อารีย์…อยู่กันยังไง ? ในวันที่ความเจริญของย่าน เดินเร็วกว่าความสัมพันธ์ของผู้คน

หากพูดถึง “อารีย์” ทุกคนนึกถึงอะไรกันบ้าง…?

เป็นย่านที่มีคาเฟ่ที่น่าไปถ่ายรูป ไปตามรอยร้านอาหารในกระแส มีมุมถ่ายรูปยอดฮิตอย่าง ต้นเฟื่องฟ้า หรือพื้นที่ของคนเมืองที่เต็มไปด้วยร้านฮิปและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ 

แต่เคยสงสัยกันไหมว่านอกจากภาพจำเหล่านี้จริง ๆ แล้วอารีย์มีอะไรมากกว่านั้นไหม ? แล้วคนที่อยู่ย่านนี้เขา อยู่กันยังไง ? 

จากความสงสัย The Active เลยชวน มิช – ฮามิช มัสอิ๊ด จากเพจ เพื่อนบ้านอารีย์ มาพาเราทำความรู้จัก และเข้าอารีย์ให้มากกว่าเดิม

มิช ออกตัวเลยว่า เขาไม่ใช่คนอารีย์แท้ ๆ แต่ก็ย้ายมาอยู่ในย่านนี้เกือบ 9 ปีแล้ว จริง ๆ เขาเติบโตมาในโซนหนองจอก-มีนบุรี ก่อนจะค่อย ๆ ขยับเข้ามาทำงานในเมือง เมื่อรู้สึกว่าหน้าที่การงานของตัวเองดีขึ้น ก็ตัดสินใจปักหลักอาศัยอยู่ที่ย่านอารีย์ เพราะเป็นย่านที่ทำให้รู้สึกว่า “อยู่แล้วสบายใจ”

มิช – ฮามิช มัสอิ๊ด จากเพจ เพื่อนบ้านอารีย์

เพื่อนบ้านอารีย์ ก็เป็นพื้นที่บนโลกออนไลน์ ที่ทำขึ้น เพราะรู้สึกว่าเมื่อต่างคนต่างอยู่กันในย่านเมืองแบบนี้ อาศัยอยู่กันตามคอนโดมิเนียม เป็นห้อง ๆ ตามวิถีชีวิตแบบบคนในเมืองทั่วไป ก็ไม่รู้ว่าห้องข้าง ๆ หรือเพื่อนบ้านเป็นใคร ไม่กล้าคุยกัน จุดเริ่มต้นจึงอยากทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในย่านเดียวกัน

จึงเริ่มออกไปพูดคุยกับผู้คนในย่าน ทั้งคนขายของริมทาง เจ้าของร้าน รวมถึงถึงคนในชุมชน ทำให้ได้เห็นว่าคนในย่านอารีย์มีความน่าสนใจอยู่เยอะมาก และทุกคนมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง

“เราจะมารู้ทีหลังว่า จริง ๆ ทุกคนรู้จักกันหมด ผ่านเพื่อน ผ่านร้าน ผ่านคนในชุมชน มันสนุกตรงนี้”

ฮามิช มัสอิ๊ด

และสำหรับมิช คำว่า “เพื่อนบ้าน” ไม่ได้หมายถึงแค่คนอยู่ติดกัน แต่คือความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นผ่านการใช้ชีวิตร่วมกันในย่าน

ย่านสงบที่ไม่เคยขาดผู้คนในทุกยุค

นอกจากภาพจำอย่างร้านคาเฟ่ชิค ๆ ที่ทำให้คนนอกจดจำย่านนี้ได้ มิช จากเพื่อนบ้านอารีย์ก็มองว่า คนที่เลือกอยู่ที่อารีย์จริง ๆ ส่วนใหญ่จะเลือกอยู่เพราะต้องการความสงบ ซึ่งสิ่งนี้อาจขัดกับภาพจำของหลาย ๆ คน ที่มองเข้ามา แต่จริง ๆ แล้วอารีย์มีมุมที่สงบอยู่ค่อนข้างเยอะ 

“คำว่า บ้าน มันขยายได้จากการที่เราเป็นแค่อพาร์ตเมนต์ 1 หลัง พอเราเดินบ่อย ๆ ได้สัมผัสบ่อย ๆ เรารู้สึกว่าคำว่าบ้านมันขยายไปเรื่อยๆจนกลายเป็นว่าทั้งบ้านคือย่านของเรา”

ฮามิช มัสอิ๊ด

หรืออาจเรียกได้ว่าบรรยากาศของการเดินได้ในย่านอารีย์ทำให้เขาได้สัมผัสถึง “ความเป็นเพื่อนบ้าน” ที่ยังหลงเหลืออยู่กลางกรุงเทพฯ

และความรู้สึกของความเป็น ย่าน ในอารีย์ อาจเกิดขึ้นจากรากเดิมของพื้นที่ที่เคยเป็นชุมชนอยู่อาศัยมาก่อน

‘ย่านอารีย์’ มีวิวัฒนาการ

ตั้งแต่ราวช่วง พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา พื้นที่อารีย์เคยเป็นย่านพักอาศัยของข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ในเวลานั้นอารีย์ยังเป็นพื้นที่เงียบสงบ เป็นหมู่บ้านจัดสรร มีบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ แตกต่างจากเมืองชั้นในอย่างเยาวราชหรือเจริญกรุงที่หนาแน่นไปด้วยตึกแถว

หากย้อนกลับไปก่อนมี ถนนพหลโยธิน พื้นที่อารีย์เคยเป็นทุ่งนาและพื้นที่เกษตรมาก่อน แต่พอมีการตัดถนนผ่าน เจ้าของที่ดินจึงเริ่มแบ่งขายเป็นแปลง และค่อย ๆ พัฒนาเป็นชุมชนบ้านพักขนาดใหญ่

และสิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้ คือร้านอาหารและคาเฟ่จำนวนมากในอารีย์ทุกวันนี้ เดิมคือ หน้าบ้าน ของบ้านพักเก่า เพราะเมื่อเวลาผ่านไป บ้านหลายหลังมีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น ลูกหลานย้ายไปอยู่ต่างประเทศหรือย้ายออก เจ้าของบ้านจึงเริ่มแบ่งพื้นที่ด้านหน้าของบ้านให้เช่า จึงทำให้มีร้านค้าเข้ามามากขึ้น

“ลักษณะนี้ทำให้อารีย์ต่างจากย่านการค้าเก่าอย่างเยาวราชหรือเจริญกรุง เพราะโครงสร้างพื้นที่ยังคงเป็น บ้าน มีสนาม มีต้นไม้ และมีพื้นที่ว่างระหว่างอาคารอยู่มากหากสังเกตดี ๆ หลายร้านจะยังมีตัวบ้านเดิมซ่อนอยู่ด้านหลัง” 

อีกจุดเปลี่ยนสำคัญของอารีย์ คือ การมาถึงของรถไฟฟ้า BTS ในช่วงที่ย่านยังเงียบและค่าเช่ายังไม่สูงนัก ทำให้คนทำงานสร้างสรรค์ อย่างศิลปิน และคนรุ่นใหม่เริ่มเข้ามา เพื่อหาบ้านเช่าหรือเปิดร้านเป็นของตัวเอง

จึงทำให้อารีย์เป็นพื้นที่ของร้าน Specialty Coffee ยุคแรก ๆ ไปจนถึงร้านขนม อาหาร ร้านงานคราฟต์ และพื้นที่สร้างสรรค์ต่าง ๆ จนถึงยุคที่อารีย์เป็นย่าน ฮิปสเตอร์ และเป็นพื้นที่ยอดนิยมของคนเล่น Instagram ในเวลาต่อมา ทำให้เป็นย่านที่มีผู้คนวนเวียนเข้ามาตลอด และมีร้านที่กลายจุดเช็คอินอยู่เรื่อย ๆ

คนในย่านที่พยายามรักษาความเป็นอารีย์เอาไว้

มิช ยังแนะนำให้รู้จักเพื่อนบ้านอารีย์อีกหนึ่งคน คือ เอิร์ธ – สรณัญช์ ชูฉัตร เจ้าของร้าน MIA (Made in Ari) ซึ่งเติบโตและใช้ชีวิตมากับย่านแห่งนี้ และในฐานะของนักธุรกิจรุ่นใหม่ของย่าน มองว่า ที่นี่คือพื้นที่ของความสร้างสรรค์ เช่น การมีร้านอาหาร สตูดิโอ ออกแบบอีเวนต์ รวมถึงศิลปินก็อยู่แถวนี้เยอะ และทุกวันนี้ที่เขาทำร้านอาหาร ก็เพราะว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารในย่านนี้

เอิร์ธ – สรณัญช์ ชูฉัตร เจ้าของร้าน MIA (Made in Ari)

โดยเสน่ห์สำคัญของอารีย์ คือการที่หลายร้านยังคงมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เจ้าของจำนวนมากเปิดร้านอยู่ในบ้านตัวเอง ลงมือทำ เสิร์ฟ และดูแลลูกค้าด้วยตัวเอง มากกว่าจะเป็นธุรกิจที่สร้างขึ้นตามกระแสหรือสูตรสำเร็จ สะท้อนว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจเพียงอย่างเดียว

“อะไรที่มันอยู่ได้ คือจะเป็นคนที่เข้าใจย่านนี้อย่างถ่องแท้มากกว่าเข้ามาฉาบฉวย เพื่อทำกำไรแล้วออกไป”

สรณัญช์ ชูฉัตร

ในอดีตอารีย์เคยเป็นย่านที่ค่าเช่าและราคาที่ดินยังไม่สูงมาก ทำให้ศิลปินและคนทำงานสร้างสรรค์จำนวนมากเลือกเข้ามาอยู่ที่นี่ แม้ปัจจุบันราคาที่ดินจะสูงขึ้นมากแล้ว แต่อารีย์ก็ยังมีบรรยากาศต่างจากย่านธุรกิจอื่น เพราะยังไม่มีตึกสูงหนาแน่น และคนในพื้นที่จำนวนหนึ่งก็พยายามช่วยกันรักษาความดั้งเดิมของย่านเอาไว้

“ต้องบอกว่าคนในพื้นที่ช่วยกันว่าคนในพื้นที่ช่วยกันอนุรักษ์แล้วก็ปกป้องพื้นที่ไว้ ไม่ให้เกิดการขึ้นตึกที่อาจจะผิดกฎหมายก็ทำให้ชุมชนรู้สึกว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย”

สรณัญช์ ชูฉัตร

พัฒนาย่านต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม-ยั่งยืน

ในฐานะคนอารีย์ สิ่งที่เขาอยากเห็นการพัฒนามากกว่านี้ คือ เมื่อย่านเกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น จึงอยากให้ย่านมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาให้ย่านมีความยั่งยืนได้ด้วยตัวเอง

มีการวางแผนสร้างความยั่งยืนจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นประชาชนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าทั้งไทยและต่างชาติ อีกทั้งบริษัทที่อยู่รอบ ๆ ก็เยอะมาก และหน่วยงานราชการต่าง ๆ

คิดว่าถ้าทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันว่าจะทำอารีย์ให้ดีขึ้น นอกจากการเติบโตเชิงเศรษฐกิจแล้ว ควรให้มีการเติบโตทางด้านสิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืนด้วย อารีย์อาจจะไม่ใช่แค่ย่านที่น่าอยู่ที่สุดในไทย แต่อาจจะสามารถเป็นย่านที่น่าสนใจในระดับโลกก็ได้

‘ย่านอารีย์’ กับความเปลี่ยนแปลงในความทรงจำ

สำหรับเพื่อนบ้านอารีย์อีกคนที่ได้เจอวันนี้ เธอเป็นผู้ที่อยู่ในอารีย์มาตั้งแต่เกิด จึงเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของอารีย์มาหลายยุคสมัย และเข้าใจว่าในระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมาอารีย์มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ? นั่นคือ แม่อุ๋ยจารุนีล์ จาริตรบุตร (ทินกร ณ อยุธยา) เล่าว่า ตัวเองเกิดอยู่ที่ซอยอารีย์ แต่บ้านในอดีตที่เคยอยู่ตอนเด็กถูกขายไปนานแล้ว กลายเป็นสหกรณ์ซอยอารีย์ ด้านหน้าติดกับพหลโยธิน ด้านหลังติดกับซอยอารีย์ 1 

แม่อุ๋ย – จารุนีล์ จาริตรบุตร (ทินกร ณ อยุธยา)

เมื่อก่อนคนแถวนี้อยู่กันเป็นบล็อก ๆ เป็นบ้านเก่า ๆ หรือบ้านไม้ คนในชุมชนก็รู้จักกันหมด สมัยก่อนตึกแถวต่าง ๆ ก็ขายของเยอะ ทั้งตอนเช้าและเย็นก็มีแม่ค้าตั้งร้านกันเยอะแยะ แต่เหตุผลที่ครอบครัวในตอนนั้นต้องขายบ้านหลังเก่าเพราะการเปลี่ยนแปลงที่เข้ามา พอเริ่มขายก็มีบ้านหลังอื่น ๆ เริ่มขายออกไปตาม ๆ กัน ทั้งตึกที่เริ่มเข้ามา แล้วทำให้วิถีชีวิตของคนในย่านเปลี่ยนไป

แม้การเปลี่ยนไปของย่านจะเป็นไปตามยุคสมัย แต่ความเป็นตลาดของอารีย์ สำหรับแม่อุ๋ยแล้วก็รู้สึกว่ายังเหมือนเดิม เพียงแค่เปลี่ยนไปตามรุ่นของคน สะท้อนว่าย่านยังไม่ตาย บ้านคนเก่า ๆ ก็ยังอยู่กัน

“ขอบคุณทุกคนที่รักษาประวัติชุมชน แล้วทุกคนช่วยกันรื้อขึ้นมา ไม่ใช่แต่งประวัติใหม่ แต่เป็นของจริงที่นำกลับขึ้นมา และให้คนรู้ว่าทุกคนมีราก”

จารุนีล์ จาริตรบุตร (ทินกร ณ อยุธยา)

สำหรับครอบครัวของแม่อุ๋ย ถือว่าเป็นตระกูลเก่าแก่ที่อาศัยอยู่ในย่านอารีย์ นั่นคือเชื้อสายราชสกุล “ทินกร” ได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ในย่านอารีย์เช่นกัน และมีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

สิ่งที่อารีย์ต้องการ เพื่อความยั่งยืนของย่าน

แม้ใช้ชีวิตอยู่ในอารีย์มาเกือบ 10 ปี มิช ก็อยากให้ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับ การเดิน มากขึ้น เพราะในมุมของเขาเองการที่มีความอยากรู้เกี่ยวกับย่านนี้ก็เริ่มจากการเดินสำรวจ ด้วยการอยากเดินออกมาจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเองเพื่อทำความรู้จักกับผู้คนในย่าน 

“แทนที่เราจะซื้อหรือสั่งอาหารมากินอยู่ในห้องคนเดียว เราก็ลองเดินออกไปกินร้านอาหารที่มีอยู่ในย่าน ทำให้ได้เจอกับผู้คน ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบ ๆ บ้าง”

ฮามิช มัสอิ๊ด

มิชมองว่าการเดิน คือ สิ่งที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงกันมากขึ้น แม้อารีย์จะขึ้นชื่อเรื่องหาที่จอดรถยาก จนหลายคนส่ายหน้าเวลาอยากแวะมา แต่เขาเชื่อว่า อารีย์ไม่ควรถูกออกแบบมาเพื่อรองรับรถเพียงอย่างเดียว หากควรเป็นย่านที่คนสามารถเดินถึงกัน และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัวได้มากกว่านี้

อารีย์เองก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง จากย่านที่เคยมีผู้อยู่อาศัยเบาบาง ค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ที่มีกำลังซื้อสูงขึ้นกว่าได้ย้ายเข้ามา ขณะที่คนที่เคยอาศัยอยู่มาก่อนต้องย้ายออก เพราะไม่สามารถแบกรับค่าครองชีพได้

สิ่งนี้ทำให้ปัจจุบันอารีย์ถูกมองว่าเป็นย่านที่ต้องมีรายได้ระดับหนึ่งจึงจะอยู่อาศัยได้ ซึ่งอาจเป็นเพียงมุมหนึ่งของความจริง แต่คำถามสำคัญคือ ต้องออกแบบหรือปรับมุมมองต่อย่านนี้อย่างไร ? เพื่อให้เป็นเป็นมิตรกับคนทุกกลุ่มมากขึ้น

แม้วันนี้ค่าเช่าและค่าครองชีพจะสูงขึ้น แต่เขามองว่าอารีย์ยังรักษาความดั้งเดิมไว้ได้ โดยเฉพาะร้านอาหารที่ราคาจับต้องได้ สามารถกินได้ทุก ๆ วัน และเป็นตลาดสำหรับคนทำงาน ซึ่งเป็นที่ฝากท้องของคนในย่านจริง ๆ

“คนลืมว่าอารีย์ไม่ได้มีแต่คาเฟ่ มันมีคนอยู่จริง ๆ”

เมื่อถูกถามว่า หากให้นิยามสั้น ๆ ถึงอารีย์ จะให้นิยามว่าอะไร เขาตอบทันทีว่า “อารีย์คือบ้าน”

ไม่ใช่แค่บ้านในความหมายของพื้นที่อยู่อาศัย แต่คือความรู้สึกคุ้นเคยที่ค่อย ๆ ขยายจากห้องหรือคอนโดฯ ไปสู่ร้านประจำ ถนนที่เดินทุกวัน และผู้คนในย่านที่รู้จักกันมากขึ้นและสำหรับเขา การพาคนมาเดินย่านอารีย์จึงไม่ต่างจากการพาแขกมาเดินดูบ้าน แล้วชวนทำความรู้จักเพื่อนในอารีย์ให้มากขึ้น


  • รับชมย้อนหลัง : “อยู่กันยังไง ?” EP.1 อารีย์…มีอะไร ? จากวันวานสู่ย่านฮิต กับ “เพื่อนบ้านอารีย์”

Author

Alternative Text
AUTHOR

เมธาวี ทวีผล

คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังไงก็อยู่ได้