คุณคิดว่าจะได้ตายดีไหม ?
The Active ชวนทุกคนสำรวจชีวิตก่อนตาย ผ่านเช็กลิสต์ 15 ข้อ ที่ชวนคุณทบทวนการใช้ชีวิตและการวางแผนเตรียมตัวตายก่อนวาระสุดท้ายจะมาถึง
ทั้งเรื่องการจัดการข้าวของ ทรัพย์สิน ร่างกาย ความสัมพันธ์ ความมั่นคงทางใจ และการเตรียมตัว เตรียมใจเมื่อความเจ็บปวดในวาระสุดท้ายของคุณมาถึง
หากพลาดเช็กลิสต์ข้อไหนไม่ต้องตกใจ เราเตรียมใบสั่งยาแบบรายบุคคลให้คุณได้อุ่นใจที่จะเป็นไกด์ไลน์ให้คุณไปจัดการสะสางสิ่งที่ยังขาดตกบกพร่องไปในระหว่างการใช้ชีวิต
สำรวจชีวิตของคุณก่อนตายตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ในวาระสุดท้าย ได้จากไปอย่างไม่ติดค้าง สวยงาม และสมบูรณ์สมปรารถนาที่สุดในแบบของคุณเอง

กติกาของเกม
ก่อนไปเล่นเกม เราขออธิบายกติกา วิธีนับคะแนนกันก่อน
- วิธีเล่น : เรามีเช็คลิสต์ทั้งหมด 15 ข้อ ขอให้คุณลองใช้เวลาอย่างเต็มที่และไตร่ตรองถึงมันอย่างตั้งใจ แล้วเลือกข้อที่ “ใช่” สำหรับคุณ จากนั้นรวมคะแนน
- วิธีการคิดคะแนน :
- 0-5 คะแนน : แล้วแต่เวรแต่กรรม
- คุณยังไม่ได้เตรียมตัวหลายอย่าง แต่ไม่เป็นไรเลย คุณสามารถค่อย ๆ เตรียมตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปเมื่อคุณพร้อม การเตรียมตัวที่ดีไม่ใช่การกดดันตัวเองและคนรอบข้างจนอัดอัด แต่คือการค่อย ๆ ไตร่ตรองคิดทบทวนถึงมัน แล้ว ค่อย ๆ ทำมันอย่างใส่ใจต่างหาก
- 6-10 คะแนน : คุณเสี่ยงไม่ได้ตายดี
- คุณได้เตรียมตัวมาค่อนข้างดีแล้ว แต่ยังมีบางอย่างที่ขาดตกไปเล็กน้อย คุณสามารถใช้เวลาในชีวิตที่เหลือค่อย ๆ เติมเต็มสิ่งที่ขาดไป แล้วเสริมสร้างสิ่งที่มีอยู่ให้แข็งแรงได้เสมอ
- 11-15 คะแนน : คุณได้ตายดี
- ยินดีด้วย คุณเก่งมาก คุณได้เตรียมตัวไว้แล้วเป็นอย่างดีเลย แต่อย่าลืมว่า ถัดจากนี้คุณอย่ายึดติดกับสิ่งที่วางแผนไว้มากเกินไปจนทำให้ตัวเองขาดอิสรภาพ และขาดความสุข เพราะตลอดการมีชีวิตที่เหลือ คุณสามารถปรับเปลี่ยนแผนหลายอย่างตามบริบทชีวิต และความคิดที่เปลี่ยนไปได้เสมอ
- 0-5 คะแนน : แล้วแต่เวรแต่กรรม

- วิธีจ่ายยา :
- พอได้ผลคะแนนมาแล้ว อย่าเพิ่งตกใจ ลองย้อนดูว่าข้อที่คุณไม่ได้เลือดกอยู่ในหมวดไหน เรามีคำแนะนำการจ่ายยาไว้ให้แล้วในหมวดที่คุณพลาดไป จะรับยาบางตัวหรือจะรับยาครบทุกชนิดเลยก็ได้ เพื่อการวางแผนก่อนตายที่สมบูรณ์ที่สุด
- เข้าใจกติกาแล้ว ลองมาเล่นไปพร้อมกันเลย ลองไล่ทำไปที่ละหมวด ทีละหัวข้อ ตามนี้ แล้วอย่าลืมจดคะแนนไว้ด้วยหละ

หมวดที่ 1 ตายดีแบบคนมี (ข้าว) ของ
คนเราก็มีข้าวของกันทั้งนั้น ลองนึกว่าแต่ละวัน กลับเข้าบ้านมาก็มีของติดไม้ติดมือเข้ามาบ้านมาวันละชิ้น สองชิ้น บางทีอาจเป็นแค่พวกกุญแจเล็ก ๆ น่ารักสักอันที่บังเอิญเจอขายอยู่ระหว่างทางกลับบ้าน ตั๋วหนังสักใบจากภาพยนตร์เรื่องโปรดที่คิดว่าจะเก็บสะสมไว้เป็นความทรงจำ หรือแม้กระทั่งลู่วิ่งไฟฟ้าราคาหลายหมื่น ที่ในที่สุดปีนี้ก็ตัดสินใจซื้อ เพราะตั้งใจว่าฉันจะมีสุขภาพดี (แต่สุดท้ายกลายเป็นราวตากผ้า)
ไหนจะทรัพย์สินขนาดใหญ่อย่าง ที่ดิน หรือเงินฝากธนาคารที่สะสมมาทั้งชีวิต จนลืมคิดว่าเมื่อตายไป ใครจะดูแลจัดการแทน หรือแม้แต่ร่างกายของเรา
นอกจากโลกความเป็นจริง เราต่างยังมีชีวิตออนไลน์เป็นโลกคู่ขนาน บัญชีโซเชียล มีเดีย รูปภาพที่เพื่อนแท็ก หรือความทรงจำบนสตอรีแต่ละวัน ที่หากวันหนึ่งเนื้อตัวแท้จริงเราตายไปแล้ว และปล่อยให้บัญชีดำเนินไปโดยไม่ได้จัดการ นี่อาจกลายเป็นแหล่งขุมทรัพย์ของมิจฉาชีพที่พร้อมสวมรอยได้ง่าย ๆ
ยิ่งคิดก็สับสนวุ่นวาย ลองสำรวจผ่านเช็คลิสต์นี้ แล้วจะพบว่า คุณต่างมีข้าวของมากกว่าที่คิด
ลองสำรวจหมวดนี้ ผ่าน 5 ข้อ คุณเตรียมข้อไหนไว้แล้วบ้างหรือยัง ?
- ฉันได้วางแผนจัดการของส่วนตัว (เสื้อผ้า ข้าวของ ของสะสม ของรักของหวง ฯลฯ) ไว้แล้วเมื่อเสียชีวิต
- ฉันได้วางแผนการจัดการทรัพย์สิน การเงิน ที่ดิน มรดก ประกันชีวิต เอกสารสิทธิต่าง ๆ ฯลฯ ไว้แล้วหลังเสียชีวิต
- ฉันได้วางแผนวิธีการจัดการกับร่างกายของตัวเอง และบอกคนใกล้ชิดแล้ว (เช่น การบริจาคอวัยวะ บริจาคร่างกาย ฯลฯ)
- ฉันได้วางแผนว่าจะจัดการอย่างไรกับ บัญชีไลน์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม รูปภาพใน Cloud หรือบัญชี Social Media อื่น ๆ ของตัวเองหลังเสียชีวิตแล้ว
- ฉันได้ฝากฝังแนวทางการจัดงานศพและไว้อาลัยสำหรับตัวเองไว้แล้วเมื่อเสียชีวิต
ในหมวดนี้ หากใครยังขาดข้อไหน ขอเชิญรับใบสั่งยา ตามนี้
ยาตัวที่ 1 เคลียร์ของก่อนจากลา (Death Cleaning)
ยาตัวที่ 2 เปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็นกุศล (Organ and Body Donation)
หมวดที่ 2 ตายดี แบบมีความรู้
มีองค์ความรู้จำนวนนหนึ่งที่จะช่วยให้คุณตายดีได้ ลองสำรวจว่าคุณเตรียมข้อไหนไว้แล้วบ้าง ?
- ฉันรู้จักการดูแลแบบประคับประคอง หรือ พาลิทีฟแคร์ (Palliative Care)
- ฉันเคยทำหนังสือแสดงเจตนา หรือสมุดเบาใจ (Living Will) ของตนเองไว้แล้วสำหรับวาระสุดท้ายของชีวิต
- ฉันได้สื่อสารความต้องการดูแลในระยะท้ายของฉันกับแพทย์หรือโรงพยาบาลที่ฉันใช้บริการเป็นประจำ
- ฉันตัดสินใจแล้วว่า เมื่อเข้าสู่วาระสุดท้าย ฉันอยากจะตายที่ไหน (บ้าน โรงพยาบาล หรือสถานที่อื่น ๆ)
สิ่งที่ควบคู่ไปกับการวางแผนให้ได้ตายดีนั้น คือการ มีองค์ความรู้ที่จะเอื้อให้เราได้ตายดีได้สมปราถนา โดยเฉพาะ เรื่องของการดูแลแบบประคับประคอง หรือ พาลิทีฟแคร์ (Palliative Care)
การดูแลแบบประคับประคอง เป็นทางที่เราทุกคนมีสิทธิเลือก ว่าหากเราต้องเจ็บป่วยหนักจนเข้าสู่ระยะท้ายจริง ๆ เราต้องการรับการดูแลแบบไหน เราสามารถเลือกให้ไม่ไม่ยื้อชีวิต (ไม่สอดท่อช่วยหายใจ ไม่ปั๊มหัวใจ ฯลฯ) และได้รับการดูแลจากการเจ็บป่วยทรมาน เพื่อให้จากไปอย่างสงบที่สุด
ในช่วงท้าย ๆ ของชีวิตนั้น เราอาจสื่อสารไม่ได้ จึงอาจเป็นเรื่องยากหากเราจะแสดงเจตจำนงค์ การระบุความต้องการไว้ใน พินัยกรรมชีวิต หรือสมุดเบาใจ (Living Will) จึงเป็นเหมือนคัมภีร์สำคัญในการแสดงความต้องการแก่บุคลากรทางกาแพทย์ และญาติ นอกจากจะทำให้เราได้รับการดูแลวาระท้ายสมความปรารถนาแล้ว ยังช่วยลดความขัดแย้งและความกังวลใจของญาติพี่น้องที่อยู่ข้างหลังด้วย
ในหมวดนี้ หากใครยังขาดข้อไหน ขอเชิญรับใบสั่งยา ตามนี้
ยาตัวที่ 3 ยาเบาใจ (Living Will)
ยาตัวที่ 4 ยาประคับประคองกายใจ (Palliative Care)
หมวดที่ 3 ตายดีแบบมีความรัก
เมื่อความสัมพันธ์สำคัญทั้งตอนอยู่ และตอนตาย ลองสำรวจความสัมพันธ์ คุณเตรียมข้อไหนไว้แล้วบ้าง ?
- ฉันมีพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน คนรัก หรือใครสักคนที่คอยถามไถ่ ห่วงใย แบ่งปันทุกข์สุขได้
- ฉันมีเพื่อนบ้าน หรือเพื่อนข้างห้อง ที่รู้จัก คุ้นหน้าตา คอยถามไถ่กันในวันที่เจ็บป่วยหรือไม่อยู่บ้าน
- ฉันมีคนที่มั่นใจว่าเขาจะยินดีช่วยเหลือ ให้พึงพาอาศัย และเต็มใจดูแลฉันในวันที่เจ็บป่วยจนเข้าสู่ระยะท้ายของชีวิต
- ฉันมีใครสักคนมั่นใจว่า เมื่อฉันเข้าสู่วาระสุดท้ายของชีวิต สื่อสารไม่ได้อีกต่อไป เขาจะตัดสินใจแทนฉัน และเลือกการรักษาที่ตรงกับความต้องการของฉันมากที่สุด
- ฉันมีใครสักคนที่สามารถฝากฝังให้ดูแลคนข้างหลังที่ฉันยังห่วงใยเมื่อฉันจากไปแล้ว เช่น พ่อแม่ที่แก่ชรา ลูกหลาน สัตว์เลี้ยง หรือบางสิ่งที่มีความหมายกับฉัน
- ฉันเคยขอโทษ ให้อภัย บอกรัก และบอกลา คนที่มีความหมายกับฉันไปหมดแล้ว
ความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ไม่ได้สร้างได้ในชั่วข้ามคืน แต่ต้องใช้เวลาบ่มเพาะ รดน้ำพรวนดินจนเติบโต หากระหว่างการมีชีวิตได้ดูแลแก้ไข สะสางเรื่องค้างคา และหมั่นรักษาความสัมพันธ์ไว้เป็นอย่างดี สิ่งนี้เปรียบเสมือนการเก็บสะสมและสร้างต้นทุน ยิ่งนานวันก็ยิ่งลึกซึ้งงอกงาม
และเมื่อเข้าสู่วันที่ร่างกายเริ่มถดถอย การได้จัดการความสัมพันธ์ไว้เป็นอย่างดีตั้งแต่ยังมีชีวิตจะยิ่งทำให้จิตใจเบาสบาย เม่มีสิ่งใดติดค้าง และได้จากไปอย่างสงบสมความตั้งใจ
ในหมวดนี้ หากใครยังขาดข้อไหน ขอเชิญรับใบสั่งยา ตามนี้
