เยียวยาไม่ทัน…หนี้รันไม่หยุด! ชะตากรรม “คนจน” หาดใหญ่ เมื่อน้ำท่วมผ่านไป แต่ชีวิตยังไม่ฟื้น

“เมื่อก่อนอัสซมาไม่เคยกลัวน้ำท่วม แต่เจอครั้งนี้กลัวมาก ไม่อยากอยู่แล้ว”

เป็นเหตุผลให้ อัสซมา พูนศรี แม่ค้าโรตี ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตัดสินใจพาครอบครัวย้ายจากชุมชนริมคลองระบายน้ำที่ 1 (ร.1) ถนนเทศาพัฒนา มาเริ่มต้นชีวิตใหม่อยู่ในจุดที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม แม้ต้องแลกด้วยการเป็นหนี้ก้อนแรกในชีวิต เป็นจำนวนถึง 1.5 ล้านบาท ก็ตาม

อัสซมา พูนศรี ชาวหาดใหญ่ กับบ้านหลังใหม่

อัสซมา เล่าย้อนถึงชีวิตของตัวเอง ว่าเธอและครอบครัวอาศัยอยู่ในบ้านเช่า หลังแรกที่อยู่ติดคลอง ร.1 เพียงแค่ข้ามถนนเท่านั้น เมื่อถึงฤดูน้ำหลากบ้านของเธอ รวมถึงคนในชุมชนกว่า 3,000 ชีวิต เป็นเหมือนจุดรับน้ำไม่ให้ไหลเข้าท่วมตัวเมืองหาดใหญ่ แต่ปลายปี 2568 เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ของอัสซมาที่เกิดความสูญเสียมากที่สุด

หลังมหาอุทกภัยผ่านพ้นไป ช่างเข้าประเมินบ้านของอัสซมา พบว่า โครงสร้างเสียหายทั้งหลัง ไม่ปลอดภัยต่อการอยู่อาศัย ซ้ำเครื่องมือทำมาหากินยังถูกน้ำซัดหายไปต่อหน้าต่อตาโดย ที่เธอทำอะไรไม่ได้เลย

ขณะที่รายจ่ายและหนี้สินยังคงเดินหน้าต่ออย่างไม่ลดละ ความหวังเดียวคือเงินเยียวยาฉุกเฉิน 9,000 บาท ที่ได้รับมาแล้ว แต่เงินซ่อมแซมบ้าน 40,000-46,000 บาท จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับ

เมื่อระบบรัฐพึ่งพาไม่ได้ สิ่งเดียวที่เหลืออยู่สำหรับคนจนเมืองคือการพึ่งพาตัวเอง อัสซมา ตัดสินใจกู้เงินธนาคาร 1.5 ล้านบาท เพื่อซื้อบ้านมือสองในที่สูงเพื่อ “ความมั่นคง” แม้ต้องแลกมาด้วยการทำงานหนักเพื่อเอามาจ่ายหนี้ที่ท่วมสูงหัวยิ่งกว่าระดับน้ำก็ตาม

บ้านหลังเก่าของอัสซมา ที่ชุมชนริมคลอง ร.1 ถนนเทศาพัฒนา ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากน้ำท่วม

“ตอนนั้นต้องย้ายออกให้เร็วที่สุด แล้วบ้านเช่าตอนนั้นก็แพงขึ้นหมดเลย เลยกัดฟันเอาบ้านหลังนี้มาให้ได้ แม้จะเริ่มต้นด้วยการติดลบก็ตาม”

อัสซมา พูนศรี

คนจนเมือง กับความหวังต่อหาดใหญ่ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป

ไม่ใช่แค่มาตรการฟื้นฟู เยียวยาหลังน้ำท่วมที่ถูกมองว่าล่าช้า การกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ก็ยังไปไม่ถึงคนจนส่วนใหญ่ อัสซมา ตระเวนไปหลายที่กว่าจะได้จองพื้นที่เล็ก ๆ ขายโรตีในงานหาดใหญ่เคาท์ดาวน์ 2026 งานที่เทศบาลนครหาดใหญ่พยายามประกาศว่า “หาดใหญ่กำลังจะฟื้นตัว”

เสียงสะท้อนจากพ่อค้า แม่ค้า ชาวหาดใหญ่ในคืนวันนั้น ต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่าต้องการโอกาสในการทำมาหากิน เพราะนั่นหมายถึงการฟื้นฟูที่ยั่งยืน ไม่ต่างจากครอบครัวของอัสซมาที่กำเงินเยียวยา 9,000 บาทไว้เกือบเดือนเพื่อใช้เป็นทุนสำหรับงานนี้

ชุมชนริมคลอง ร.1 เป็นชุมชนขนาดใหญ่ ที่มีประชากรจากต่างจังหวัดเข้ามาอาศัยเช่าห้อง แสวงหาโอกาสในเมืองหาดใหญ่ และถือเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่ช่วยก่อร่าง สร้างตึก เป็นแม่ค้าพ่อค้า แรงงานในตลาดกิมหยง ตลาดสดพลาซ่า ตลาดหาดใหญ่ใน ที่ช่วยพัฒนาเมืองหาดใหญ่ให้อยู่ได้

ประธานชุมชนแห่งนี้ ยอมรับว่า ปัจจุบันมีชาวบ้านที่เป็นหนี้เพราะต้องนำเงินมาซ่อมแซมบ้าน ร้านค้า เครื่องมือทำมาหากิน ระหว่างรอเงินชดเชยจากรัฐบาล พร้อมยอมรับว่า อนาคตถ้าหาดใหญ่ยังไม่มีแผนรับมืออุทกภัยที่ชัดเจน ประกอบกับปัญหาหนี้ครัวเรือนจากสภาพเศรษฐกิจ รวมถึงพลังงานในปัจจุบัน อาจยิ่งซ้ำเติมปัญหาส่งผลให้เกิดสถานการณ์แรงงานเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่

สอดคล้องกับความเห็นของ นพ.สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และวิทยาการสุขภาพ มหาวิทยาลัยทักษิณ และเป็นหน่วยเยียวยาใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่และภาคใต้ผ่านหน่วย “หมอเดินดิน” กล่าวถึงโจทย์ท้าทายของจนคนจนเมืองในหาดใหญ่มีความซับซ้อนและยากขึ้นเพราะความเหลื่อมล้ำชัดขึ้น คำถามคือถ้าคนกลุ่มนี้หายไปเมืองจะอยู่ได้ไหม

ส่วนตัว นพ.สุวัฒน์ ใช้คำว่า “สาหัส” โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการผู้ใช้แรงงาน เช่น กรรมกรก่อสร้าง ไรเดอร์ พนักงานบริการ ห้างร้าน โรงแรมต่างๆ จะกระทบเป็นลูกโซ่ เศรษฐกิจอื่นเคลื่อนไม่ได้ อีกด้านกลุ่มคนจนเมืองที่มีรายได้ มีงานทำ ก็สามารถเคลื่อนเศรษฐกิจที่เป็นฐานรากของเมืองหาดใหญ่ได้เช่นกัน เพราะจากสำรวจมี หลายแสนคนที่ไม่ใช่มีทะเบียนบ้านอยู่ในหาดใหญ่ แต่คนเหล่านี้เป็นคนหล่อเลี้ยงหาดใหญ่ จึงอยากให้ภาครัฐใช้โอกาสที่ทำให้ทุกใช้กลไกที่มีอยู่ถ่างความเหลื่อมล้ำให้ลดน้อยลง

“งานวิจัยบอกว่าคนจนเมืองพอเกิดภัยพิบัติ กว่าเขาจะกลับมาจนเท่าเดิมใช้เวลาอย่างน้อย 6-7 ปี โจทย์สำหรับเราท้าทายมากลดให้เหลือสัก 3 ปีได้ไหม เอาให้ชีวิตเขาดีขึ้น ออกทำมาหากินได้”

นพ.สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ

“สองคลองควนลังโมเดล” กลไกฟื้นฟูเร่งด่วน เมื่อรัฐเยียวยาไม่ทันกับความสาหัสของชาวบ้าน

