สพฐ. จับมือ สปสช. วางโครงการครูนางฟ้า สร้างระบบดูแลสุขภาพจิตนักเรียน เชื่อมต่อการคัดกรองในโรงเรียนกับหน่วยบริการสุขภาพ เผย ปี 2568 อบรมครูแล้วราว 700 คน คัดกรองเด็กเกือบ 3 หมื่นคน พบกลุ่ม ‘สีเหลือง’ มากสุด เร่งดูแลตั้งแต่ระยะแรก ก่อนพัฒนาความเสี่ยงที่สูงขึ้น
เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2569 พญ.ดวงดาว ศรียากูล รองผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาระบบบริการสุขภาพแบบองค์รวม (สพบ.) เปิดเผยถึง “โครงการครูนางฟ้า” พัฒนาครูให้สามารถคัดกรองและช่วยเหลือนักเรียนที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต โดยประเมินทั้งภาวะซึมเศร้า การติดเกม การใช้สารเสพติด และปัจจัยเสี่ยงอื่น ก่อนแบ่งนักเรียนตามระดับความเสี่ยง
โดยปี 2568 มีครูเข้ารับการอบรมประมาณ 700 คน จากโรงเรียนมากกว่า 100 แห่ง และคัดกรองนักเรียนเกือบ 30,000 คน พบกลุ่มสีเหลืองมีจำนวนมากกว่าสีส้มและสีแดง โดยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลตั้งแต่ระยะแรก เพราะหากปล่อยไว้มีโอกาสพัฒนาไปสู่ระดับความเสี่ยงที่สูงขึ้น

การศึกษานำร่องในโรงเรียน 4 แห่ง นักเรียน 400 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม พบว่า หลังได้รับการดูแล นักเรียนกลุ่มสีเหลืองประมาณ 50% ลดระดับลงเป็นสีเขียว และบางส่วนเป็นสีฟ้า ขณะที่กลุ่มสีส้มประมาณ 50% ลดลงเป็นสีเขียว
ส่วนกลุ่มควบคุมมีแนวโน้มเพิ่มระดับความเสี่ยงไปสู่สีแดงมากกว่า สะท้อนว่าการค้นหาและช่วยเหลือตั้งแต่ระยะแรกอาจช่วยลดโอกาสที่ปัญหาสุขภาพจิตจะรุนแรงขึ้น
สพฐ. ชี้ต้องเชื่อมทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ “ครูคัดกรอง”
ภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) บอกว่า การดูแลสุขภาพจิตนักเรียนจำเป็นต้องมีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมกัน และแบ่งบทบาทให้ชัด ตั้งแต่ส่วนกลาง เขตพื้นที่ ผู้บริหารโรงเรียน ไปจนถึงครู เพื่อให้เมื่อพบเด็กกลุ่มเสี่ยงสามารถเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือและส่งต่อหน่วยบริการได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับการนำร่อง ควรเลือกโรงเรียนที่มีบริบทหลากหลาย ทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ รวมถึงโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่สูง และพื้นที่เกาะ ตลอดจนโรงเรียนที่ดูแลเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เพื่อให้ระบบสามารถตอบโจทย์นักเรียนแต่ละกลุ่มได้
สปสช. เตรียมเชื่อม “บัตรทอง” เข้าระบบส่งต่อ
ขณะที่ นงลักษณ์ ยิ่งมงคล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลีักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) บอกด้วยว่า ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต ทั้งการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การดูแลผู้มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ บริการดูแลปัญหาสารเสพติด และบริการจิตเวชทางไกล
สปสช. พร้อมเชื่อมบริการเหล่านี้กับระบบดูแลนักเรียน เพื่อให้เด็กที่ได้รับการคัดกรองแล้วสามารถเข้าสู่บริการที่เหมาะสม และติดตามต่อเนื่องได้ โดยไม่ให้การดูแลจบลงเพียงขั้นตอนการคัดกรองในโรงเรียน
เล็งนำร่อง 50–100 โรงเรียน วัดผลตั้งแต่ปีแรก
ขณะที่ นพ.สันติ ลาภเบญจกุล ผู้อำนวยการ สพบ. เสนอให้แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ตั้งแต่ปีแรก ระยะขยายผล และแผนระยะยาว 3–5 ปี โดยเบื้องต้นอาจคัดเลือกพื้นที่นำร่องประมาณ 50–100 โรงเรียน โรงเรียนละราว 50 คน พร้อมวัดผลตั้งแต่ปีแรก
ทั้งนี้ การดำเนินงานระยะยาวไม่จำเป็นต้องจำกัดเฉพาะ “โครงการครูนางฟ้า” แต่สามารถนำรูปแบบหรือเครื่องมืออื่นมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน โดยใช้ครูนางฟ้าเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนขยายระบบให้ครอบคลุมตั้งแต่การคัดกรอง ช่วยเหลือ ส่งต่อ และติดตามนักเรียน
หลังจากนี้ สพฐ. สปสช. และ สพบ. จะจัดทำรายละเอียดรูปแบบการดำเนินงาน ก่อนกลับมาหารือร่วมกันภายใน 2 สัปดาห์ และจัดทำข้อเสนอเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนระบบดูแลสุขภาพจิตนักเรียนในปี 2570 ต่อไป
