คณะทำงานสภาประชาชนภาคใต้ ย้ำ การพัฒนาภาคใต้ ต้องมีความเสมอภาคในการได้รับสิทธิการพัฒนาที่ไม่กำหนดเขตหรือพื้นที่พิเศษ การบังคับใช้กฎหมาย ระหว่างผู้ประกอบการ กับ ประชาชน ไม่เอื้อประโยชน์ให้คนเฉพาะกลุ่ม
วันนี้ (24 ม.ค. 69) เหลือเวลาอีกไม่ถึงสัปดาห์ก็จะถึงวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ.นี้ ทำให้ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปอย่างเข้มข้น แทบทุกพรรคขนนโยบายปราศัยหาเสียงอย่างคึกคัก ในมุมมองของ สมบูรณ์ คำแหง หนึ่งในคณะทำงานสภาประชาชนภาคใต้ เปิดเผยกับ The Active ถึงการจับตานโยบายพรรคการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยแสดงความกังวลต่อนโยบาย 2 พรรคการเมืองใหญ่ อย่าง พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ในนโยบายสำคัญ ที่ประกาศในเวทีดีเบต รวมถึงเวทีหาเสียงอื่น ๆ ว่าจะเดินหน้าผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง – ชุมพร รวมถึงกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC
แม้จะยังไม่เห็นตัวนโยบายเหล่านี้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แต่จากเวทีดีเบตและเวทีหาเสียงของผู้สมัครทั้งของพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ที่มีการถามถึงทิศทางของพรรคว่าจะเอาอย่างไรกับโครงการแลนด์บริดจ์และ SEC แต่ถือว่าได้รับความชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากเวทีสมัชชาประชาชนภาคใต้ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และเวทีดีเบตที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
โดยผู้แทนของทั้งสองพรรค คือ ศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัครเขต 2 สงขลา พรรคภูมิใจไทย และ ทพญ. ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่างยืนยันว่า พรรคของเขาจะเดินหน้านโยบายดังกล่าวอย่างแน่นอน เพราะคิดว่าจะนำไปสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ได้

สิ่งนี้สะท้อนว่า ทิศทางนโยบายการพัฒนาของ 2 พรรคใหญ่ ที่ร่วมดันโครงการแลนด์บริดจ์ และร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ที่ยังคงให้ความสำคัญในเรื่องเป้าหมายเศรษฐกิจ และกลุ่มทุนเป็นหลังเพียงด้านเดียว โดยละเลยการมีส่วนร่วมละเลยเสียงประชาชน เป็นการพัฒนาที่ไม่สอดคล้องบริบทพื้นที่ และละเลยศัยภาพภาคใต้
“ชัดเจนเพราะก่อนหน้านี้ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทั้ง 2 พรรคนี้ ก็ร่วมกันผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ และ SEC อยู่แล้ว ฐานคิดเขาจึงยังอยู่บนฐานความคิดที่ว่า โครงการนี้รวมถึงตัวร่างกฎหมาย SEC จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในภูมิภาคได้ จึงตั้งใจเดินหน้ากันต่อ แสดงว่าสิ่งที่ประชาชนพยายามสะท้อนและสื่อสารในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ทั้งผลกระทบต่อฐานทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ผู้คน รายได้ อาชีพ ความไม่คุ้มค่าไม่คุ้มทุน ความเสี่ยงเรื่องการลงทุนและความเป็นไปไม่ได้ของโครงการ น่าจะยังไม่เป็นที่รับฟัง ภาคประชาชนจึงต้องจับตาส่งเสียงกันมากขึ้น เพื่อตัดสินใจกันในช่วงของการเลือกตั้ง” สมบูรณ์ กล่าว
ควรได้รับสิทธิการพัฒนาที่ไม่กำหนดเขตหรือพื้นที่พิเศษแบบเสมอภาค ไม่เหลื่อมล้ำในการบังคับใช้กฎหมาย
คณะทำงานสภาประชาชนภาคใต้ ยังย้ำว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ที่ประชุมสมัชชาประชาชนภาคใต้ ได้มีการยื่นข้อเสนอให้กับพรรคการเมืองที่มารับฟังนโยบายและข้อเรียกร้องของเครือข่ายภาคประชาชนภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด ที่มาร่วมตัวกันจัดเวทีสมัชชาฯที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมาข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับโครงการแลนด์บริดจ์และ SEC อยู่ด้วย
