เปิดตัวเลขกระทบน้ำท่วม กทม. 3 แสนครัวเรือน กระทบ 7 แสนคน เข้าศูนย์พักพิงฯ แล้ว เกือบ 7 พันคน

รองผู้ว่าฯ ทวิดา ยอมรับ ระบบครัวกลาง-แจ้งเตือน ยังมีปัญหา เผย 42 เขตมีน้ำสะสม เร่งนำ “กลุ่มเปราะบาง” ออกจากพื้นที่เสี่ยง ชี้ “ลาดกระบัง” ยังต้องการอาหารเกือบ 20,000 กล่อง ขณะที่ “บางกะปิ” ต้องการ 3,000 กล่องต่อมื้อ ยอมรับช่วง 24 ชั่วโมงแรก บางกะปิมีปัญหาการกระจายความช่วยเหลือ พร้อมปรับระบบบัญชาการ

วันนี้ (28 ก.ย. 2569) ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการบริหารจัดการสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันว่า วันแรกที่เกิดฝนตก ฝนตกครอบคลุมทั้ง 50 เขต โดยมีประมาณ 42 เขตที่เริ่มมีระดับน้ำสะสม ขณะที่เขตที่อยู่ในระดับวิกฤตจนต้องเข้าไปบริหารจัดการให้ความช่วยเหลือมีประมาณ 15–20 ในช่วง 24 – 72 ชั่วโมงแรก หรือวันที่ 25-26 ก.ย. โดยคนกลุ่มแรกที่ กทม. ติดตามคือ “กลุ่มเปราะบาง” ผู้ป่วยติดเตียง ผู้เคลื่อนไหวลำบาก ผู้สูงอายุ  ซึ่งในช่วงที่ระดับน้ำยังไม่สูงมากอาจยังไม่ได้ตัดสินใจออกจากบ้าน แต่เมื่อเป็นกลุ่มเปราะบาง กทม. ต้องนำออกมาก่อน

ปรับระบบ 1669 และ 1555 รับแจ้งขนย้ายกลุ่มเปราะบาง

ทวิดา ระบุว่า กทม. ได้ปรับระบบให้สายด่วน 1669 และ 1555 สามารถรับแจ้งกรณีผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ หรือผู้สูงอายุที่มีเงื่อนไขด้านสุขภาพและต้องการความช่วยเหลือในการเคลื่อนย้าย โดยปกติในวันที่ไม่มีสถานการณ์ฉุดเฉิน อย่าง แผ่นดินไหว หรือ โควิด-19 หน่วยเอราวัณของ กทม. รับสายฉุกเฉินหมายเลข 1669 ต่อวัน จะมีสายเข้าประมาณ 3,000 สาย ช่วงวันที่ 25 – 26 ก.ย. มีสายเข้ามากกว่า 7,200 สาย กทม. จึงออกแบบให้หน่วยแพทย์เอราวัณทำงานร่วมกับฝ่ายพัฒนาสังคมของสำนักงานเขตทุกเขต เพื่อนำกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่ หากมีเงื่อนไขทางการแพทย์ที่ซับซ้อน เช่น จำเป็นต้องดูดเสมหะ มีสายต่าง ๆ จะนำส่งโรงพยาบาลในสังกัด กทม. โดยเฉพาะโรงพยาบาลทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ที่ปรับพื้นที่เป็นศูนย์พักพิงสำหรับผู้ป่วยติดเตียง

“ความสะดวกของเราอย่างหนึ่งก็คือ บังเอิญว่าเราเอาผู้ป่วยออกในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครในช่วงเสาร์-อาทิตย์ มีพื้นที่ที่สามารถบริหารจัดการได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโรงพยาบาลหลายแห่งก็เต็ม และยังมีผู้ประสบภัยบางส่วนที่ออกมาอยู่ตามโรงพยาบาล”
ทวิดา กมลเวชช 

