ย้ำ ผลกระทบและความเดือดร้อนหนัก ทั้ง ด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ชี้ รัฐมีหน้าที่ต้องคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตของชุมชนชาติพันธุ์ มิให้ได้รับผลกระทบจากกระบวนการพัฒนาหรือกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรและวิถีชีวิต ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตชุมชนชาติพันธุ์
วันนี้ ( 22 มี.ค.69 ) ชาวบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกอย่างเร่งด่วน
โดยหนังสือมีรายละเอียดสำคัญ ว่า ชาวบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ยาว ซึ่งเป็นชุมชนชาติพันธุ์ที่ประกอบด้วยกะเหรี่ยง ม้ง ลาหู่ และอาข่า มีประชากรประมาณ 400 คน และ 90 หลังคาเรือน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำกก และดำรงวิถีชีวิตโดยพึ่งพาสายน้ำดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการอุปโภคบริโภค การเกษตร และการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและกิจกรรมช้าง ซึ่งเป็นฐานรายได้หลักของชุมชน
ปัจจุบันแม่น้ำกกมีลักษณะขุ่นตลอดทั้งปี สะท้อนถึงความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง และจากผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำและดินตะกอน พบการปนเปื้อนของโลหะหนัก โดยเฉพาะสารหนู (Arsenic) เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการอุปโภคบริโภค โดยมีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมต้นน้ำข้ามพรมแดน หากสารพิษสะสมจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพในระยะยาว
“ สถานการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ประชาชนเริ่มมีอาการผิดปกติทางผิวหนัง เช่น ผื่น ตุ่ม และการระคายเคือง ขณะเดียวกันพบความผิดปกติทางผิวหนังในช้าง ส่งผลให้ไม่สามารถใช้น้ำจากแม่น้ำกกในการเลี้ยงช้างได้ตามปกติ อันกระทบต่ออาชีพหลักของชุมชน แม้บางครัวเรือนจะไม่ได้ใช้น้ำเพื่อการบริโภคโดยตรง แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากการสัมผัสและการบริโภคสัตว์น้ำ แม้ในสถานการณ์ดังกล่าว”

ชุมชนได้พยายามแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง โดยการขุดบ่อน้ำตื้นและบ่อบาดาลมากกว่า 50 จุด เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำกกโดยตรง อย่างไรก็ตาม แหล่งน้ำดังกล่าวยังไม่ได้รับการตรวจสอบคุณภาพอย่างเป็นระบบ และยังคงมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในการใช้อุปโภคบริโภค
ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตชุมชนชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 รัฐมีหน้าที่ต้องคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตของชุมชนชาติพันธุ์ มิให้ได้รับผลกระทบจากกระบวนการพัฒนาหรือกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรและวิถีชีวิต
ในการนี้ เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ชุมชนชาติพันธุ์บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรจึงขอความอนุเคราะห์ให้จังหวัดเชียงรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
1. ตรวจสอบคุณภาพแหล่งน้ำในชุมชนอย่างครอบคลุมและเร่งด่วน ให้ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพน้ำในบ่อน้ำตื้นและบ่อบาดาลทุกจุดที่ชุมชนใช้งาน ซึ่งมีมากกว่า 50 จุด พร้อมเปิดเผยผลการตรวจสอบอย่างโปร่งใส เพื่อยืนยันความปลอดภัยของน้ำที่ประชาชนใช้ในชีวิตประจำวัน
2. จัดหาและพัฒนาแหล่งน้ำที่ปลอดภัยตามหน้าที่ของรัฐ ให้รัฐดำเนินการจัดหาแหล่งน้ำสะอาดที่ได้มาตรฐาน เช่น ระบบประปาภูเขา บ่อบาดาล และระบบกรองน้ำ เพื่อให้ชุมชนสามารถเข้าถึงน้ำที่ปลอดภัยได้อย่างเพียงพอและยั่งยืน อันเป็นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและวิถีชีวิตของชุมชนชาติพันธุ์ตามกฎหมาย “น้ำที่ใส คือชีวิตที่ยืนยาว น้ำที่ขุ่น คือความทุกข์ที่ค่อย ๆ กัดกินชีวิตผู้คน”
3. จัดหาน้ำดื่มสะอาดอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง ให้มีการสนับสนุนน้ำดื่มสะอาดแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่แหล่งน้ำในชุมชนยังไม่ปลอดภัย
4. ตรวจสุขภาพและเฝ้าระวังผลกระทบอย่างเป็นระบบ ให้ดำเนินการตรวจเลือดและตรวจสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีอาการผิดปกติ พร้อมจัดให้มีระบบติดตามผลกระทบด้านสุขภาพในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง
