เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 69 จุดเปลี่ยนกองทุน? ผู้สมัครชูโจทย์ สิทธิ-โปร่งใส-บำนาญ

เปิดแนวนโยบาย 2 ทีมผู้สมัคร จับตาผู้ประกันตนออกมาใช้สิทธิมากขึ้น “ประกันสังคมก้าวหน้า” ชูบำนาญไฮบริด-เพิ่มสิทธิและตรวจสอบกองทุน ขณะที่ “พลังผู้ประกันตน” เสนอทบทวนสูตร CARE ท่ามกลางข้อถกเถียง-ยกระดับการรักษาเท่าเทียม

การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม ที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ถูกจับตามองว่าเป็นอีก “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของการบริหารกองทุนประกันสังคม ซึ่งมีเงินลงทุนในระดับหลายล้านล้านบาท โดยเป็นการเลือกตั้งผู้แทนผู้ประกันตนโดยตรงเป็นครั้งที่ 2 หลังการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2566

การเลือกตั้งครั้งนี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางข้อพิพาทเกี่ยวกับเงื่อนไขการลงทะเบียนใช้สิทธิ หลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ทุเลาการบังคับเงื่อนไขดังกล่าว ก่อนมีคำพิพากษาให้ดำเนินการเลือกตั้งตามกำหนดเดิม คือวันที่ 27 กันยายน 2569

ข้อมูลการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งพบว่า มีผู้ลงทะเบียนรวมกว่า 1.6 ล้านราย จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งฝ่ายผู้ประกันตนกว่า 11 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2566 ซึ่งมีผู้ประกันตนลงทะเบียนใช้สิทธิประมาณ 9.45 แสนคน

The Active พูดคุยกับตัวแทนผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้ โดย รศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อดีตกรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน และหัวหน้าทีมประกันสังคมก้าวหน้า มองว่าจำนวนผู้ลงทะเบียนที่เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าผู้ประกันตนให้ความสนใจและต้องการเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดทิศทางกองทุนประกันสังคมมากขึ้น

ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งภายใต้ระบบการลงทะเบียนที่เข้มงวดขึ้น ทั้งการยืนยันตัวตนผ่าน ThaID หรือการลงทะเบียนด้วยตนเองที่สำนักงาน แม้จะเพิ่มขั้นตอนและอาจเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ประกันตนบางกลุ่ม แต่ยังมีผู้ลงทะเบียนเพิ่มขึ้น ษัษฐรัมย์มองว่า นี่อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านจากระบบประกันสังคมที่เคยถูกมองว่าเป็น “ระบบนิเวศปิด” ไปสู่ระบบที่เปิดให้ผู้ประกันตนเข้ามามีส่วนร่วมและตรวจสอบมากขึ้น

ษัษฐรัมย์มองย้อนกลับไปถึงการตื่นตัวจากการเลือกตั้งทางตรงครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2566 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งผู้แทนผู้ประกันตนโดยตรงครั้งแรก โดยมองว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ประกันตนเข้ามามีส่วนร่วมกับการกำหนดทิศทางระบบประกันสังคมมากขึ้น และเป็นจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

พร้อมมองว่า หากการเลือกตั้งในอนาคตมีการปรับระบบการลงทะเบียนให้สะดวกและเข้าถึงง่ายขึ้น ก็มีโอกาสที่ผู้ประกันตนจะออกมาใช้สิทธิในจำนวนที่สูงขึ้น

สำหรับนโยบายของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ชูแนวคิด “บำนาญไฮบริด” เป็นทางเลือกใหม่สำหรับชีวิตหลังเกษียณ เพื่อแก้ปัญหาความลังเลระหว่างการรับเงินบำเหน็จเป็นเงินก้อนกับการรับบำนาญเป็นรายเดือน

ษัษฐรัมย์เสนอให้ผู้ประกันตนสามารถขอรับเงินบำนาญล่วงหน้า 40% เพื่อนำไปจัดการภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้นของการเกษียณ ก่อนกลับมารับบำนาญเต็มจำนวนอีกครั้งหลังผ่านไป 5 ปี

ด้านการบริหารจัดการ ษัษฐรัมย์ระบุว่า สำนักงานประกันสังคมมีงบบริหารจัดการประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมตั้งคำถามถึงการใช้งบประมาณที่ผ่านมา ทั้งงบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดทำของสมนาคุณจำนวนมาก

จึงเสนอให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมบอร์ด และเปิดเผยรายงานการประชุมฉบับเต็มต่อสาธารณะ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนร่วมตรวจสอบการทำงานของบอร์ด