ยาตัวที่ 5 ยาตรียมบอกลา สะสางสิ่งค้างคาในใจ (The Last Farewell)
ยาตัวที่ 6 ยากาวใจ (Relationship)

เชิญรับใบสั่งยา 6 ขนาน รักษาอาการให้ “ตายดี”
มาถึงตรงนี้แล้ว คุณจดไว้แล้วใช่ไหม ว่าต้องรับยาอะไร พร้อมแล้วไปดูวิธีการใช้ยากัน
ยาตัวที่ 1 เคลียร์ของก่อนจากลา (Death Cleaning)
สรรพคุณ: ลดภาระให้คนข้างหลัง เพิ่มพื้นที่ว่างให้ใจปัจจุบัน
ไม่ว่าจะของชิ้นเล็ก ชิ้นใหญ่ ยิ่งนานวันไป ข้าวของก็ยิ่งสะสมในบ้านมากมายเท่านั้น หากระหว่างทางไม่เคยจัดการสะสาง วางแผน สิ่งเหล่านี้จะยิ่งกลายเป็นภาระที่เพิ่มพูนมากมายตามความยาวนานของชีวิต
Death Cleaning ไม่ใช่การทำความสะอาดบ้านเพื่อรอความตาย แต่คือการจัดการกับข้างของเครื่องใช้ที่เราสะสมมาทั้งชีวิต เพื่อให้มั่นใจว่าวันที่เราจากไป สิ่งที่หลงเหลือไว้จะไม่กลายเป็นภาระ ให้คนข้างหลัง แต่จะทิ้งไว้เพียงความทรงจำที่เบาสบายให้กับคนที่ยังอยู่
สิ่งสำคัญ คือ ขอเริ่มตอนยังมีแรง ไม่่ต้องรอให้ป่วยหนัก หรือเข้าสู่วาระสุดท้ายของชีวิต แต่ทำให้วันที่แข็งแรงและสมองแจ่มใส เพื่อให้เราใช้ความรู้สึกอย่างเต็มที่ และมีการตัดสินในที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องรีบร้อน พร้อมแล้ว เริ่มกันเลย
ข้าวของเครื่องใช้
1. เริ่มจัดเก็บตามหมวดหมู่ : แนะนำให้เริ่มจาก ข้างของเครื่องของใช้ที่ห่างจากความรู้สึกก่อน แล้วค่อยจัดการกับของที่มีคุณค่าทางใจหลังสุด เพื่อไม่ให้จมกับความรู้สึก และความทรงจำจนใช้เวลามากเกินไปจนไม่ได้ทำอย่างอื่น เช่น
- เริ่มที่ เสื้อผ้า เครื่องครัว หรือของที่ไม่ได้ใช้เกิน 1 ปี
- ตามด้วย ของสะสม เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่
- จบที่ สิ่งของที่มีคุณค่าทางใจสูง เช่น ภาพถ่าย จดหมาย ไดอารี
2. ส่งต่อในวันที่ยังมีกัน : แทนที่จะเก็บข้าวของไว้จนวันสุดท้ายของชีวิต ให้ลองคัดแยกแล้วส่งต่อให้กับคนที่มองเห็นคุณค่าหรือมีความหมายสำหรับเขา เพราะไม่เป็นเพียงการใช้ประโยชน์จากข้าวของอย่างสูงสุดเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งต่อจิตวิญญาณและความทรงจำให้แก่คนที่ยังมีชีวิตอยู่
3. สร้างกล่องแห่งความลับ : ในชีวิตทุกคนต่างมีเรื่องราวและความรู้สึกส่วนลึกที่บอกใครไม่ได้ จัดการข้าวของหมวดนี้ให้ดี อาจเก็บแยกไว้ในกล่องแล้วเขียนกำกับให้ชัดเจนว่า อยากให้จัดการอย่างไรเมื่อเสียเสียชีวิตแล้ว เช่น “ห้ามเปิด เผาทิ้งทันทีเมื่อฉันจากไป” นอกจากเป็นการรักษาความเป็นส่วนตัวและเกียรติขอเราจนนาทีสุดท้ายแล้ว ยังลดความขัดแย้งและความไม่สบายใจสำหรับคนที่ยังอยู่อีกด้วย
เอกสารสำคัญ-โซเชียลมีเดีย
- รวบรวม Username/Password ของ Social Media ทั้งหมดใส่สมุด หรือ feature “Legacy Contact” ใน Facebook/Google เพื่อให้คนในครอบครัวเข้าถึงบัญชีได้หลังเสียชีวิต (และอย่าลืมแสดงเจตจำนงว่าอยากให้จัดการอย่างไรกับบัญชีหลังเสียชีวิต)
- จดเลขบัญชีธนาคาร กรมธรรม์ประกันชีวิต โฉนดที่ดิน และที่เก็บเอกสารสำคัญไว้ในที่เดียวกันอย่างเป็นหมวดหมู่ พร้อมระบุเจตจำนงให้ชัดเจน และบอกที่เก็บไว้กับคนใกล้ชิด
หากใครอยากลงมือจัดการ Death Cleaning ก่อนตาย แล้วไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ในประเทศไทยมีเวิร์กชอปพร้อมคำแนะนำให้ลองทำได้ฟรีตลอดปีที่ ชีวามิตร