บทเรียนจากมหาอุทกภัยหาดใหญ่ อุปสรรคเกิดขึ้นตั้งแต่ความบกพร่องของระบบเตือนภัย และการสื่อสารถูกตัดขาด มีการแจ้งเตือนให้อพยพแต่ชาวบ้านไม่รู้จะไปที่ไหน การช่วยเหลือที่ล่าช้า โรคระบาด การขาดแคลนทรัพยากรฉุกเฉิน การจัดการขยะหลังน้ำท่วม รวมถึงการฟื้นฟูบ้าน ฟื้นฟูอาชีพ

ปีนี้ภาคประชาชนใน อ.หาดใหญ่ พวกเขาไม่รอรัฐบาล จับมือหน่วยงานต่างๆ รวม 12 หน่วยงาน ทำ MOU พัฒนาระบบสุขภาพแบบองค์รวม ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างศักยภาพการจัดการภัยพิบัติในเขตเมือง ภายใต้ชื่อ “สองคลองควนลังโมเดล” ประกอบไปด้วย 5 ชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำถูกขนาบด้วยคลองอู่ตะเภา และคลอง ร.1

หนึ่งในนั้นคือ การแก้จนคนเมือง รับผิดชอบโดย ม.ทักษิณ นําแนวทาง “โมเดลแก้จน” ที่ทําในพื้นที่ จ.พัทลุง ขยายมาทําในพื้นที่หาดใหญ่ ที่มีแนวโน้มจะเป็นกลุ่มอาชีพหลากหลาย แนวทางหลักคือ เก็บข้อมูลเชิงลึกทุกครัวเรือนวิเคราะห์ช่วงวัย ฐานอาชีพ ที่มีประชากร 5 ชุมชนไม่ต่ำกว่า 5,000 ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบ้านเช่า และประชากรแฝง โดยประสานภาคีระดับจังหวัดร่วมแก้จน และเสริมศักยภาพชุมชนตามความจําเป็นด้านอาชีพ

รวมถึงร่วมกับเครือข่ายเสริมความเข้มแข็งเพื่อการรับมือภัยพิบัติ ทําแผนรับมือก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย หลังเกิดภัย เน้นเพิ่มสมรรถนะชุมชนในด้านต่างๆ อาทิ การเตือนภัย การใช้ข้อมูลทางอุตุฯ เพื่ออาชีพ การอบรมทีมกู้ภัย ฯลฯ เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยปี 2569 โดยเป้าหมาย เปิดศูนย์ประสานงานรับมือภัยพิบัติชุมชน ตุลาคม 2569

นพ.สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และวิทยาการสุขภาพ มหาวิทยาลัยทักษิณ

“ถึงวิกฤตรัฐต้องให้เงินอุดหนุน จะให้ชาวบ้านพึ่งพาตัวเองอย่างเดียวเป็นไปไม่ได้ แต่แน่นอนเราอยู่ในชุมชนคงไม่รอข้างบนอย่างเดียว ถ้าอะไรจะมาเติมเต็มให้ผมก็ถือว่านั่นเป็นโบนัส แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นโบนัสเลยว่าจะให้บ้าง”

นพ.สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ

วันนี้ 8-9 มิ.ย. นี้ คณะรัฐมนตรีมีกำหนดสัญจรไปที่หาดใหญ่ หลายฝ่ายในพื้นที่หวังว่าแนวทางการแก้ปัญหาอุทกภัย จะไม่ใช่แค่การวางโปรเจกต์โครงการมูลค่ามหาศาล

แต่ต้องฟังเสียงของผู้ได้รับผลกระทบที่เป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเมือง ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่ถูกมองเห็น หรือเป็นเสียงส่วนหนึ่งต่อการรับมือภัยพิบัติของหาดใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต


  • รับชมย้อนหลัง : สารคดี คนจนเมือง ซีซัน 6 ตอน อัสซมา ยิ่งท่วม ยิ่งจน

Author

Alternative Text
AUTHOR

รุ่งโรจน์ สมบุญเก่า

หนุ่มหน้ามนต์คนบางเลน สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ ชื่นชอบอนิเมะ ทั้งสัตว์บกสัตว์ทะเลล้วนเป็นเพื่อน