เห็นว่า การพัฒนาภาคใต้ในภาพรวม กำลังถูกกำหนดโดยกลุ่มการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาลทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต ที่มุ่งเน้นที่จะให้เกิดการพัฒนาในเชิงวัตถุ อุตสาหกรรมและโครงข่ายโลจิสติกส์ โดยการละเลยศักยภาพสำคัญของภาคใต้
“ภาคใต้เรามีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์และหลากหลาย การท่องเที่ยว การประมง และการเกษตร ที่ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าในการพัฒนาสิ่งเหล่านี้ได้อีกมาก ทั้งยังเป็นแนวทางการพัฒนาที่มั่นคงยั่งยืนและเป็นผลประโยชน์ที่คนในพื้นที่จะได้รับโดยตรง”
ในช่วงโค้งสุดท้าย และโอกาสที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ เราพบว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรคพยายามนำเสนอนโยบายของตนเองเพื่อสร้างแรงจูงใจทางการเมือง หากแต่ข้อเสนอเหล่านั้นยังมีข้อจำกัดและไม่เข้าถึงความต้องการอย่างแท้จริง
ขอให้พรรคการเมืองทบทวน เสนอแนวนโยบายในมิติการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและการคุ้มครองสิทธิชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายและโครงการการพัฒนา เพื่อให้พรรคการเมืองได้นำไปสู่การจัดทำนโยบายพรรคและนโยบายในการบริหารประเทศต่อไป ดังนี้
1. การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลและพื้นที่บนบกของภาคใต้ จะต้องตั้งอยู่บนศักยภาพของพื้นที่ภาคใต้โดยรวม นั่นคือ ศักยภาพของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้ง ที่ดิน ป่าไม้ สายน้ำ ทะเลชายฝั่ง ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ศักยภาพด้านการประมงที่ต้องเคารพความสมดุลของระบบนิเวศ และศักยภาพของการเกษตรที่ปลอดภัย และต้องตั้งอยู่บนหลักของระบบเศรษฐกิจที่เกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างเท่าเทียมเป็นธรรม และเคารพชุมชนท้องถิ่นเป็นที่ตั้ง
2. การพัฒนานาภาคใต้ ต้องมีความเสมอภาคกันในการได้รับสิทธิการพัฒนา ที่ต้องไม่มีการกำหนดเขตหรือพื้นที่พิเศษ รวมถึงต้องไม่มีความเหลื่อมล้ำในการบังคับใช้กฎหมายที่แตกต่างกัน ระหว่างผู้ประกอบการกับประชาชน นั่นหมายถึงภาคใต้ต้องไม่มีกฎหมายพิเศษที่เอื้อประโยชน์ให้คนเฉพาะกลุ่ม
3. ต้องปฏิรูประเบียบ กฎหมาย และวิธีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนจากกิจกรรมหรือโครงการพัฒนาที่จะส่งผลกระทบ โดยต้องมีการทบทวบกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นปัจจุบัน และต้องกำหนดให้การจัดทำ SEA หรือการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในเชิงยุทธศาสตร์ มีสถานะเป็นกฎหมายที่ต้องกำหนดระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อเป็นเครื่องมือในการกลั่นกรองกิจกรรมหรือโครงการพัฒนาที่จะส่งผลกระทบกับประชาชน
4. รัฐธรรมนูญต้องกำหนด “สิทธิการพัฒนา” ของประชาชนให้ชัดเจน ที่ไม่ใช่แค่การรับรู้รับทราบเท่านั้น แต่ต้องมีส่วนร่วมสำคัญในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้น ระหว่างการดำเนินการ และหลังเสร็จสิ้นการดำเนินกิจกรรมหรือโครงการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่นั้นๆ
ทั้งนี้สมัชชาประชาชนภาคใต้ ยังจับตาเรื่องนี้ โดยหลังการเลือกตั้งแล้วเสร็จ หากทราบว่าพรรคการเมืองใดเป็นรัฐบาล จะมีการรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อทวงถามข้อเรียกร้องที่ยื่นไปทั้งหมด 12 ประเด็น เพื่อให้ชัดเจนว่ารัฐบาลในอนาคตจะเห็นถึงความสำคัญของข้อเสนอทั้งหมดที่ได้ยื่นไป