ยาตัวที่ 2 เปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็นกุศล (Organ and Body Donation)
สรรพคุณ ช่วยให้คนใกล้ชิดรู้วีธีว่าจะจัดการกับร่างกายของคุณอย่างไร เมื่อถึงวันที่คุณจากไปแล้ว
ทรัพย์สินสุดท้ายของเราอย่าง ร่างกาย ที่บางครั้งญาติก็สับสนว่าจะจัดการให้อย่างไรดี ไม่แน่ใจว่าจะส่งบริจาคร่างกายให้ไปเลยดีไหม หรือจะพาขึ้นเตาเผาตามธรรมเนียมดี ไหนจะเรื่องการจัดงานศพอีก ที่ต้องใช้ทั้งเงิน การออกแบบ และการตัดสินใจ ที่คนข้างหลังจะต้องแบกรับควบคู่ไปกับความสูญเสีย
วิธีจัดการกับร่างกายหลังเสียชีวิตไปแล้วนอกจากจะนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว ยังมีทางเลือกที่ส่งต่อประโยชน์ให้กับผู้อื่นอีก
ลองเลือกดู ว่าคุณสนใจแบบไหน ระหว่างการบริจาคร่างกาย และ การบริจาคอวัยวะ (หรือหากยังตัดสินใจไม่ได้ สามารถเลือกทั้ง 2 อย่างไปก่อนก็ได้)
บริจาคร่างกาย
คือ การบริจาคร่างให้เป็น อาจารย์ใหญ่ สำหรับให้นักศึกษาแพทย์ และบุคคลกรทางการแพทย์ได้เรียนรู้ โดยปัจจุบัน สามารถติดต่อได้ที่
1. สภากาชาดไทย (โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์) : ผู้มีความประสงค์อุทิศร่างกายสามารถยื่นความจำนงได้ 2 วิธี คือ ยื่นความจำนงค์ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือ ติดต่อด้วยตนเองที่ ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ อาคารแพทย์พัฒน์ ชั้น 11 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
** สำหรับสภากาชาดไทย คุณสามารถแสดงเจตนาบริจาคทั้งอวัยวะ และร่างกายพร้อมกันได้เลย เมื่อถึงเวลาจริง จะเป็นไปตามดุลยพินิจของแพทย์อีกครั้ง
2. คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช : ติดต่อด้วยตนเองที่ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ตึกกายวิภาคศาสตร์ ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช โทร. 02-419-7036
3. คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี : ติดต่อด้วยตนเอง ที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีโทร. 02-201-1135
4. คณะแพทยศาสตร์ในส่วนภูมิภาค : หากอาศัยอยู่ต่างจังหวัด สามารถติดต่อคณะแพทยศาสตร์ที่อยู่ใกล้บ้านที่สุด เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายร่างในอนาคต เช่น:
- ภาคเหนือ: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- ภาคอีสาน : คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ภาคใต้: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
บริจาคอวัยวะ
การบริจาคอวัยวะ คือ การมอบอวัยวะภายในที่ยังใช้งานได้ดี (เช่น ดวงตา หัวใจ, ปอด, ตับ, ไต ตับอ่อน ลิ้นหัวใจ, หลอดเลือด, ผิวหนัง, กระดูกและเส้นเอ็น) เพื่อนำไปปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วยที่อวัยวะเสื่อมสภาพขั้นรุนแรง ซึ่งถือเป็นการทำบุญครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต
ปัจจุบันทำได้ง่ายและรวดเร็วมากผ่าน 3 ช่องทางหลัก:
- แอปพลิเคชัน “บริจาคอวัยวะ” (Organ Donation): ดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android ลงทะเบียนเสร็จจะได้รับบัตรประจำตัวผู้บริจาคทางไปรษณีย์
