เปิดโครงการนำร่อง รพ.ราชพิพัฒน์ กทม. ใช้กล้องวงจรปิดเฝ้าระวังผู้สูงวัยอยู่ลำพัง พยาบาลมอนิเตอร์ตลอด 24 ชม. เคยช่วยชีวิตผู้ป่วยติดเตียงภาวะโซเดียมต่ำ ไม่เสียค่าใช้จ่าย เข้าถึงง่าย แอด LINE ID: @1RPP
วันนี้ (21 มี.ค. 2568) นายแพทย์ภูริทัต แสงทองพานิชกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ The Active กรณีการเสียชีวิตของ ‘สีดา พัวพิมล’ นักแสดงอาวุโสชื่อดัง ได้รับความสนใจจากสังคม โดยเฉพาะประเด็นผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตเพียงลำพังว่า ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุอยู่แล้ว แต่ยังไม่ครอบคลุมทั่วถึง อย่างไรก็ตาม มีมาตรการที่สามารถช่วยให้ผู้สูงวัยได้รับการดูแลที่เหมาะสมขึ้น เช่น
- Living Will หรือ “พินัยกรรมชีวิต” – ผู้สูงอายุสามารถระบุความต้องการด้านการรักษาหรือการดูแลในช่วงสุดท้ายของชีวิตล่วงหน้า เพื่อให้แพทย์และญาติสามารถปฏิบัติตามความประสงค์ได้
- ระบบขอความช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านแอปพลิเคชันหรือ LINE Official – กรุงเทพมหานครมีบริการที่ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ได้ทันที โดยระบบนี้สามารถระบุตำแหน่งของผู้ป่วยและแจ้งทีมแพทย์ฉุกเฉินให้เข้าไปช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

รพ.ราชพิพัฒน์ เปิดตัวโครงการ “ฝากบ้านไว้กับโรงพยาบาล” ใช้เทคโนโลยีดูแลผู้สูงวัย 24 ชั่วโมง
หนึ่งในโครงการนำร่องที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อลดปัญหาผู้สูงวัยอยู่ลำพัง คือโครงการ “ฝากบ้านไว้กับโรงพยาบาล” ของโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ซึ่งใช้กล้องวงจรปิดและระบบมอนิเตอร์ในการเฝ้าดูพฤติกรรมของผู้สูงวัยแบบเรียลไทม์
หลักการทำงานของโครงการนี้ คือ
- ติดตั้งกล้องวงจรปิดในบ้านหรือคอนโดของผู้สูงอายุ – โดยต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวหรือญาติ
- พยาบาลคอยมอนิเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง – หากพบว่าผู้สูงอายุมีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น นอนตะแคงนิ่งเป็นเวลานาน หรือไม่ขยับตัวเลย ทีมแพทย์จะได้รับแจ้งทันที
- มีทีมแพทย์และพยาบาลโทรตรวจเยี่ยมเป็นระยะ – สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกใช้มือถือหรือแอปพลิเคชัน
ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการในระบบนี้ประมาณ 500 ราย และผู้ที่ติดตั้งกล้องมอนิเตอร์มีประมาณ 20 ราย
“เคสหนึ่งที่เรามอนิเตอร์ผ่านกล้องวงจรปิด ลูกชายของผู้ป่วยออกไปทำงานตามปกติ ส่วนคุณแม่ซึ่งเป็นผู้สูงอายุและติดเตียง นอนตะแคงอยู่เป็นเวลาหลายชั่วโมงโดยไม่มีการขยับตัวเลย พยาบาลที่ดูแลระบบมอนิเตอร์สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงส่งทีมมอเตอร์ไซค์ฉุกเฉินไปตรวจสอบที่บ้าน เมื่อไปถึงพบว่าคุณแม่มีภาวะอ่อนเพลียอย่างมาก จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล
เมื่อทำการตรวจร่างกายและเจาะเลือด พบว่าผู้ป่วยได้รับสารอาหารไม่เพียงพอและมีภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ หากปล่อยไว้ต่อไปอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ทีมแพทย์จึงให้การรักษาอย่างทันท่วงที และช่วยให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากภาวะวิกฤตนี้”
ยืนยัน “ไม่เสียค่าใช้จ่าย” สำหรับประชาชนใน กทม.
นายแพทย์ภูริทัต ยืนยันว่า บริการให้คำปรึกษาผ่าน LINE Official นั้นไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนระบบมอนิเตอร์ผ่านกล้อง วงเงินสนับสนุนมาจากกองทุนมูลนิธิของโรงพยาบาล
ค่าใช้จ่ายของกล้องอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาท แต่หากครอบครัวผู้สูงอายุไม่สามารถซื้อเองได้ โรงพยาบาลมีโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ โดยบริการนี้ครอบคลุมประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทุกสิทธิการรักษาสามารถเข้าถึงได้
ปัจจุบัน มีประชาชนกว่า 300,000 รายที่เพิ่มเพื่อนใน LINE Official ของโรงพยาบาล โดยยังคงใช้งานอยู่ประมาณ 80,000 ราย ระบบนี้ช่วยให้แพทย์สามารถให้คำปรึกษาและเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชนได้แม้ไม่ได้มาโรงพยาบาล
“เรามีทีมแพทย์และพยาบาลที่ผลัดเวรกันดูแลตลอด 24 ชั่วโมง หากพบความผิดปกติจากกล้องวงจรปิดของผู้สูงอายุ จะสามารถแจ้งหน่วยฉุกเฉินเข้าไปช่วยเหลือได้ทันที”
สำหรับประชาชนที่ต้องการใช้บริการดูแลผู้สูงอายุผ่านระบบออนไลน์ สามารถสอบถามได้ง่าย ๆ โดย เพิ่มเพื่อนใน LINE Official ของโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โดยค้นหา LINE ID : @1RPP เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านแชทกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล