เครือข่ายเล่นอิสระ ชู 4 ข้อเสนอในวาระเลือกตั้งกรุงเทพฯ เพราะเมืองที่ดีเริ่มจากพื้นที่ของเด็ก มอง “ลานเล่นอิสระ – พื้นที่เรียนรู้” เป็นรากฐานสำคัญของการกำหนดอนาคตกรุงเทพฯ
ภายในงาน Bangkok Active Festival ในช่วงวาระการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมากหลากหลายช่วงวัย คือ “ลานเล่นอิสระ” พื้นที่สาธารณะที่เปิดให้เด็ก ๆ ได้วิ่งเล่น เรียนรู้ และใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ โดยกิจกรรมนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก Let’s Play More เล่นเปลี่ยนโลก และ The Active
ท่ามกลางเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเด็ก ๆ ในงาน ลานเล่นแห่งนี้ไม่มีเครื่องเล่นสำเร็จรูปหรือของเล่นราคาแพง หากแต่เต็มไปด้วยวัสดุธรรมดาและของเหลือใช้ที่ถูกนำกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นท่อ PVC บล็อกไม้ กล่องพัสดุ ตะกร้า กระเป๋าเก่า หรือวัสดุรีไซเคิลหลากหลายชนิด ซึ่งทำให้เด็ก ๆ ได้สร้างสรรค์การเล่นในแบบของตนเอง

ษรขวัญ ผุดบัวน้อย เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก เล่าว่า กิจกรรมภายในลานเล่นอิสระได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Loose Parts Play หรือแนวคิดที่เชื่อว่า “อะไรก็เล่นได้” โดยเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เล่นสิ่งของรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นมุมศิลปะจากวัสดุรีไซเคิลที่ช่วยส่งเสริมจินตนาการ มุมรางลูกแก้วที่สร้างจากท่อ PVC เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องการเคลื่อนไหว หรือฐานผจญภัยที่ช่วยฝึกการทรงตัว และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การเล่นอิสระนี้ล้วนช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
“การเล่นคืองานของเด็ก เป็นธรรมชาติที่เด็กต้องได้เล่น เพราะเมื่อเด็กโตขึ้น โดยเฉพาะในยุคนี้ที่มีเทคโนโลยี หลายคนติดสื่อและหน้าจอ จนสมาธิสั้นลง และมีปัญหาด้านอารมณ์ที่รุนแรงขึ้น การเล่นอิสระจึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยดึงเด็กออกจากหน้าจอ เพราะเมื่อเขาได้เล่น ได้ใช้จินตนาการ สมองก็จะเปิดรับการเรียนรู้”
ษรขวัญ ผุดบัวน้อย

นอกจากประโยชน์ที่เกิดกับตัวเด็กแล้ว การเล่นยังเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัว เป็นเวลาคุณภาพที่พ่อแม่ได้กลับมาใช้ร่วมกับลูก ได้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกันผ่านกิจกรรมนี้ ดังนั้น พื้นที่สาธารณะและลานเล่นอิสระจึงเป็นส่วนสำคัญของกรุงเทพฯ เพราะเด็กคืออนาคตของเมือง หากเด็กได้เข้าถึงการเล่น ได้เรียนรู้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ก็จะส่งผลดีต่อการเติบโตของพวกเขาในวันข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นเด็กกลุ่มเปราะบาง เด็กจากครอบครัวรายได้ปานกลาง หรือเด็กจากครอบครัวที่มีฐานะ ทุกคนล้วนเป็นเด็กที่ควรได้รับโอกาสและสิทธิในการเล่นอย่างเท่าเทียมกัน การมีพื้นที่ให้เด็กได้เล่นอย่างอิสระจึงเป็นสิ่งสำคัญของการสร้างเมืองที่ดีสำหรับทุกคน
อย่างไรก็ตาม ษรขวัญ มองว่า ปัจจุบันพื้นที่สาธารณะสำหรับเด็กในกรุงเทพฯ ยังมีไม่เพียงพอ และยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งเรื่องพื้นที่และความปลอดภัยในการดูแลเด็ก ภายในงาน Bangkok Active Festival ครั้งนี้ จึงมีการนำเสนอนโยบาย “กรุงเทพฯ เมืองเล่นได้” เพื่อผลักดันให้เด็กและครอบครัวสามารถเข้าถึงพื้นที่เล่นและพื้นที่เรียนรู้ภายในระยะเวลา 15 นาที ด้วย 4 ข้อเสนอ
- คืนพื้นที่ว่าง สร้างลานเล่นปลอดภัย แปลงพื้นที่รกร้างและสวนสาธารณะให้เป็นลานกิจกรรมหรือสนามเด็กเล่นที่ปลอดภัย และเข้าถึงได้ใกล้บ้าน
- สนับสนุนช่วงเวลา “เล่นอิสระ” ในโรงเรียนและชุมชน เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ และสุขภาวะที่ดีของเด็ก
- สร้างผู้อำนวยการเล่น (Playworkers) ในโรงเรียนและชุมชน เพื่อดูแล สนับสนุน และส่งเสริมพัฒนาการเด็กผ่านการเล่นอิสระ
- เปลี่ยนเมืองทั้งเมืองให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และเล่นได้ พัฒนาพื้นที่สาธารณะและเส้นทางสัญจรทั่วกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการเล่นสำหรับคนทุกวัย โดยมีกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้
ดังนั้น ลานเล่นอิสระจึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมธรรมดาสำหรับเด็ก แต่เป็นทิศทางของเมืองว่ากรุงเทพฯ จะให้ความสำคัญกับการเติบโตของเด็กและคุณภาพชีวิตของคนในอนาคตมากเพียงใด เพราะหากต้องการสร้างเมืองที่ดี การมีพื้นที่สำหรับเด็กก็ถือเป็นรากฐานสำคัญของเมืองนั้นเช่นกัน

สำหรับกิจกรรม ลานเล่นอิสระ อะไร อะไร ก็เล่นได้ วันนี้ (22 มิ.ย. 69) จะจัดขึ้นเป็นวันสุดท้าย เริ่มตั้งแต่เวลา 15.30 – 20.00 น. ภายในงาน Bangkok Active Festival โดยนอกจากกิจกรรมลานเล่นอิสระแล้ว ยังมีบูธมหัศจรรย์แห่งการอ่าน “อ่านเล่น (ยกกำลัง) สุข” และ Thai PBS Kids & Learning workshop จากรายการ DIY By ลุงตุ๋ง ประดิษฐ์ เครื่องร่อนไร้ปีก อีกด้วย
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Bangkok Active Festival เทศกาลเลือกตั้งกรุงเทพฯ
