จับตายุติปมพิพาทที่ดิน ‘เกาะหลีเป๊ะ’ ในมือ ‘รองนายกฯ พิพัฒน์’ 

ภาคประชาชน ย้ำ 60 วัน แนวทางต้องชัด เห็นความคืบหน้า! ชี้ บทพิสูจน์รัฐชะลอดำเนินคดีชาวบ้าน วัดความจริงใจ ระบุ ‘พิพัฒน์’ สั่งรื้อทั้งเกาะ จัดสมดุลเกาะใหม่ เดินหน้าเพิกถอนที่ดินที่ไม่ถูกต้อง ลั่น “อยากให้การแก้ปัญหาที่สังสมมายาวนานจบในมือของตน”  

ภายหลัง พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหากรณีข้อพิพาทที่ดินเกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล โดยที่ประชุมมีข้อสรุปให้ตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำข้อมูลด้านเทคนิค โดยมีผู้แทนกรมแผนที่ทหารเป็นประธานอนุกรรมการฯ ร่วมด้วยนายอำเภอ ผู้แทนจังหวัดสตูล กรมที่ดิน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตัวแทนจากภาคประชาชนร่วมอยู่ในคณะอนุกรรมการด้วย ภายใต้กรอบการทำงาน 60 วัน เพื่อนำข้อมูลมาหารืออีกครั้งกับคณะกรรมการชุดใหญ่ ก่อนที่จะรายงานต่อนายกรัฐมนตรีนั้น

ไมตรี จงไกรจักร์ ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท และในฐานะกรรมการแก้ไขปัญหากรณีข้อพิพาทที่ดินเกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล สัดส่วนภาคประชาชน เปิดเผยกับ The Active ถึงข้อสรุปการประชุมดังกล่าว ถือว่ามีความก้าวหน้า และดูจากท่าทีของรองนายกฯ พิพัฒน์ ก็ยืนยันว่า อยากให้การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ที่สั่งสมมายาวนานจบในมือของตน ทางฝ่ายเลขาฯ จึงได้ประมวลผลข้อมูลทั้งหมดให้ประธานดูว่าอะไรที่ชอบ หรือไม่ชอบ เช่น แปลงที่ดินเลขที่ 11  มีภาพถ่ายทางอากาศแล้ว รวมไปถึง สค.1 เลขที่7 ที่ใช้ในการแจ้งครอบครองถึง 5 จุด ต่างมุมต่างที่กันเพราะฉะนั้นเอกสารเหล่านี้มีแนวโน้มว่าออกโดยไม่ชอบหลายแปลง

ดังนั้น รองนายกฯ พิพัฒน์ จึงมอบหมายว่า ต้องรื้อทั้งเกาะในการจัดสมดุลเกาะใหม่ทั้งหมด โดยให้เวลาในการตั้งอนุกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อเรียบเรียงหลักฐานทั้งหมด และภายใน 60 วัน ก็กลับเข้าสู่การประชุมของคณะกรรมการเพื่อที่จะดูกันอีกรอบว่าแปลงไหนที่ไม่ชอบ แล้วแปลงไหนที่ต้องแก้ไข คือต้องมีการเอาทั้งหมดมากาง เปรียบเทียบกับภาพถ่ายทางอากาศดูย้อนหลัง

ไมตรี จงไกรจักร์ ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท

ส่วนประเด็นที่ 2 กรณีที่ดิน 24 แปลงที่มีการทวงคืน ซึ่งมีความกังวลเรื่องประโยชน์ทับซ้อน เพราะ หนึ่งในนั้นเป็นแปลงของญาติ รองนายกฯ พิพัฒน์ ที่นามสกุลรัชกิจประการ แต่ทาง รองนายกฯ พิพัฒน์ บอกว่า หากมีการทวงคืนกันไปแล้วก็ถือว่าจบไป ก็คืนที่ดินให้กับรัฐ แล้วต้องมาดูว่าพื้นที่ทวงคืนทั้งหมดมีกี่ชุด ถ้าพัฒนาเกาะให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางจะจัดสรรอย่างไรให้เหมาะสม ทั้ง ไฟฟ้า ประปา โรงพยาบาล และพื้นที่ของรัฐ หน่วยงานราชการที่อยู่บนเกาะ รวมไปถึงกรณีชาวบ้านที่ไม่มีที่อยู่ จะไปอยู่ตรงไหน ก็ต้องมีการจัดสรรใหม่ ซึ่งต้องทำการวางแผนมาให้ชัดเจนว่าจะแก้ไขยังไง ต้องวางเรื่องของระบบระบายน้ำ ทางสาธารณะ

“ก็คือการออกแบบผังเกาะใหม่ ทั้งเรื่องถนน เรื่องระบบระบายน้ำต่าง ๆ สาธารณูปโภค และระบบการท่องเที่ยว โรงแรมรีสอร์ทการใช้ประโยชน์ชายหาด รวมไปถึงการจัดการชุมชนด้วย”

ไมตรี จงไกรจักร์

และที่ต้องจับตา คือ การที่รองนายกฯ และที่ประชุม เห็นตรงกัน ตามข้อเรียกร้องว่าในระหว่างที่อยู่ในกระบวนการนี้ ให้มีการชะลอคดีความให้ประชาชนที่ถูกรัฐฟ้องร้องประมาณกว่า 10 คดีไว้ก่อน เพื่อชะลอความเดือดร้อน

“แน่นอนว่า สิ่งที่ต้องชัดในห้วงเวลา 2 เดือนนี้ คือ การชะลอคดีที่รัฐฟ้องชาวบ้านออกไปก่อน จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่ารัฐจริงใจ และใส่ใจการแก้ไขปัญหา และจะต้องมีแนวยืนยันว่าเอกสารแปลงไหนที่จะต้องมีการเพิกถอนหรือมีการแก้ไข แล้วมาเสนอที่ประชุมกรรมการฯ ก่อนเสนอนายกฯ”

ไมตรี จงไกรจักร์

ไมตรี ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ปัญหาสำคัญที่ทำให้การแก้ไขข้อพิพาทที่ดินเกาะหลีเป๊ะสะดุด คือการเปลี่ยนตัวประธาน หรือรองนายกฯ ที่กำกับกลไกการแก้ไขปัญหาใหม่ ซึ่งต้องมาเริ่มต้นกระบวนการใหม่ทุกครั้ง ดังนั้นแนวทางสำคัญ คือ ควรต้องมีการเดินหน้าต่อเนื่องได้เลย เพราะข้อมูล หลักฐานต่าง ๆ ได้มีการรวบรวมไว้หมดแล้ว

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active