ติดตามความเห็นโซเชียลมีเดีย ไลฟ์ของผู้ว่าฯ ชัชชาติ

ทวิดา ระบุว่า กทม. ตั้งทีมติดตามจากโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะข้อความที่ประชาชนส่งเข้ามาระหว่างการไลฟ์ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เพื่อค้นหาผู้ที่ไม่ได้ติดต่อผ่าน 1669, 1555 หรือ สำนักงานเขต แต่ต้องการความช่วยเหลือในการขนย้ายผู้ป่วยหรือกลุ่มเปราะบาง เมื่อวันที่ผ่านมา มีเคสที่ทีมติดตามจากโซเชียลได้มากกว่า 200 เคส และภายในเวลา 18.00 น. สามารถติดตามและปิดเคสช่วยเหลือได้ 184 เคส

น้ำท่วมในแผนที่ประมาณ 3 แสนครัวเรือน
แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมดที่น้ำเข้าบ้าน

สำหรับจำนวนผู้ประสบภัยทั้งหมด ทวิดา อธิบายว่า หากนำปริมาณน้ำที่ตกและสะสมในพื้นที่บ้านเรือนทั้งหมดมาคำนวณ โดยยังไม่แยกว่าน้ำเข้าบ้านหรือไม่เข้าบ้าน ตั้งแต่ระดับ 10, 20, 30 เซนติเมตรขึ้นไป จะครอบคลุมประมาณ 300,000 ครัวเรือน แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ได้หมายความว่าน้ำเข้าบ้านทั้ง 300,000 ครัวเรือน เพราะสำนักงานเขตกำลังลงพื้นที่เก็บข้อมูลระดับน้ำและความเสียหายของแต่ละบ้าน และข้อมูลยังไม่ครบถ้วน

“ตอบลงไปลึก ๆ เลยว่ากี่ครัวเรือนที่น้ำเข้าบ้านแล้วมีความเสียหาย ตอนนี้ยังตอบไม่ได้จริง ๆ ต้องขออภัย คัดออกมาจาก Fondue ที่ประชาชนถ่ายภาพไว้ ก็มีบ้างแต่ยังไม่หมด”
ทวิดา กมลเวชช 

ทวิดา ชี้ว่า หากดูจากแผนที่น้ำกาง 300,000 ครัวเรือนโดยประมาณที่อยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำท่วม แต่ยังไม่ไปแปลว่ามีผลกระทบเข้าไปในบ้าน ประชาชนจาก 300,000 ครัวเรือน จำนวนประชากรจะอยู่ที่ประมาณ 700,000 คน แต่ก็ยังไม่ใช่ตัวเลขของผู้ได้รับผลกระทบในลักษณะที่เป็นอันตราย น้ำเข้าบ้าน ออกจากบ้านไม่ได้ หรือเดินทางไม่สะดวกทั้งหมด เพราะฉะนั้นตัวเลขจริง ๆ ที่ว่าเราจะต้องใช้เท่าไหร่ ต้องรอให้ข้อมูลนิ่งก่อน

กทม. เปิดศูนย์พักพิง 234 แห่ง มีผู้เช็กอินกว่า 6,000 คน

ทวิดา เผย ศูนย์พักพิง กทม. เปิดศูนย์พักพิงหลักทั้งที่อยู่ตามโรงเรียน ศูนย์นันทนาการ มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา รวมถึงศูนย์ของภาคเอกชนที่เปิดร่วมกับ กทม. รวม 234 ศูนย์ ส่วนพื้นที่ส่วนกลางของบางชุมชนหรือศูนย์ที่ภาคเอกชนเปิดขึ้นเอง อาจยังมีอยู่อีก แต่คาดว่าจำนวนไม่มาก โดยศูนย์หลักที่ กทม. เปิดและดูแลอยู่มี 234 แห่ง ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนอยู่ในศูนย์พักพิงประมาณ 6,000 – 7,000 คน ตัวเลขนี้จึงแตกต่างจากประชากรประมาณ 700,000 คนที่อยู่ในพื้นที่ตามแผนที่น้ำ เพราะ 700,000 คนเป็นจำนวนประชากรในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมตามแผนที่ ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดต้องอพยพ ขณะที่ผู้ที่เข้าไปอยู่ในศูนย์พักพิงมีประมาณ 7,000 คน