- ออนไลน์ : เข้าไปที่เว็บไซต์ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย
- ด้วยตนเอง: ติดต่อได้ที่ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวรฯ ชั้น 5 ถนนอังรีดูนังต์ หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ
สำหรับการบริจาคอวัยวะ มีเงื่อนไขอยู่บ้าง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์เป็นหลัก ได้แก่
- ผู้บริจาคต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี (ยกเว้นบางกรณีที่อวัยวะยังสมบูรณ์มาก)
- เสียชีวิตจากอาการ สมองตาย เท่านั้น (ซึ่งทางการแพทย์ถือว่าเสียชีวิตแล้ว แต่อวัยวะอื่นยังทำงานได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ)
- ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง เช่น เอดส์, ไวรัสตับอักเสบ B, หรือโรคมะเร็งบางชนิด
- อวัยวะที่จะบริจาคต้องทำงานได้ปกติ และไม่มีโรคเรื้อรังที่อวัยวะนั้น ๆ
หากแสดงเจตจำนงไว้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุด คือ การแจ้งญาติ หรือคนใกล้ชิดให้รับรู้อย่างชัดเจน เพราะแม้เราจะลงทะเบียนไว้แล้ว แต่ในทางปฏิบัติเมื่อเราเสียชีวิต คำยินยอมจากญาติ คือสิ่งสำคัญที่สุดทางกฎหมายและจริยธรรม
ขอให้มั่นใจว่าทีมแพทย์จะดูแลร่างกายและอวัยวะคุณเป็นอย่างดี และยังช่วยสร้างความชัดเจนและสบายใจให้ลูกหลาน ในวันที่ร่างกายคุณได้สร้างมหากุศลด้วย
ท้ายที่สุด ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน อย่าลืมแสดงเจตนารมณ์ว่าคุณอยากมีการจัดงานศพแบบใดให้แก่ผู้ที่ต้องจัดการต่อ เช่น เผา ฝัง หรือตั้งสวดกี่วัน หรือต้องรอการพระราชทานเพลิงศพ จากคณะแพทยศาสตร์ที่คุณบริจาคร่างกายไว้ หลังจากที่ร่างของคุณได้ทำหน้าที่เป็น “อาจารย์ใหญ่” ให้กับเหล่านักศึกษาแพทย์มาแล้ว

ยาตัวที่ 3 ยาเบาใจ (Living Will)
สรรพคุณ: สั่งเสียให้ดีก่อนตาย จบชีวิตตัวเองอย่างสวยงาม ไม่ทิ้งภาระการตัดสินใจ ไว้ให้ใครข้างหลัง
ลองเรียบเรียงแล้วเขียนระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่าอยากได้รับการดูแลอย่างไรเมื่อวาระท้ายมาถึง เพราะนี่เป็นสิทธิที่เราทุกคนพึงมี
หากไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ขอให้เริ่มตามนี้
- ลองหาสมุดอะไรก็ได้ที่ชอบ และมีความสุขที่ได้ขีดเขียนมาสักเล่ม หรือ หาสมุดเบาใจ (พินัยกรรมชีวิต) สมุดที่ออกแบบไว้สำหรับการเป็นพินัยกรรมชีวิตโดยเฉพาะ (มีทั้งรูปเล่นและออนไลน์)
- ระบุเจตนาในวาระสุดท้าย เช่น
- ในวาระสุดท้ายที่รักษาไม่หาย อยากให้ยื้อชีวิตจะให้ยื้อหรืออยากให้ปล่อยให้จากไปตามธรรมชาติ
- ระบุเจาะจงสิ่งที่ (ไม่) ต้องการ: เช่น ไม่ปั๊มหัวใจ, ไม่ใส่สายยาง, ไม่เจาะคอ
- เลือกสถานที่ตาย เช่น อยาก เสียชีวิตที่บ้าน โรงพยาบาล เนิร์ซซิ่งโฮม หรือสถานที่แบบไหน
- เลือกบรรยากาศในวาระสุดท้าย คุณอยากอยู่กับใคร ในท่วงทำนองแบบไหน เพราะไม่ว่าคุณอยากฟังพระสวด หรือฟังเพลงคลาสสิก ก็ไม่ติดทั้งนั้น
- เลือก “ใครสักคน” อย่างน้อย 2 คน ที่คุณไว้วางใจให้ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ แทนในวันที่คุณป่วยหนักและอาจสื่อสารไม่ได้ เขียนระบุชื่อพวกเขาไว้ให้ชัดเจน และอย่าลืมบอกเจ้าตัวให้รับรู้ด้วย
