้งที่ ผมก็มีบุคคลที่รู้จัก ในทุกภาคส่วน ก็ไม่มีใครโทรมา”
วุฒิชาติ กัลยาณมิตร

เครือข่ายอากาศสะอาด หวั่น ‘ระบบฝากไว้ได้คืน’ ถูกตัด
ด้าน Thailand Can เครือข่ายอากาศสะอาด โพสต์ข้อความ เผยว่า มีผู้ขอตัด “ระบบฝากไว้ได้คืน” (Deposit & Refund) อีกเครื่องมือสำคัญ ที่จะทำให้ขยะไม่กลายเป็นมลพิษ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาเสนอขอให้ตัดออกทั้งหมวด (มาตรา 175–176) พร้อมอธิบายว่า ระบบนี้ทำงานง่ายมาก คือ ซื้อของ จ่ายมัดสินค้าจำเล็กน้อย เมื่อนำเอามาคืน ก็จะได้เงินคืน ถ้าเราไม่เอามาคืน ก็จะมีคนเก็บไปขาย เพราะ “มีมูลค่า”
พร้อมยกตัวอย่าง ผลลัพธ์ในต่างประเทศ ว่า
- ขยะลด 80–90%
- ลดการเผาขยะและสารเคมีในไร่นา
- ลด PM2.5 ที่มาจากการเผาบรรจุภัณฑ์สารเคมี
กฎหมายอากาศสะอาดฯ ก็จะใช้ระบบนี้กับ
- ถังสารเคมีการเกษตร
- ซากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- บรรจุภัณฑ์ที่เป็นอันตราย
ถ้าถูกตัด จะส่งผลให้
- วงจรสินค้าไม่สมบูรณ์
- ขยะจะถูกทิ้งและเผาต่อ
- มลพิษอากาศเพิ่ม
- เราสูดควันพิษต่อไป
- ปัญหาไม่ถูกแก้ที่ต้นเหตุ
“นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ นี่คือ ความปลอดภัยของประชาชน ที่กำลังจะถูกลบออกจากร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด อย่าปล่อยให้เครื่องมือสำคัญถูกตัดออก”