ศูนย์พักพิงมีครัว แต่ครัวกลางในบางเขตยังมีข้อจำกัด

ทวิดา เผยว่า ศูนย์พักพิงทั้ง 234 แห่งของ กทม. มี “ครัวกลาง” อยู่ภายในศูนย์ ทำให้การจัดการอาหารในส่วนนี้มีปัญหาน้อยกว่า แต่ในพื้นที่เขต ปัญหาจะเกิดขึ้นใน 2 รูปแบบ คือ บางเขตสามารถเปิดครัวกลางได้ ขณะที่บางเขตไม่สามารถเปิดครัวกลางในพื้นที่ได้ ต้องนำครัวกลางไปตั้งอยู่นอกพื้นที่ หากไม่มีการเชื่อมต่อข้อมูลให้ชัดเจนว่าครัวกลางอยู่ที่ใด และจะส่งอาหารเข้าไปยังพื้นที่อย่างไร ก็อาจทำให้เกิดปัญหาในการจัดส่ง ขณะเดียวกัน มีหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยตั้ง “ครัวสนาม” จำนวนมาก ทั้งจากหน่วยงานของรัฐและทหาร โดยในเขตที่มีสถานการณ์หนักอาจมีครัวสนามประมาณ 3 ครัว ส่วนเขตที่สถานการณ์ไม่หนักอาจมีประมาณ 1 ครัว และใช้ระบบส่งอาหารเข้าไปยังพื้นที่

ลาดกระบัง ยังต้องการอาหารเกือบ 20,000 กล่องต่อมื้อ

ทวิดา ระบุว่า เขตลาดกระบัง ยังเป็นพื้นที่ที่ต้องการทั้งรถสูง อาหาร และความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ เมื่อเวลา 08.00 น. ยังมีความต้องการอาหารปรุงสุกในแต่ละมื้ออยู่ที่ประมาณ เกือบ 20,000 กล่องต่อมื้อ กทม. จึงให้ครัวกลางของ กทม. ส่งไปสนับสนุนลาดกระบังและบางกะปิเป็นการเฉพาะ เนื่องจากทั้งสองพื้นที่ยังมีระดับน้ำสูง

ส่วน เขตบางกะปิ ได้เพิ่มครัวกลางอีกหนึ่งแห่ง และขณะนี้สามารถผลิตอาหารได้มากขึ้น โดยยังต้องการความช่วยเหลือด้านอาหารประมาณ 3,000 กล่องต่อมื้อ นอกจากนี้เขตที่เริ่มมีความต้องการเพิ่มขึ้น ได้แก่ สะพานสูง มีนบุรี สะพานสูง สวนหลวง บึงกุ่ม คลองสามวา สายไหม บางเขน หลักสี่ และลาดพร้าว

ศูนย์บัญชาการกลาง กทม. เชื่อมทุกเขต
เพราะระบบระบายน้ำไม่ได้จบแค่เขตเดียว

ทวิดา ระบุว่า ด้านการบริหารจัดการ กทม. มีศูนย์บัญชาการกลางที่ทำหน้าที่ดูแลระบบน้ำทั้งหมดของกรุงเทพมหานคร โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งภาพจากกล้อง CCTV และการวิเคราะห์ระดับน้ำ เพื่อให้สามารถมองเห็นสถานการณ์ทุกเขตพร้อมกัน เพราะการระบายน้ำไม่ได้เป็นเรื่องของเขตใดเขตหนึ่ง เพราะท่อระบายน้ำ คลอง และระบบต่าง ๆ อาจส่งผลกระทบมากกว่าหนึ่งเขต จำเป็นต้องมีศูนย์ที่มองเห็นภาพรวมทั้งหมดและสั่งการไปยังศูนย์ของแต่ละเขต 

“สำนักงานเขตบางแห่งที่มีน้ำท่วมก็จะตั้งศูนย์ในพื้นที่ในลักษณะกึ่งศูนย์บัญชาการ และเชื่อมต่อกับศูนย์กลาง บางเขตจะแยกศูนย์อำนวยการร่วมด้านการบริหารจัดการรถ สิ่งของบริจาค และการแจกจ่ายอาหารออกจากกัน เพื่อให้บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น”
ทวิดา กมลเวชช 

