วิกฤตฝุ่น 69 สาหัส เหตุ ‘งบฯ ช้า-น้ำมันแพง’ ข้อจำกัดซ้ำเติมจัดการไฟป่า

‘ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ’ วิเคราะห์ ฝุ่นปีนี้รุนแรงเกินคาด เชื่อจากปัญหาคอขวด งบประมาณล่าช้า-วิกฤตพลังงาน น้ำมันแพง สวนทาง นโยบายรัฐบาลใหม่ ไร้ความชัดเจน ส่งสัญญาณเมิน ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ ขณะที่ สมาคมเครือข่ายอากาศสะอาดฯ ยัน เดินหน้าแคมเปญ #60วันทวงคืนพรบอากาศสะอาด จี้รัฐบาลหยิบยกร่างกฎหมายมาพิจารณาต่อ ทวงคืนสิทธิขั้นพื้นฐานในการหายใจของคนไทย

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ เปิดเผยกับ The Active เจาะลึกสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควันในปีนี้ ยอมรับไม่มีใครคาดคิดว่าปีนี้สถานการณ์ฝุ่นจะรุนแรงขนาดนี้ โดยเชื่อว่า มี 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้สถานการณ์ไฟป่าเลวร้ายลง ได้แก่

  1. งบประมาณล่าช้า : งบกลางสำหรับการป้องกัน ลาดตระเวน และชุดคุ้มครองชุมชนที่ปกติจะต้องอนุมัติก่อนสิ้นปี กลับสะดุดลงเนื่องจากติดเงื่อนไขของ กกต. ในช่วงการเลือกตั้ง ทำให้การอนุมัติงบฯ นอกแผนเกิดความขัดข้อง และต้องรอจนกว่าการเลือกตั้งจะเสร็จสิ้น

  2. วิกฤตน้ำมันแพงและขาดแคลน : ราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงจากปัจจัยภายนอก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปฏิบัติการดับไฟป่า รถและเรือที่ใช้ขนส่งคน เสบียง และอุปกรณ์ รวมถึง เครื่องเป่าใบไม้ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำแนวกันไฟ ใช้น้ำมัน ไม่ใช่ไฟฟ้า ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ บางสัปดาห์เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน ทำให้ความสามารถในการดับไฟลดลงอย่างมาก

  3. ข้อจำกัดด้านศักยภาพเมื่อไฟลุกลาม : เมื่อไฟป่าขยายวงกว้างจนเกินควบคุม อย่างเช่นในพื้นที่เชียงใหม่ แม้เจ้าหน้าที่จะระดมสรรพกำลังเต็มที่ก็สามารถดับไฟได้เพียงประมาณ 100 จุดต่อวัน ในขณะที่จุดความร้อนใหม่เกิดขึ้นถึงวันละ 1,000 จุด ทำให้ต่อให้มีงบและน้ำมันพร้อม ก็ยากที่จะรับมือได้ทัน
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ

เจาะลึกทิศทางลม 3 ทิศทาง หอบฝุ่นข้ามแดนถล่มภาคเหนือ

นอกเหนือจากไฟในประเทศแล้ว วีระศักดิ์ ยังอธิบายถึงปรากฏการณ์ ฝุ่นข้ามแดน ที่มากับทิศทางลม 3 ชุดหลัก กวาดเอาฝุ่นควันมารวมกันที่ภาคเหนือของไทย ได้แก่

  • ลมชุดที่ 1 (ลมตะวันออกเฉียงเหนือ) ลมพัดจากจีนเลาะชายฝั่งเวียดนาม ม้วนตัวนำฝุ่นจากภาคตะวันออกและอีสานเข้าสู่ภาคเหนือ

  • ลมชุดที่ 2 (ลมตะวันตกเฉียงใต้) ลมจากฝั่งอันดามัน ปะทะกับลมชุดแรก นำพาฝุ่นจากการเผาในเมียนมาและแนวป่าตะวันตกของไทยเข้าสู่ภาคเหนือเพิ่มอีก

  • ลมชุดที่ 3 (ลมตะวันตก) ลมพัดผ่านป่าสาละวินในเมียนมา ซึ่งมีการเผาป่าอย่างหนัก

วีระศักดิ์ ยังเผยข้อมูลเชิงลึกจากการหารือกับชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงคาเรนนีว่า สาเหตุส่วนหนึ่งในเมียนมาเกิดจากความไม่สงบทางการเมือง ทำให้ผู้คนจากเมืองหนีเข้าป่า เมื่อไม่คุ้นเคยกับการดำรงชีวิตในป่าจึงใช้วิธี เผาเพื่อหาของป่า แต่ไม่สามารถควบคุมไฟได้ ประกอบกับสภาพอากาศที่เย็นลงในตอนกลางคืนกดทับควันไฟไว้ เมื่อลมตะวันตกพัดมา ฝุ่นควันมหาศาลจึงทะลักเข้าสู่ภาคเหนือของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จับตานโยบายรัฐบาลใหม่ ผิดหวังพื้นที่ “พ.ร.บ.อากาศสะอาด” มีน้อย แต่ยังหวังลึก ๆ มีแผนสำรอง

ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ ยังได้ให้มุมมองที่น่าสนใจถึงท่าทีของรัฐบาล โดยระบุว่าเมื่อพิจารณาจาก คำแถลงนโยบายของรัฐบาลใหม่ ในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ซึ่งเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์และเป็นความหวังในการแก้ปัญหาฝุ่นควันอย่างยั่งยืนนั้น กลับพบว่ามี “พื้นที่ในหน้านโยบายน้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้มาก” การที่นโยบายระดับชาติไม่ได้ให้น้ำหนักกับเรื่องนี้เท่าที่ควร ทำให้เกิดข้อสงสัยและคำถามตัวโต ๆ จากสังคมถึง “ความเอาจริงเอาจัง” ของรัฐบาลในการแก้ปัญหาวิกฤตสุขภาพของประชาชน ว่าจะถูกจัดลำดับความสำคัญไว้ที่ตรงไหนเมื่อเทียบกับวิกฤตด้านอื่น ๆ เช่น เศรษฐกิจหรือพลังงาน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความกังวลและข้อสงสัย รวมถึงภาคส่วนต่าง ๆ ที่ขับเคลื่อนเรื่องสิทธิการมีอากาศสะอาด ยังคงมีมุมมองในเชิงบวก โดยให้ความเห็นว่า แม้ในวันนี้เราอาจจะยังไม่เห็นความชัดเจนที่เป็นรูปธรรมจากหน้ากระดาษคำแถลงนโยบาย แต่ก็ยังมีความเชื่อมั่นลึก ๆ ว่า รัฐบาลอาจจะมี แผนรองรับ หรือมาตรการเตรียมพร้อมไว้แล้ว เพียงแต่ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและเพิ่งเข้ารับหน้าที่บริหารประเทศได้ไม่นาน

มุมมองนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้ทำงานและพิสูจน์ฝีมือ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการ ส่งสัญญาณเตือน กลาย ๆ ว่า ภาคประชาชนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด และคาดหวังให้รัฐบาลนำเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นวาระเร่งด่วน ไม่ปล่อยให้ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ต้องเป็นเพียงร่างกฎหมายที่ถูกแช่แข็งอยู่ในสภาฯ อีกต่อไป

ย้ำ รัฐบาลเมิน “พ.ร.บ.อากาศสะอาด” ภาคประชาชนจะลุกทวงคืนสิทธิ

ขณะที่ กัญฐณา อภิรภากรณ์ กรรมการและประชาสัมพันธ์ สมาคมเครือข่ายอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯ ได้จัดแคมเปญรณรงค์ #60วันทวงคืนพรบอากาศสะอาด เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนไปยังรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลหยิบยกร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ค้างอยู่ในรัฐสภาขึ้นมายืนยันเพื่อพิจารณาต่อ ภายใน 60 วันหลังเปิดรัฐสภาประชาชนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ thailandcan.net และแชร์ผ่าน Facebook พร้อมติดแฮชแท็กดังกล่าว โดยทางเครือข่ายฯ จะรวบรวมข้อมูลส่งให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจต่อไป

“เครือข่ายฯ จะขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและความรู้ ไม่ใช้อารมณ์ นอกจากนี้ แคมเปญดังกล่าวยังเตรียมต่อยอดสู่โครงการ อากาศสะอาดศึกษา ในสัปดาห์นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาเรียนรู้โครงสร้างปัญหาอย่างรอบด้าน ทั้งมิติข้อกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสุขภาพ เพื่อ ติดอาวุธ ทางความรู้ให้กับผู้ที่ต้องการร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน”

กัญฐณา อภิรภากรณ์

ระยะเวลา 60 วันแรกของรัฐบาลใหม่นี้ จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ภาคประชาชนกำลังจับตามองว่า ข้อเสนอและร่างกฎหมายอากาศสะอาดที่เกิดจากการเข้าชื่อของประชาชน จะถูกนำมาปัดฝุ่นและบังคับใช้เมื่อใด เพราะ อากาศบริสุทธิ์ไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่คือ สิทธิขั้นพื้นฐาน ที่ทุกคนต้องได้รับในวันนี้

สถิติ GISTDA ย้ำความรุนแรงจุดความร้อนพุ่งสูง

ข้อมูลจาก GISTDA จากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี ระบบ VIIRS ประจำวันที่ 8 เมษายน 2569 สะท้อนความรุนแรงของสถานการณ์ โดยพบว่า

  • จุดความร้อนประเทศเพื่อนบ้าน : ลาว 3,900 จุด, ไทย 3,827 จุด, เมียนมา 2,228 จุด, กัมพูชา 937 จุด และเวียดนาม 880 จุด

  • พื้นที่รับผิดชอบของไทย : พบมากที่สุดในเขตป่าอนุรักษ์ 2,014 จุด และป่าสงวนแห่งชาติ 1,059 จุด

  • จำแนกตามรายภาค/จังหวัด : ภาคเหนืออ่วมสุดที่ 2,374 จุด โดย จ.แม่ฮ่องสอน ครองแชมป์ 730 จุด รองลงมาคือ กาญจนบุรี 376 จุด และชัยภูมิ 228 จุด

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active