‘เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง’ ประเมินสถานการณ์น้ำสีรุ้ง ปนเปื้อนสารเคมีจากขยะพิษ กากอุตสาหกรรม ขยายวงกว้างนับหมื่นไร่ จี้ บูรณาการทุกหน่วยงาน เร่งปูพรมตรวจหาต้นตอ การปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม พืชอาหาร ฟื้นฟูผลกระทบทางสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เยียวยาประชาชนที่เดือดร้อน
วันนี้ (26 ต.ค. 2569) เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง เผยภาพมุมสูงปรากฏให้เห็นคราบน้ำมัน สีแวววาว สีรุ้งทั่วพื้นที่อย่างชัดเจน ตั้งแต่โรงงานขยะในอำเภอศรีมหาโพธิ จนมาถึงประตูน้ำวัดหนองแก รอยต่อ จ.ฉะเชิงเทรา สะท้อนปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมีจากการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมที่ขยายเป็นวงกว้าง โดยตัวแทนเครือข่ายฯ คาดการณ์จากการประเมินตอนนี้ คราบน้ำกระจายทั่วพื้นที่กว่าหมื่นไร่

“ที่เห็นหนาแน่นชัดเหมือนสีสแตนเลสแวววาวน่าจะเป็นพัน ๆ ไร่ ส่วนที่เห็นคราบไม่หนาแน่นแต่ปนเปื้อนก็น่าจะประมาณเป็นหมื่นไร่ ทั้งใน อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ และน่าจะข้ามไปรอยต่อ จ.ฉะเชิงเทราแล้ว ที่เราไปสำรวจ เห็นปลาลอยคอบริเวณที่มีคราบน้ำมัน อันนี้เป็นปัญหา เพราะมันมีทั้งปลาที่ตาย ปลาใกล้ตาย และปลาที่ยังไม่ตาย แล้วถ้าไปถึงผู้บริโภคจะอันตรายแค่ไหน อันนี้ต้องรีบแก้ไข”
สุนทร คมคาย
สุนทร คมคาย เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ชี้ว่าจากประสบการณ์ และผลตรวจน้ำสีรุ้งก่อนหน้า ที่พบสาร VOC เป็นสิ่งที่เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง มั่นใจว่าน้ำที่ปนเปื้อน มีคราบน้ำมันแวววาวอย่างชัดเจนลักษณะนี้ คือสาร VOC หรือสารก่อมะเร็งปนเปื้อนอยู่ ดังนั้นเพื่อความชัดเจน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ
โดยให้มีหน่วยงานส่วนกลาง เข้ามาช่วยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) ในตรวจสอบ เพื่อลดข้อผิดพลาด อย่างกรณีการกรอกข้อมูลสารปนเปื้อนอะลูมิเนียมที่ตรวจพบ สลับกับค่าแอมโมเนีย เนื่องจากเกินกำลังหน่วยงานในพื้นที่ เพราะสถานการณ์ปนเปื้อนขยายเป็นวงกว้าง

จี้ตั้ง คกก.ระดับชาติ แก้พิษปนเเปื้อนสิ่งแวดล้อมจริงจัง
พร้อมทั้งเรียกร้องให้ ตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน บูรณการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เร่งปูพรมตรวจหาต้นตอและการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม และพืชอาหาร ฟื้นฟูผลกระทบทางสุภาพ และสิ่งแวดล้อม สร้างอาชีพและเยียวยาประชาชนที่เดือดร้อน
“คือแค่หน่วยงานจังหวัด หรืออำนาจรักษาการผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ ไม่คืบ มันขยายเป็นวงกว้างหลายพื้นที่แล้ว เกินกำลังหน่วยงานพื้นที่ไปมาก โรงงานที่เห็นความผิดชัดเจนก็แค่สั่งให้พักเพื่อปรับปรุง ก็ไม่ได้แก้ไขอย่างจริงจัง ดังนั้นต้องระดับนายกฯ รองนายกฯ ที่บูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ มาแก้ไข ระดมมหาวิทยาลัยเร่งตรวจการปนเปื้อนในน้ำ ในดิน ในผลผลิตเกษตรให้ครอบคลุม เพราะกลางเดือนหน้านี้ข้าวก็จะสุก จะเกี่ยวเข้าโรงสี ตามมาด้วยอ้อย เข้าโรงงานน้ำตาล ถ้าเข้าห่วงโซ่ถึงผู้บริโภคจะแก้ยาก”
สุนทร คมคาย
ทั้งยังเรียกร้อง องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งรัฐ เอกชนไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค เร่งตรวจสอบ ดำเนินการในการคุ้มครองผู้บริโภคจากการปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหารและผลผลิตเกษตร รวมทั้งเร่งพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.เพื่อสิทธิประชาชนในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย หรือ PRTR ทันที
