ประชุม IMF-World Bank ผ่านไป ยังพอหลงเหลืออะไร ? ให้คนไทยได้คาดหวัง

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับประเทศไทยกับโอกาสการเป็นเจ้าภาพประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นี่อาจกลายเป็นอีกงานใหญ่ของไทยที่มีหลากหลายเรื่องราวเกิดขึ้นและเป็นกระแสในโลกออนไลน์ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  

การประชุมสำคัญที่ต้องรองรับแขกบ้านแขกเมืองระดับโลก ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีมมีมติพิจารณาวันหยุดพิเศษ หรือให้คนทำงานในพื้นที่กรุงเทพฯ ทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home (เฉพาะใน กทม.), ปิดถนนรอบศูนย์ประชุมฯ, สวนเบญจกิติ ประกาศปิดให้บริการบางส่วนเป็นการชั่วคราวเพื่อสนับสนุนภารกิจรักษาความปลอดภัยการประชุม ไม่มีที่จอดรถให้คนมาวิ่ง, การแสดงของ เนเน่ รอยัล โชว์พิเศษต้อนรับการประชุม, นายกฯ อนุทิน ชวนชิม โอเลี้ยง แล้วจะลืมอเมริกาโน่ รวมไปถึงมีการชุมนุมต้อต้านการประชุมครั้งนี้ ซึ่งก็ส่งผลให้มีความคิดเห็นต่อสถานการณ์นี้ รวมถึงหลายความเห็นในโซเซียลที่ออกมาในลักษณะการด้อยค่าผู้ชุมนุมว่า “ตัวถ่วงความเจริญ” ฯลฯ

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า การประชุม IMF ซึ่งรวมถึง World Bank Annual Meetings 2026 ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพหลังจากที่เคยเป็นมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2534 

นี่คือการประชุมระดับโลกที่มีทั้งรัฐมนตรีคลัง, ผู้ว่าการธนาคารกลาง, ผู้กำหนดนโยบาย, ภาคธุรกิจ, ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วม เพื่อหารือเรื่อง เศรษฐกิจโลก เสถียรภาพทางการเงิน การพัฒนา ความยากจน และประเด็นเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

IMF (International Monetary Fund) คือส ถาบันทางการเงินที่เป็นศูนย์กลางของระบบการเงินโลก ทำหน้าที่ดูแลระบบการชำระเงินและการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ เพื่อให้การค้าขายระหว่างประเทศดำเนินไปได้

บทบาทหลักของ IMF คือ การส่งเสริมให้ประเทศต่าง ๆ ใช้นโยบายเศรษฐกิจที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ รวมถึง เป็นแหล่งเงินทุนชั่วคราวให้ประเทศสมาชิกกู้ยืม เมื่อประสบปัญหาดุลการชำระเงิน หรือขาดสภาพคล่องทางการเงิน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2534 หรือเมื่อ 35 ปีที่แล้ว ช่วงเวลานั้นเป็นจุดเปลี่ยนของไทยในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ จากภาคเกษตรกรรมไปสู่ภาคการผลิตเพื่อส่งออกปี 2540 ที่เกิด วิกฤตต้มยำกุ้ง ไทยก็เจรจาขอกู้เงินจาก IMF เพื่อพยุงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในขณะนั้น และใช้หนี้จนหมดในปี 46 สำหรับการกลับมาเป็นเจ้าภาพในปี 2569 บริบททางเศรษฐกิจของไทยได้เปลี่ยนไปสู่กลุ่มประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลางค่อนข้างสูง

ทิศทางของไทยในการประชุมรอบนี้ จึงเปลี่ยนจากการดึงดูดเงินลงทุนทั่วไป มาเป็นการมุ่งเน้นดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ เช่น เทคโนโลยี AI การพัฒนาทักษะแรงงาน และการดึงไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของโลก รวมถึงใช้เวทีนี้ในการเจรจาเพื่อผลักดันนโยบายการค้าและการลงทุนในระยะยาว

เขาประชุมกัน แล้วประชาชนได้อะไร ?

นอกเหนือจากวันหยุด วัน WFH ที่เราได้แล้ว (ซึ่งได้เฉพาะพื้นที่ กทม.) การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก ทั้งเรื่องหนี้สิน การลงทุน การค้า เทคโนโลยี ความเหลื่อมล้ำ และอนาคตของประเทศกำลังพัฒนา 

Thai PBS ระบุ การประชุมนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตคนไทยในหลายด้าน ที่รัฐบาลต้องตอบคำถามว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ เช่น

  • หนี้ครัวเรือน  

  • AI กับอนาคตแรงงาน

  • การลงทุนและการสร้างงานใหม่

  • สงครามการค้า

  • พลังงาน อาหาร และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

  • ความเหลื่อมล้ำและการปฏิรูประบบภาษี

  • บทบาทประชาชนในการกำหนดอนาคตเศรษฐกิจ (โดยมีเวทีเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วม)

ทำไม ? ภาคประชาชน ออกมาต้านประชุม IMF

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับการประชุมนี้ เพราะมองว่าธนาคารโลก และ IMF เป็นคนกำหนดทิศทางนโยบายของรัฐและเปิดโอกาสให้ทุนใหญ่มาใช้ประโยชน์บนที่ดินทำกินของชาวบ้าน เหลือทิ้งไว้เพียงผลกระทบทางสุขภาพ สิ่งแวดล้อมและหนี้สินที่ต้องแบกรับจากผลพวงของการพัฒนาตลอดหลายทศวรรษที่บีบเค้นวิถีชีวิตของพวกเขา

ก่อนที่จะมีชุมนุมเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 69 เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ จากหลากหลายองค์กร เป็นการรวมตัวของ นักเคลื่อนไหวปกป้องทรัพยากร เกษตรกร คนไร้ที่ดิน คนจนเมือง แรงงาน ผู้หญิง นักปกป้องสิทธิ กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ติดเชื้อ คนที่ได้รับผลกระทบจากการโครงการพัฒนา โดย ออกแถลงการณ์ เนื้อหาระบุว่า

  • อำนาจของธนาคารโลกและ IMF ไม่ได้อยู่แค่ในเงินกู้ แต่อยู่ในอิทธิพลทางความคิดที่กำหนดว่า อะไร ? คือการพัฒนา, เศรษฐกิจควรเดินไปทางไหน ? รัฐมีบทบาทเพียงใด ? ตลาดกับทุนมีอำนาจแค่ไหน ?

  • ธนาคารโลกจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้กู้ แต่ยังทำหน้าที่เปิดทางให้ทุนเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์จากธรรมชาติและชีวิตของประชาชน 

  • เมื่อโครงการสร้างกำไร ทุนเป็นคนรับผลประโยชน์ แต่เมื่อเกิดความเสียหาย ประชาชนกลับเป็นผู้สูญเสีย ทั้งธรรมชาติและแบกหนี้ที่เกิดขึ้น

  • การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการต่อต้านธนาคารโลก และ IMF แต่คือการสร้างอำนาจของขบวนประชาชน เพื่อเปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจจากฐานราก กระจายความมั่งคั่งและอำนาจกลับคืนสู่ประชาชน สร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า และทำให้ประชาชนมีอำนาจเหนือผืนดิน น้ำ ป่า พลังงาน งาน การดูแล และสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเรา 

  • เพราะคนที่สร้าง ดูแล และหล่อเลี้ยงชีวิต สังคม และโลกใบนี้ ไม่ควรเป็นเพียงคนจ่ายบิลของการพัฒนา แต่ต้องเป็นคนที่มีอำนาจกำหนดอนาคตด้วย

  • ถ้าประชาชนคือคนที่ต้องจ่ายบิลและอยู่กับผลของการพัฒนา ประชาชนก็ต้องมีอำนาจกำหนดอนาคตของตนเอง

จากนั้นในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 69 ภาคประชาชนนัดชุมนุมคู่ขนาน โดยเป็นการชุมนุมอย่างสงบตรงแยกถนนพระราม 4 ใกล้บริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  

  • วันแรกของการชุมนุม (15 ต.ค. 69) ได้เกิดเหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับตำรวจ เนื่องจากตำรวจได้ห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมขึ้นไปบนสะพานลอย พร้อมให้เหตุผลด้านความปลอดภัย ว่าสะพานลอยเป็นจุดสูงข่มซึ่งอาจกระทบต่อการควบคุมสถานการณ์

  • หลังจากการเจรจา ทั้ง 2 ฝ่ายได้ข้อตกลง โดยเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมแขวนป้ายรณรงค์ได้ และตำรวจได้จัดกำลังเฝ้าระวังตลอดแนวแยก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความชุลมุนซ้ำ