สำหรับสมุดเบาใจ หาได้ง่ายมาก 3 ช่องทาง
- แบบรูปเล่ม (Hard Copy) สามารถซื้อได้บนช่องทางออนไลน์ โดยค้นหาคำว่า “สมุดเบาใจ” ราคาเล่มละ 30 บาท
- แบบไฟล์ pdf สมารถดาวน์โหลดได้ฟรีที่เว็บไซต์ Peaceful Death
- แบบออนไลน์ ในรูปแบบ E-Living Will ได้ที่ เว็บไซต์: ไปที่ www.baojai.co

ยาตัวที่ 4 ยาประคับประคองกายใจ (Palliative Care)
สรรพคุณ : ช่วยให้รู้จักกับการดูแลระยะท้าย ออกแบบความตายตัวเองได้ดั่งใจ
องค์ความรู้ที่สำคัญ ของการตายดี คือ การดูแลแบบประคับประคอง หรือ พาลิทีฟแคร์ (Palliative Care) ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการดูแลคุณเมื่อเข้าสู่ระยะท้าย และไม่ต้องการยื้อชีวิต
การดูแลแบบประคับประคอง จะช่วยดูแลคุณเมื่อเข้าสุ่ระยะท้ายให้สุขสบายที่สุด ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ หากใครยังไม่คุ้นเคยกับคำนี้ มีข้อแนะนำดังนี้
- ทำความรู้จักกับ “การดูแลแบบประคับประคอง” (Palliative Care) สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Peaceful Death แหล่งรวมบทความ เครื่องมือ (เช่น สมุดเบาใจ) และวิดีโอสร้างความตระหนักรู้เรื่องการเผชิญความตายอย่างสงบ
- ลองศึกษาว่าโรงพยาบาลที่คุณใช้บริการเป็นประจำมีหน่วยการดูแลแบบประคับประคองหรือไม่ ปัจจุบันมีหลายสถานพยาบาลและหน่วยงานให้คำปรึกษาหลาย โดยเฉพาะในรพ.ขนาดใหญ่เกือบทุกแห่ง เช่น ช่น ศิริราช, จุฬาฯ, รามาธิบดี, ธรรมศาสตร์) และมีทีม Palliative Care เฉพาะทาง คุณสามารถเดินเข้าไปปรึกษาเรื่องการวางแผนการดูแลได้โดยตรง
- สำรวจความพร้อมของบ้าน (ทางลาด, ห้องน้ำ, แสงสว่าง) หากคุณต้องการใช้ชีวิตระยะท้ายที่บ้าน หรือมองหารพ.ที่มีทีมประคับประคอง และสะดวกใช้บริการ
- ลองคุยกับหมอเรื่องการจัดการความเจ็บปวดล่วงหน้า ระบุความกังวล (เช่น กลัวปวดแผล กลัวกินไม่ได้ กลัวหายใจไม่ออก ฯลฯ) เพื่อว่าเมื่อวันนั้นมาถึง หมอและญาติจะได้แน่ใจว่าจะดูแลคุณอย่างไร ในวันที่คุณสื่อสารได้ลำบาก
- รวบรวมสิ่งที่เป็นความสุข ช่วยให้คุณผ่อนคลายเมื่อเจ็บป่วย เช่น เพลงที่ชอบ, กลิ่นอโรมาที่คุ้นเคย, รูปภาพครอบครัว หรือสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เพื่อให้ใจสงบ เบี่ยงเบนความเจ็บปวดเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง
- โฟกัส “ความสุขปัจจุบัน” หากคุณกำลังเจ็บปวด ขอให้กลับมาโฟกัสสิ่งที่อยากทำระยะสั้น เช่น ของกินอร่อย หรือจับมือคนข้าง ๆ ในวันที่ยังมีแรง

ยาตัวที่ 5 ยาเตรียมบอกลา สะสางสิ่งค้างคาในใจ (The Last Farewell)
สรรพคุณ: ซ่อมแซมความสัมพันธ์ที่หล่นหาย จัดการเรื่องค้างคา สมานรอยร้าวในใจ เพื่อให้เบาใจก่อนการเดินทางไกล
ในวันที่ร่างกายถดถอยจนเข้าสู่ระยะท้าย นอกจากความเจ็บปวดทางกายแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ติดอยู่กับคุณตลอดเวลาคือความรู้สึกในใจต่อสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาในชีวิต
ต้องมีบ้าง ที่บางเรื่องราว หรือความสัมพันธ์กับคนบางคน ยังติดค้างอยู่ในใจเราเสมอ ไม่ว่าจะผ่านมานานเท่าไหร่ และเราอาจไม่มีโอกาสได้กลับไปสะสางหรือแก้ไขสิ่งเหล่านั้นอีกเลยจนกระทั้งวันตาย
