ตัวแทน 14 องค์กร แถลงข้อเรียกร้องต่อสาธารณะ คัดค้านแปรรูปสื่อสาธารณะ ให้ตกเป็นสื่อของรัฐ ย้ำ ต้องเป็นที่พึ่ง ไม่ถูกครอบงำจากอำนาจรัฐ-ทุน พร้อมหยุดแทรกแซง 3 กองทุน กระทบความเข้มแข็งของประชาชน
วันนี้ (29 ต.ค. 2569) เวทีเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง เรื่อง “อนาคตสื่อสาธารณะ พันธะ กสทช. และกองทุนสุขภาพ กับอิสรภาพจากอำนาจรัฐและทุน” ผู้แทนจาก 14 องค์กรสื่อและภาคประชาสังคม ประกอบไปด้วย
- เครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง
- คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35
- สภาองค์กรของผู้บริโภค
- เครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ
- ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move)
- คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
- สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ
- สภาวิชาชีพสื่อวิทยุและโทรทัศน์ไทย
- Cofact
- สหภาพครูแห่งชาติ
- เครือข่ายสังคมนิยมประชาธิปไตย
- เครือข่ายสื่อพลเมืองอิสระ
- เครือข่ายสลัม 4 ภาค
- สภาประชาชน 4 ภาค
ได้ร่วมกันแถลง 4 ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและสาธารณะ ดังนี้
ข้อที่ 1. ขอคัดค้านการแปรรูปสื่อสาธารณะไทยพีบีเอสให้เป็นสื่อของรัฐ ตามที่รัฐบาลและ สส. พรรคภูมิใจไทยนำเสนอ เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนเจตนารมณ์ของวีรชนพฤษภา 35 และเจตนารมณ์ของทีวีเสรี หรือ Independent Television ให้เป็นสื่อของรัฐ ซึ่งรัฐมีสื่อของรัฐมากมายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรมประชาสัมพันธ์ NBT ช่อง 5 และอื่น ๆ เราไม่ต้องการเห็น NBT 2 ผ่านช่องของไทยพีบีเอส การรักษาเจตนารมณ์วีรชนพฤษภา 35 เพื่อให้มีสื่อสาธารณะ ซึ่งไทยพีบีเอสสร้างผ่านหลักการที่สอดคล้องของสื่อสาธารณะตามหลักการสากล ไม่ว่าจะเป็น BBC ของอังกฤษ NHK ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชนที่ต้องการสื่อที่ปราศจากการครอบงำจากอำนาจรัฐและทุน
ข้อที่ 2 ขอคัดค้านการผลักดันร่างกฎหมายที่แปรรูปกองทุนสุขภาพ ทั้ง 3 ฉบับ ไม่ว่าจะเป็น กองทุน สสส., กองทุนพัฒนากีฬา และ กองทุนผู้สูงอายุ ซึ่งทั้งหมดเป็นกองทุนที่สนับสนุนการพัฒนาสุขภาพของประชาชนให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ในนามของกองทุนอิสระที่รัฐไม่จำเป็นต้องเข้าควบคุม แทรกแซง หรือเข้าไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบของที่มาของงบประมาณ เนื่องจากปัจจุบัน รัฐบาลก็มีงบประมาณที่ผลักดันผ่านกระทรวงสาธารณสุข ผ่านกรมอนามัย และอื่น ๆ มากมายอยู่แล้ว การผลักดันกฎหมายเหล่านี้ เป็นเจตนารมณ์ในการแทรกแซงความเข้มแข็งของประชาชน และต้องการควบคุมประชาชนที่ออกมาขับเคลื่อนตรวจสอบรัฐบาลในปัจจุบัน
ข้อที่ 3 เรียกร้องให้มีการปฏิรูป กสทช. และให้กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ 6 ท่าน ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการที่จะรักษาผลประโยชน์สาธารณะและประชาชน และเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการ กสทช. ที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่อยู่ได้ยุติ และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีได้รับผิดชอบตาม พ.ร.บ. กสทช. ที่รักษาการอยู่ ท่านต้องสั่งการอย่างเด็ดขาดเพื่อที่จะจัดการให้ กสทช. ได้เดินหน้าต่อไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวว่าสนิทสนมกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการประวิงเวลาและละเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายต่อไป
ข้อที่ 4 เรียกร้องพรรคภูมิใจไทย หยุดแทรกแซงสังคมและการเมืองไทยไปสู่อำนาจนิยม ซึ่งเห็นว่าเป็นการพยายามแทรกแซงมาทุกองคาพยพแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลไกการเลือกตั้งที่มี QR code มี barcode ซึ่งมีเจตนาในการเข้าแทรกแซงคะแนนเสียงของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการแทรกแซงแต่งตั้งข้าราชการ ที่พยายามทำให้ทุกองคาพยพเป็นระบอบอำนาจนิยมที่ควบคุมโดยพรรคภูมิใจไทย
“ในนามของภาคประชาชนเครือข่ายต่าง ๆ ทั่วประเทศที่ขับเคลื่อนร่วมกัน เราจะตรวจสอบและเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ทำหน้าที่เพื่อเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง และเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตยที่ยั่งยืนต่อไป ตามอุดมการณ์ของวีรชนที่เสียสละในอดีต ในทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมาต่อไป”