  • มีการปราศรัยโดยเรียกร้องให้เปิดพื้นที่รับฟังเสียงของประชาชนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจ ทั้งในประเด็นที่ดิน หนี้สิน และระบบทุนพร้อมเน้นย้ำว่าประชาชนควรมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางอนาคตของตนเอง

  • เพราะประชุมครั้งนไม่ใช่แค่เรื่องของการกู้ยืมเงิน แต่เป็นการกำหนดโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ โดยที่ประชาชนไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม

  • และได้ยกตัวอย่างเงื่อนไขที่รัฐบาลยอมรับในอดีตที่ส่งผลกระทบจนปัจจุบัน กรณีโครงการเขื่อนปากมูล ซึ่งได้รับผลกระทบจากการกู้ยืมเงินในยุคแรก และประชาชนยังไม่ได้รับการเยียวยาจนถึงปัจจุบัน

หรือถ้าให้สรุปข้อสำคัญของการเรียกร้องคือเรื่อง “สิทธิในการกำหนดอนาคตตัวเอง” 

ไม่ใช่แค่ไทย แต่ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากนโยบายของธนาคารโลก-IMF

การต่อต้าน IMF ไม่ได้มีแค่ในไทย หลายประเทศในโลกนี้ก็มีความพยายามในการต่อต้าน IMF เช่นกัน ส่วนหนึ่งเพราะเงื่อนไขการกู้เงินของ IMF มักจะมาพร้อมกับ มาตรการรัดเข็มขัด (Austerity) เช่น การบังคับให้ขึ้นภาษี, ตัดงบประมาณสวัสดิการประชาชน, แช่แข็งค่าแรงภาครัฐ, แปรรูปรัฐวิสาหกิจ ซึ่งผู้นำหลายประเทศมองว่าเป็นการเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาควบคุมนโยบายภายในประเทศและทำลายเสถียรภาพทางสังคม

Oxfam องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานขับเคลื่อนเพื่อบรรเทาความยากจนทั่วโลก ระบุว่า 24 จาก 28 ประเทศที่มีโครงการเงินกู้กับ IMF ในขณะนี้ ถูกกำหนดให้ดำเนินมาตรการรัดเข็มขัด โดยประเทศเหล่านี้เผชิญกับภาวะวิกฤตด้านอาหาร เชื้อเพลิง และเศรษฐกิจอยู่ก่อนเกิดสงครามอิสราเอล-อิหร่าน และทวีความรุนแรงมากขึ้น

ข้อมูลขององค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNCTAD) ประชากรครึ่งหนึ่งของโลกกำลังได้รับผลกระทบจากภาระหนี้อันหนักหน่วงที่รัฐบาลก่อไว้กับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ทั้งธนาคารโลก และ IMF รวมถึงประเทศไทยด้วย

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 69 ที่ผ่านมา สมัชชาคนจน จัดเวทีเสวนา “ชะตากรรมของคนจน ชนบทล่มสลาย ภายใต้อุ้งมือ World Bank และ IMF” 

  • นำเสนอข้อกังวลของชุมชนชนบททั่วโลกต่อการขยายอำนาจของทุนและกลไกทางการเงินในระบบเศรษฐกิจ และนโยบายเสรีนิยมใหม่ที่ธนาคารโลกและ IMF ผลักดัน พร้อมประกาศข้อเรียกร้อง เพื่อยุติวิกฤตหนี้และสร้างอธิปไตยทางอาหาร 


    ตัวแทนหลายประเทศจาก ลาเวียคัมเปซินา (La Via Campesina) ซึ่งเป็นขบวนการชาวนา แรงงานไร้ที่ดิน ชนเผ่าพื้นเมือง และผู้ผลิตอาหารรายย่อยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ออกมาแชร์ตัวอย่างประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของธนาคารโลกและ IMF

  • วิกฤตต้มยำกุ้งในปี 40 ส่งผลถึงอินโดนีเซีย ธนาคารโลกบังคับใช้นโยบาย 3 ประการ ได้แก่ ตลาดเปิดเสรี, การแปรรูปรัฐวิสาหกิจและทรัพยากรเป็นของเอกชน และการยกเลิกกฎระเบียบควบคุมของรัฐ

