‘ชาติพันธุ์ไทดำ’ จ.สุราษฎร์ธานี จี้รัฐหยุดไล่ที่จากชุมชนดั้งเดิม

ชาวไทดำ อ.บ้านนาเดิม ยังคงปักหลักหน้าอำเภอ ย้ำจุดยืนไม่ใช่ผู้บุกรุก ยันตั้งรกราก ถิ่นฐานมานาน วอนนายอำเภอ ทบทวนออกคำสั่งที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไล่ที่ชาวบ้านอย่างไม่เป็นธรรม

วันนี้ (2 เม.ย. 68) เข้าสู่วันที่ 2 ที่ กลุ่มชาติพันธุ์ไทยทรงดำ หรือ ไทดำ ต.ทรัพย์ทวี อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 200 – 300 คน ปักหลักที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านนาเดิม จ.สุราษฏร์ธานี เพื่อพบ ยืนยง คิดถูก นายอำเภอบ้านนาเดิม หลังเป็นผู้ลงนามในป้ายปิดประกาศ เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ให้ชาวไทยดำ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 4 บ้านทรัพย์ทวี รื้อถอนผลอาสิน รวมถึงสิ่งปลูกสร้าง ออกจากที่ดินสาธารณะประโยชน์ทุ่งปากขอ ภายใน 30 วัน   

แดนทอง คนสูง ตัวแทนชาวไทดำ หมู่ 1 และหมู่ 4  ต.ทรัพย์ทวี บอกว่า การออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือ น.ส.ล. ทับชุมชนดังกล่าวนั้น มีความผิดพลาดที่อาจจะเป็นที่ดินคนละแปลง กับที่ดินของกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ ที่ใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน และจากคำสั่งดังกล่าว ส่งผลกระทบความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่ไร้ที่ดินทำกิน ไร้ที่อยู่อาศัย ทำให้ชาวบ้านมีความกังวล มีความเครียด บางคนป่วยมีภาวะความดัน กระทบทั้งสุขภาพและจิตใจ จึงมาเรียกร้องให้มีการชะลอคำสั่งนี้ก่อน  

“เราขอให้ชะลอจนกว่าการแก้ไขปัญหาจะมีข้อสรุปชัดเจน เพราะกรณีนี้อยู่ในกระบวนการแก้ปัญหาของคณะทำงานของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ที่มี อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน”

แดนทอง คนสูง

ตั้งคำถาม รัฐต้องการที่ดินชาวบ้าน ไปทำโครงการขนาดใหญ่หรือไม่ ? 

อิสรีย์ พลายงาม ชาวไทดำ หมู่ 1 ต.ทรัพย์ทวี ยืนยันว่า พวกเขาได้ตั้งถิ่นฐาน เป็นชุมชนดั้งเดิมอยู่กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ตั้งแต่ปี 2496 สายตระกูลแรก ๆ ที่มาอยู่อาศัย เช่น สระทองแพ, สระกอบแก้ว และ แค้นคุ้ม ปัจจุบันมี 135 ครอบครัว ดังนั้นจึงไม่ใช่ผู้บุกรุก เพราะมีหลักฐานการมาอยู่อาศัยอย่างชัดเจน 

“สำหรับหลักฐานที่ยืนยัน ว่า ชาวไทดำอยู่มานานเป็นชุมชนดั้งเดิม มีการออกทะเบียนบ้าน, ภาษีบำรุงท้องที่ หรือภาษีดอกหญ้า (ภ.ท.บ.5) และบัตรประชาชน ยืนยันชาวบ้านอยู่มานาน ไม่ใช่ผู้บุกรุก เพราะมีหลักฐานการมาอยู่อาศัยอย่างชัดเจน”

อิสรีย์ พลายงาม

ขณะที่ อำนาจ แค้นคุ้ม ชาวไทดำ หมู่ 1 ต.ทรัพย์ทวี ตั้งข้อสังเกต และคำถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะรัฐตั้งเป้านำพื้นที่นี้ไปใช้ประโยชน์บางอย่าง ที่อาจเป็นโครงการขนาดใหญ่หรือไม่ จึงไม่สนใจทุกข์ร้อนประชาชนในพื้นที่นี้เลย ซึ่งโครงการนี้เกิดขึ้นแล้วในปี 2538 คือ โครงการเซาท์เทิร์นซีบอร์ด ซึ่งภาครัฐต้องการที่ดินชาวบ้านทั้งแปลงไปทำนิคมอุตสาหกรรม ตั้งเป้าว่าให้มีโรงงานประมาณ 700 แห่ง ชาวบ้านจึงออกมาค้านจนกระทั่งชะลอไป 