คงจะดีกว่าหากได้จัดการเสียตั้งแต่วันที่ยังมีสติและเรี่ยวแรง เพื่อให้นาทีสุดท้ายก่อนจากไปไม่มีอะไรให้ต้องติดค้างอีกต่อไป
ลองทำตามคำแนะนำต่อไปนี้ หรือออกแบบวิธีที่เหมาะสมกับคุณได้เลย
- “ขอบคุณ – ขอโทษ – บอกรัก-บอกลา” : นัดหมายหรือโทรหาใครบางคนที่มีความหมายต่อคุณแล้วกล่าวความในใจ ไม่ว่าท่าทีของเขาหรือผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยสิ่่งนี้คือความกล้าหาญที่คุณได้ทำลงไปแล้วอย่่างจริงใจ
- เขียนจดหมาย: หากพูดไม่เก่ง หรือการคุยต่อหน้ายากเกินไป อย่ากดดันตัวเอง ลองเขียนจดหมายแล้วระบุชื่อถึงพวกเขา วิธีนี้จะช่วยให้คุณจะมีเวลาทบทวนตัวเอง เรื่องราวที่ผ่านมา และยังบอกเล่าความรู้สึกได้อย่างสมบูรณ์ด้วย
- อัดคลิป: ในวันที่ยังมีแรง ลองบันทึกวิดีโอหรือเสียงเอาไว้ คลิปจะสามารถส่งต่อความรู้สึกของคุณได้อย่างดี และกลายเป็นกำลังใจหรือความทรงจำดี ๆ ให้กับคนข้างหลังในวันที่คุณจากไปแล้ว

ยาตัวที่ 6 ยากาวใจ (Relationship)
สรรพคุณ : สร้างสายสัมพันธ์ทางใจ ปลูกความรัก ความไว้ใจกับคนรอบตัว เพื่อมีชีวิตอย่างเปี่ยมความหมาย ในวันเดินทางไกลจะไม่โดดเดี่ยว
เพราะความสัมพันธ์ไม่ได้สร้างได้ข้ามคืน แต่ต้องลงทุน ลงแรง ลงใจ และให้เวลา ไม่ต้องรอให้ใกล้ถึงวันจากลา แต่สร้างได้ตั้งแต่วันนี้ ผ่านวิธีง่าย ๆ ที่ทำได้ทันที
- ทักทายเพื่อนบ้าน หรือเพื่อนในที่ทำงานที่ไม่ค่อยได้คุยกัน ชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ อาหารการกินง่าย ๆ ที่ไม่ซับซ้อน เพื่อสร้างความคุ้นเคย
- ถามความรู้สึกคนใกล้ตัว เช่น “ช่วงนี้เหนื่อยไหม ?” หรือ “มีอะไรให้ฉันช่วยไหม ?” เพื่อให้เราเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้อื่น และอย่าลืมถามตัวเองด้วย
- สร้างชั่วโมงคุณภาพ: จัดเวลาสั้น ๆ ในทุกวัน พักหน้าจอ แล้วใช้เวลากับคนตรงหน้า ตั้งใจฟังเพื่อให้เห็นถึงความรู้สึกให้มากที่สุด
- ไปร่วมกิจกรรมทางสังคมที่ชอบ เช่น ชมรมโยคะ เวิร์คชอปทำอาหาร หรือออกไปกินข้าวกับกลุ่มเพื่อน
- ลองเปิดใจคุยกับคนที่ไม่ชอบ เพื่อทำความเข้าใจในมุมมองที่แตกต่าง เราอาจพบว่าเขาน่ารักกว่าที่คิด
- มองหาบัดดี้ หรือใครสักคนที่คุณวางใจ ลองพูดคุยเรื่องสับเพเหระ ไปด้วยกัน จนไปถึงการแชร์เรื่องความรู้สึกลึก ๆ อย่างเปิดอก (หากคุณมีอยู่แล้วก็ขอให้รักษาไว้ให้ดี)

เกมนี้เป็นเพียง 15 ข้อ พื้นฐานที่ช่วยให้ทุกคนตระหนักถึงเส้นทางระหว่างการมีชีวิต ว่าได้เตรียมตัวแต่ละด้านไว้แล้วแค่ไหนก่อนจากลา สุดท้ายนี้ การจะได้ตายดีสมปรารถนาหรือไม่ยังต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่างที่ไม่เพียงแต่เฉพาะการเตรียมตัวส่วนบุคคล แต่ต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่ในระดับชุมชน ไปจนถึงโครงสร้างระดับประเทศ
แต่อย่างน้อย การได้เริ่มเตรียมจากตัวเราในวันที่ยังมีชีวิต นอกจาก จะช่วยลดภาระให้กับคนข้างหลังแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการช่วยให้ตัวเราได้กลับมาทบทวนระหว่างการใช้ชีวิต ว่าแท้จริงแล้ว ท่ามกลางสิ่งของมากมายระหว่างทาง อะไรคือสิ่งใดที่มีคุณค่าและมีความหมายกับเราอย่างแท้จริง