  • นโยบายนี้ทำให้โครงสร้างพื้นฐาน ทรัพยากรธรรมชาติ และสาธารณูปโภค เช่น แหล่งน้ำและพลังงาน ถูกแปรรูปไปเป็นธุรกิจของบริษัทเอกชน ดังเช่นโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ในเกาะชวา อินโดนีเซีย ที่ขับไล่ประชาชน หรือการสร้างเขื่อนและทะเลสาบเพื่อผลิตไฟฟ้าขายให้ประเทศเพื่อนบ้านในลาว 
  • ธนาคารโลกผลักดันนโยบายการปฏิวัติเขียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขยายไปยังทวีปแอฟริกา บังคับให้เกษตรกรต้องใช้สารเคมีและปัจจัยการผลิตทางการเกษตรราคาแพง ที่ต้องซื้อจากบรรษัทข้ามชาติ 

  • แต่เมื่อผลผลิตออกสู่ตลาด ราคากลับตกต่ำและถูกควบคุม เกษตรกรจึงตกอยู่ใน “กับดักหนี้สิน” ซึ่งในกรณีรุนแรง เช่น ประเทศอินเดีย หนี้สินจากการเกษตรเคมีได้บีบคั้นให้เกษตรกรฆ่าตัวตายหลายแสนคน
  • ประเทศส่วนใหญ่ในละตินอเมริกา ตกอยู่ภายใต้พันธนาการของหนี้สินสาธารณะ เด็กที่เกิดมาต้องแบกรับหนี้ธนาคารโลกติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด 

  • เพื่อรับประกันว่ารัฐจะมีเงินมาชำระดอกเบี้ยหนี้ IMF และธนาคารโลก จึงได้ตั้งเงื่อนไขบังคับให้ประเทศต่างๆ ตัดลดงบประมาณการลงทุนทางสังคมอย่างรุนแรง บีบให้รัฐต้องปฏิรูปกฎหมายแรงงาน ระบบบำนาญ การศึกษา และระบบสาธารณสุขให้ถดถอยลง 

  • ภาระหนี้สินจึงถูกผลักไปให้ประชาชนต้องแบกรับ ผ่านการเข้าถึงบริการสาธารณะที่ลดลง การต้องทำงานจนอายุมากขึ้น และการผลักดันให้คนหนุ่มสาวต้องอพยพละทิ้งถิ่นฐานเพราะขาดแคลนที่ดินทำกินและไร้อนาคต

  • ขณะเดียวกันสถาบันการเงินระหว่างประเทศก็แทรกแซงประเทศลูกหนี้ให้ผ่อนคลายกฎระเบียบเพื่อเปิดทางให้บริษัทข้ามชาติเข้ามาตักตวงผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและที่ดินในชนบท กระบวนการนี้ก่อให้เกิดการช่วงชิงที่ดิน ส่งผลให้ละตินอเมริกากลายเป็นทวีปที่มีความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินสูงที่สุดในโลก

สร้างบ้านเมืองจาก 2 มือ ของประชาชน

เพื่อตอกย้ำในสิ่งที่ภาคประชาชนในนาม เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ เรียกร้องจึงนำไปสู่แถลงการณ์ในวันสิ้นสุดการชุมนุม (16 ต.ค. 69) ที่ย้ำถึงนโยบายรัฐและการครอบงำจาก World Bank-IMF กำลังเปลี่ยนทรัพยากรธรรมชาติและสวัสดิการของประชาชนให้กลายเป็น “สินค้าของนายทุน” พร้อมทั้งตรึงสังคมไทยให้อยู่ใต้ อาณานิคมทางความคิด เราจะยอมจำนนต่อไปหรือ ?

เครือข่ายฯ จึงประกาศจุดยืนต่อต้านองค์กรโลก เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายใหญ่ที่สุด นั่นคือ “การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริง” พร้อมประกาศเจตนารมณ์ ปฏิญญาคลองเตย ดังนี้