“ตอนนี้มีการตั้งเป้าจะเอาที่ดินไปทำโครงการอะไรอีกหรือไม่ จึงมาขับไล่ประชาชน ดูเหมือนว่าต้องการพื้นที่ตรงนี้จนไม่สนใจประชาชนที่อยู่อาศัยทำกินอย่างเปิดเผยมานานกว่า 70 ปี  โดยเนื้อที่หมู่ 1 กระทบกว่า 1,300 ไร่  และหมู่ 4 อีกกว่า 1,500 ไร่”

อำนาจ แค้นคุ้ม

หนุนการปกป้องสิทธิชุมชน ‘กลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ’ 

ล่าสุด เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนภาคใต้ ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ตามที่นายอำเภอบ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี ทำการปิดป้ายประกาศโดยอ้างถึงอำนาจของกระทรวงมหาดไทย ที่จะดำเนินการไล่รื้ออาสินและที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ จ.สุราษฎร์ธานี พวกเราขอยืนยันในสิทธิด้านที่ดิน ที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ ด้วยเพราะเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่อาศัยกันมายาวนาน ซึ่งได้สิทธิในผืนแผ่นดินแห่งนี่มาโดยชอบ แม้หลายปีที่ผ่านมาจะมีปัญหาความไม่เข้าใจระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่รัฐ เรื่องการประกาศที่ดินหนังสือสำคัญที่หลวง หรือ น.ส.ล. ทับซ้อนกัน และกลายเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน 

อย่างไรก็ตามได้มีการยอมรับว่าข้อพิพาทดังกล่าวนั้น มีมูลเหตุของความผิดพลาดอยู่จริง อันเห็นได้จากผลการพิสูจน์ในเบื้องต้นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่ายแล้วว่า การประกาศที่ น.ส.ล. ดังกล่าวนั้น มีความผิดพลาดที่อาจจะเป็นที่ดินคนละแปลงกับที่ดินของกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำที่ใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ ปี 2566 ให้ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวไปแล้ว พร้อมกับให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านในพื้นที่ในเรื่องคดีความ โดยต้องไม่ให้มีคดีเพิ่มขึ้นอีก ในระหว่างดำเนินการแก้ไขปัญหา

จนเมื่อนายอำเภอบ้านนาเดิมคนปัจจุบัน ได้เข้ามาปักป้ายแจ้งประกาศเสมือนว่าชาวบ้านในพื้นที่เป็นผู้กระทำผิดด้วยการบุกรุกที่ดินสาธารณะของรัฐ ทำให้เกิดความสับสน และเกิดความเสียหายต่อสาธารณะ ที่กำลังเข้าใจผิดว่ากลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นผู้บุกรุกที่ดินของรัฐ และกำลังทำให้สถานการณ์ในพื้นที่เลวร้ายมากขึ้น

เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนภาคใต้ ได้ปรึกษาหารือและมีความเห็นร่วมกันว่า การดำเนินการดังกล่าวของนายอำเภอบ้านนาเดิม ไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย ทั้งยังไม่เคารพการดำเนินงานของรัฐบาลที่กำลังแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวผ่านระบบกลไกที่มีการแต่งตั้งไว้แล้ว พวกเราจึงขอประกาศสนับสนุนการออกมาเรียกร้องสิทธิชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ จ.สุราษฎร์ธานี อย่างถึงที่สุด เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม พร้อมมีข้อเรียกร้องดังนี้

  1. นายอำเภอบ้านนาเดิม จะต้องทบทวนการออกคำสั่งอันมิชอบ ที่จะดำเนินการไล่รื้ออาสินและที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำในทันที

  2. รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาตามมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2566 ที่เคยทำข้อตกลงไว้กับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้แล้วเสร็จ

  3. ขอเรียกร้องและเชิญชวนเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนผู้รักความเป็นธรรมทั้งหลายได้โปรดออกมาสนับสนุนการปกป้องสิทธิชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำจังหวัดสุราษฎร์ธานีในทุกรูปแบบ จนกว่าจะบรรลุข้อเรียกร้อง

ล่าสุดชาวบ้านไทดำ ได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง และแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อนายอำเภอบ้านนาเดิม เพื่อให้ชะลอประกาศดังกล่าว จนกว่าการแก้ไขปัญหาของคณะทำงานที่อยู่ภายใต้พีมูฟจะแล้วเสร็จ

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active