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการปรับปรุงกรอบบริหารความเสี่ยงของกองทุน เพื่อป้องกันการลงทุนที่อาจนำไปสู่ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน รวมถึงการลงทุนในสินทรัพย์บางประเภทในสัดส่วนที่สูงเกินความเหมาะสม

สำหรับแนวทางการทำงานเชิงโครงสร้าง ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเน้นการตรวจสอบปัญหาการทุจริตที่ผ่านมา โดยเสนอให้ตั้งอนุกรรมการเพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ควบคู่กับการยกระดับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน

ในส่วนของผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เสนอให้ปรับเพดานค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบให้สอดคล้องกับรายได้จริง เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับบำนาญในอนาคต รวมถึงปรับปรุงสัญญากับโรงพยาบาลเอกชน โดยเน้นสิทธิประโยชน์และคุณภาพการรักษาของผู้ประกันตนมากกว่าผลประโยชน์เชิงพาณิชย์

ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 40 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานอิสระ ทีมเสนอให้เพิ่มค่าเดินทางเพื่อพบแพทย์จาก 50 บาท เป็น 200 บาท ขยายสิทธิประโยชน์กรณีทุพพลภาพเป็นตลอดชีวิต และศึกษาการเชื่อมโยงระบบบำนาญ เพื่อเพิ่มหลักประกันด้านรายได้เมื่อเข้าสู่วัยชรา

ษัษฐรัมย์ระบุว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การมีบอร์ดที่มาจากการเลือกตั้งทำให้สามารถผลักดันการเพิ่มสิทธิประโยชน์ได้กว่า 20 รายการ และอ้างว่าระบบการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นช่วยลดความเสี่ยงด้านการทุจริตลงได้ถึง 7 เท่า

พร้อมมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางการบริหารกองทุนและปกป้องสวัสดิการ “เกิด แก่ เจ็บ ตาย” ของผู้ประกันตน

ขณะที่ วสันต์ มหิงษา ผู้สมัครคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายลูกจ้าง ทีมพลังผู้ประกันตน ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 33 ปี มองว่าจำนวนผู้ลงทะเบียนที่เพิ่มขึ้นสะท้อนความตื่นตัวของผู้ประกันตน โดยเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งครั้งแรก ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิจริงประมาณ 1.57 แสนคน หรือราว 18% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

วสันต์มองว่า การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการลงทะเบียนภายหลังคำสั่งและคำพิพากษาของศาลปกครอง อาจทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าถึงการเลือกตั้งได้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถลงทะเบียนตามเงื่อนไขเดิม

อีกประเด็นที่คาดว่าจะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญ คือ การปรับสูตรการคำนวณเงินบำนาญชราภาพ หรือสูตร CARE ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับการปรับสูตรคำนวณเงินบำนาญแล้ว

วสันต์ระบุว่า จากการคำนวณของทีม สูตร CARE อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนมาตรา 33 บางกลุ่ม จึงเสนอเชิงนโยบายว่า ผู้ประกันตนควรมีสิทธิเลือกสูตรการคำนวณที่ทำให้ได้รับประโยชน์สูงสุด

ด้านการรักษาพยาบาล วสันต์สะท้อนจากการลงพื้นที่ว่า มีผู้ประกันตนบางส่วนร้องเรียนถึงความแตกต่างในการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลคู่สัญญา รวมถึงการเข้าถึงยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

ทีมพลังผู้ประกันตนจึงเสนอให้ตรวจสอบสัญญาการให้บริการทางการแพทย์ รวมถึงการทำงานของสำนักจัดระบบการแพทย์ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเท่าเทียม

ด้านธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ทีมเสนอให้เปิดเผยข้อมูลการลงทุนและผลประกอบการของกองทุนต่อสาธารณะ รวมถึงนำข้อมูลสถิติการร้องเรียนจากคณะกรรมการอุทธรณ์ ซึ่งสะท้อนปัญหาที่ผู้ประกันตนร้องเรียนเข้ามา มาใช้เป็นฐานในการกำหนดนโยบายหรือปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานอิสระ ทีมเสนอให้ยกระดับสิทธิประโยชน์ ทั้งการชดเชยรายได้ การคลอดบุตร และการเข้าถึงยารักษาโรคร้ายแรง เพื่อให้สิทธิประโยชน์ครอบคลุมความต้องการของแรงงานอิสระมากขึ้น และรองรับสังคมสูงวัย

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการเลือกตัวแทนเข้ามาทำหน้าที่ในคณะกรรมการ แต่ยังเป็นการตัดสินใจของผู้ประกันตนต่อทิศทางการบริหารกองทุน การกำหนดสิทธิประโยชน์ และมาตรฐานความโปร่งใสของระบบประกันสังคมในอนาคต โดยการเลือกตั้งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active