“ไม่สำคัญว่านโยบาย โครงการพัฒนาและกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมทั้งหลาย มาจากรัฐบาลเรา ไม่เกี่ยวกับธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ ไม่สำคัญว่านโยบาย โครงการพัฒนาและกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมทั้งหลาย มาจากธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลเรา เพราะไม่ว่าจะมาจากใครล้วนมาจากแนวคิดเดียวกัน ส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยทำทุกวิถีทางเพื่อเอาประโยชน์สาธารณะและสวัสดิการด้านต่าง ๆ ของประชาชนที่รัฐจะต้องปกป้อง คุ้มครองและดูแลความอยู่ดีมีสุขและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเอาไปเป็นสินค้าของนายทุน
.
และไม่สำคัญว่าประเทศเราไม่ได้เป็นหนี้เงินกู้ของสถาบันการเงินทั้ง 2 แล้ว หรืออาจจะมีบ้างก็เป็นก้อนเล็ก ต่างจากช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ 2540 และเราควรเป็นเจ้าภาพที่ดีรักษาหน้าตาของประเทศ ก็เพราะว่าอิทธิพลทางความคิดของสถาบันการเงินทั้งสอง ยิ่งกว่าการเอาปืนจี้หัว มีพลังมากกว่ากระสุนปืน การสมาทานและแทรกซึมทางความคิดขององค์กรโลกบาลทั้งสองทำให้รัฐและระบบราชการนำพาสังคมของเราให้ตกอยู่ภายใต้อาณานิคมและเป็นทาสที่ปล่อยไม่ไป
.
อากาศที่เราหายใจ แม่น้ำที่เราดื่มและหาอยู่หากิน ผืนแผ่นดินที่เราตั้งรกรากและเพาะปลูก ผืนป่าที่เราเก็บเห็ดหาหน่อไม้ เป็นแหล่งสมุนไพร เลี้ยงวัวควาย และหาของป่าล่าสัตว์ ไม่สามารถถูกทำลายด้วยน้ำมือของรัฐบาลและระบบราชการได้ หากไม่มีเงินกู้และแนวคิดของธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟปลูกฝังความคิดไว้ เพราะรัฐและระบบราชการไทยไม่มีสติปัญญามากพอที่จะเป็นอิสระจากการครอบงำของพวกจักรวรรดินิยมได้
.
จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่หลังการประชุมของประเทศทั้งหลายที่ตกอยู่ภายใต้ธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ จะส่งผลให้ไทยหลุดออกจากกับดักรายได้ปานกลางเข้าสู่ประเทศรายได้สูงได้ หากไม่รื้อถอนโครงสร้างคอร์รัปชั่น และอำนาจศักดินาทั้งหลายในสังคมไทยให้สิ้นซาก
.
ดังนั้น การชุมนุมต่อต้านธนาคารโลกจึงเป็นทั้งวิธีการและเป้าหมาย หรือเป็นการต่อสู้ระหว่างทางที่เดินเข้าสู่เป้าหมายใหญ่ นั่นคือ เขียนรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริงให้จงได้ ซึ่งมีรัฐบาลระบอบสีน้ำเงินคุมทั้ง ส.ส. ส.ว. และองค์กรอิสระ และสถาบันเหนือรัฐธรรมนูญสกัดขัดขวางอยู่
.
นี่คือปฏิญญาคลองเตย ที่เราให้คำมั่นสัญญาต่อกันว่า จะเกาะเกี่ยวขบวนประชาชนทั้งหลายเรียงร้อยเข้าหากัน กระทำภารกิจแห่งอนาคตร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองและสังคมให้ก้าวหน้าขึ้นด้วยสองมือสองตีนของประชาชน”

การประชุมระดับโลกในไทยครั้งนี้ จึงอาจไม่ใช่แค่เรื่องของผู้นำเท่านั้น แต่มันใกล้ตัวผู้คน ไม่ต่างจากข้าวในจาน ที่ดินทำกิน น้ำไฟที่เราใช้ ไปถึงเรื่องแบบค่าแรง อาชีพ หนี้ครัวเรือน นำมาสู่คำถามว่าไทยจะทำอะไรหลังประชุมครั้งนี้ และจะเป็นไปได้ไหม ? ที่จะทำให้ประชาชนมีสิทธิกำหนดทิศทางอนาคตของตัวเองได้จริง  

Author

Alternative Text
AUTHOR

ธนธร จิรรุจิเรข

สงสัยว่าตัวเองอยากเป็นนักวิเคราะห์ data ที่เขียนได้นิดหน่อย หรือนักเขียนที่วิเคราะห์ data ได้นิดหน่อยกันแน่

Alternative Text
AUTHOR

อัญชัญ อันชัยศรี

คั่นสิหากินพอส่ำนี้ ไปเรียนหยังสูงแทร่อาว