ดักคอรัฐบาล เบี้ยวข้อตกลงยุติ SEC-แลนด์บริดจ์ ?

‘เครือข่ายหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน’ ชี้ ‘รมช.สิริพงศ์’ ให้สัมภาษณ์ละเมิดบันทึกข้อตกลงขณะที่เจ้าตัวต่อสายตรงแจงแกนนำเครือข่ายฯ ย้ำทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลง ‘ประสิทธิ์ชัย’ จี้ รัฐบาลเร่งวางกรอบ ตั้งคณะกรรมการเดินหน้าเขียนแผนแม่บทพัฒนาภาคใต้อย่างมีส่วนร่วม ขู่ หากละเมิดข้อตกลง พร้อมกลับมาชุมนุมใหม่

วันนี้ (13 ก.ค. 2569) ประสิทธิ์ชัย หนูนวล เลขาธิการกลุ่มเครือข่ายหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน และในฐานะประธานกลุ่ม SEC WATCH เปิดเผยกับ The Active  ถึงกรณีการให้สัมภาษณ์ของ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ระบุว่า ทั้ง ร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ SEC และโครงการแลนด์บริดจ์ จะชะลอไม่นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย  ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคบริหารและภาคประชาชน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมของโครงการต่างๆให้สอดคล้องกับความต้องการประชาชนในพื้นที่ พร้อมกับตั้งเป้าสรุปผลการศึกษาและข้อเสนอภายใน 1 ปี 

พร้อมทั้งย้ำว่า การชะลอ ไม่ใช่การยกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์ แต่เป็นการเปิดการมีส่วนร่วมมากขึ้น รวมถึงการศึกษาที่หน่วยงานจัดทำไว้ ก็จะยังนำมาประกอบการพิจารณาร่วมกับข้อมูลข้อเสนอใหม่จากภาคประชาชน 

ประสิทธิ์ชัย หนูนวล เลขาธิการกลุ่มเครือข่ายหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน และประธานกลุ่ม SEC WATCH

ต่อประเด็นนี้ ประสิทธิ์ชัย เห็นว่า การให้สัมภาษณ์ดังกล่าว มีประเด็นที่ขัดแย้ง และอาจไม่เป็นไปตามข้อตกลง เพราะเรื่อง พ.ร.บ. SEC ไม่ใช่แค่การชะลอ ในข้อตกลงเขียนไว้ชัดเจนว่า ให้ยุติการผลักดันโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ

ส่วนที่มีเงื่อนไข คือ โครงการแลนด์บริดจ์ เนื่องจากในข้อตกลงมีเขียนต่อท้ายว่า จะต้องเอาผลของกรรมการ 2 ชุด มาพิจารณาร่วมกันว่า แลนด์บริดจ์ควรจะมีต่อไปหรือไม่ ก็คือชุดคณะกรรมการศึกษาฯ ที่มี เอกนิติ นิติทันฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งจะแล้วเสร็จในต้นเดือนสิงหาคมนี้ กับอีกชุด คือ คณะกรรมการแผนแม่บทภาคใต้ ที่จะแต่งตั้งใหม่ตามข้อเรียกร้องของการชุมนุม

“พูดง่าย ๆ แลนด์บริดจ์จะมีหรือไม่ ต้องรอกรรมการ 3 ฝ่ายก่อน ซึ่งก็คงต้องทำงานกันยาว 2 ปีขึ้น เพราะมันคือแผนแม่บท ไม่ใช่แผนคมนาคมขนส่ง คือต้องพูดทั้งระบบ ทั้งภาคใต้ พอถึงตอนนั้นเองแลนด์บริดจ์จะมีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแนวทางการพัฒนาภาคใต้ด้วย ถ้าออกมาในลักษณะที่เป็นการต่อยอดจากสภาพเดิม ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีโครงสร้างการคมนาคมขนาดใหญ่ นั่นหมายถึงว่าพอกรรมการชุดนี้ทำงานเสร็จ บทสรุปก็จะเอาออกมาว่า ไม่จำเป็นต้องมีโครงสร้างแบบแลนด์บริดจ์อีก แต่จะมีโครงสร้างการคมนาคมแบบอื่น ที่สอดคล้องกับศักยภาพภาคใต้ อันนี้คือข้อเท็จจริง ทั้ง 3 ประการและคำสัมภาษณ์ของรัฐมนตรีดูจะผิดพลาดจากข้อเท็จจริง เป็นคำสัมภาษณ์ซึ่งโน้มเอียง ชี้นำว่ากรรมการชุดนี้ศึกษามาแล้ว จะรองรับการเกิดแลนด์บริดจ์ ซึ่งคิดว่า คำสัมภาษณ์นี้มีปัญหาอย่างยิ่ง”

ประสิทธิ์ชัย หนูนวล

ประสิทธิ์ชัย ยังเปิดเผยว่า ได้ทำบันทึกอย่างเป็นทางการ ถึง รมช.สิริพงศ์แล้วว่าเรื่องแผนพัฒนาภาคใต้ แผนแม่บท ส่วนกรรมการที่จะตั้งขึ้น โดยหลักการควรจะเป็นแบบไหน โดยโครงสร้างอำนาจและโดยจำนวนองค์ประกอบกรรมการเป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้ก็ได้หารือกับ รมช.สิริพงศ์ ไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับคำตอบ รวมถึงได้ส่งข้อความผ่านผู้ประสานงานของ รมช.สิริพงศ์ ถึงคำสัมภาษณ์ที่เกิดขึ้น เป็นคำสัมภาษณ์ที่มีปัญหา จึงถามรัฐมนตรีว่า ยืนยันในคำสัมภาษณ์หรือไม่ 

“ถ้ายืนยันคำสัมภาษณ์ แสดงว่ารัฐมนตรี กำลังละเมิดบันทึกข้อตกลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะข้อ 1 แล้วท่วงทำนองข้อ 2 ก็เรื่องแลนด์บริดจ์ เป็นการพูดที่ไม่เป็นกลาง แล้วพอพูดถึงข้อ 3 ก็ไม่ได้พูดถึงหัวใจสำคัญของมันที่เราจะต้องทุ่มเทกันเรื่องแผนแม่บท เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ยังไม่ลงมือทำกันเลย ก็เกิดปัญหาเรื่องของการพยายามที่จะเบี่ยงเบนข้อตกลงจึงต้องเรียนตรงไปตรงมาว่า ถ้าในวันศุกร์หน้าเรื่องทุกอย่างยังไม่เคลียร์ ก็คงต้องประกาศการชุมนุมรอบใหม่ เพราะถือว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นตัวแทนของนายกรัฐมนตรีเบี้ยวข้อตกลงของเราจากคำสัมภาษณ์และวิธีการปฏิบัติของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม” 

ประสิทธิ์ชัย หนูนวล

ล่าสุด ประสิทธิ์ชัย ระบุผ่านเพจส่วนตัว ระบุ รมช.สิริพงศ์ โทรศัพท์มายืนยันว่า ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลง คือ 1. ไม่มีการนำเสนอร่าง พ.ร.บ. SEC 2. โครงการแลนด์บริดจ์เป็นไปตามข้อตกลงเดิม และ 3. คณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ




 

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active