ระดับน้ำสูง รถ 6 ล้อเข้าไม่ถึง ต้องใช้รถ GMC

ทวิดา ชี้ว่า ปัญหาที่ กทม. ประสบมากที่สุดในการส่งความช่วยเหลือ คือระดับน้ำที่สูงมาก จนรถ 6 ล้อของสำนักงานโยธา ซึ่งมีอยู่เกือบ 70 คัน ไม่สามารถใช้งานได้ในบางพื้นที่ เมื่อรถ 6 ล้อไม่สามารถเข้าได้ การนำรถออกจากพื้นที่ก็ทำได้ยาก ทำให้ กทม. ต้องใช้รถที่มีความสูงมากขึ้น เช่น รถ GMC ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับรถ GMC ของทหาร

“วันแรก กทม. ได้รถ GMC เข้ามาช่วยในพื้นที่ประมาณ 10 คัน ก่อนจะทยอยได้รับการสนับสนุนเพิ่มจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งทหาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมทรัพยากรต่าง ๆ ล่าสุด กทม. ยังต้องการรถ GMC เพิ่มอีกประมาณ 15 คัน โดย กอ.รมน. กำลังช่วยประสานหาเพิ่มเติม”
ทวิดา กมลเวชช 

ทวิดา ย้ำว่า เหตุผลที่รถสูงมีความจำเป็น เพราะในบางพื้นที่ไม่จำเป็นต้องใช้เรือ แต่สามารถใช้รถ GMC เข้าไปช่วยเหลือได้ โดยเฉพาะการนำผู้ป่วยออกจากพื้นที่ แต่ละเขตควรมีรถ GMC อย่างน้อย 1 คันที่ผูกไว้กับหน่วยแพทย์เอราวัณและ กทม. เพราะรถของเอราวัณไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ที่ระดับน้ำสูงมากได้ ปัจจุบันรถเอราวัณมีปัญหาจากการเข้าพื้นที่แล้วประมาณ 7 คัน เมื่อรถเอราวัณไปถึงระดับที่ต้องหยุด แพทย์และเจ้าหน้าที่จะขึ้นรถ GMC เข้าไปในพื้นที่ เพื่อนำประชาชนออกมา แล้วจึงผ่องถ่ายกลับมายังจุดที่สามารถใช้รถพยาบาลได้

ยอมรับ “บางกะปิ” 24 ชั่วโมงแรกมีปัญหา ระบบปลายทางยังจัดได้ไม่ดี

เมื่อถามถึงกรณีประชาชนในพื้นที่ แฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ สะท้อนว่าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงานเขต ทั้งเรือและอาหารตั้งแต่วันแรก ทวิดา ยอมรับว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เขตบางกะปิมีปัญหาค่อนข้างมาก สาเหตุหนึ่งมาจากระดับน้ำที่สูง และรถสูงของเขตที่มีอยู่ในพื้นที่ไม่สามารถนำออกมาใช้งานได้ เนื่องจากมีรถขนาดใหญ่จอดขวางอยู่ด้านหน้า ทำให้ต้องเร่งเคลื่อนย้ายออกในช่วงเช้าวันอาทิตย์

“เขตเองไม่มีอุปกรณ์ เพราะฉะนั้นต้องส่งอุปกรณ์จากส่วนกลางไปทั้งหมด ตอนแรกช้า เรือเขตก็ไม่ได้มี ต้องส่งไปให้ เพราะฉะนั้นช้ามากและระดับน้ำสูง”
ทวิดา กมลเวชช 

ทวิดา บอกว่า อีกปัจจัยหนึ่งคือพื้นที่แฟลตมีจำนวนมาก และระบบการกระจายความช่วยเหลือในช่วงแรกยังไม่ได้กำหนดเจ้าหน้าที่ให้รับผิดชอบแฟลตแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน ในช่วงแรก ผู้อำนวยการเขตใช้วิธีดูแลพื้นที่ทั้งหมด จึงอาจทำให้การช่วยเหลือไม่ทั่วถึง แม้ทีมจะลงพื้นที่และมีการส่งอาหาร ถุงยังชีพ และสิ่งของเข้าไป แต่บางครั้งสามารถเข้าไปได้เพียงครึ่งแรกของพื้นที่ เพราะสิ่งของหมดก่อนที่จะเข้าไปถึงพื้นที่ด้านใน

ทวิดา ชี้ว่า ขณะนี้ กทม. ปรับระบบใหม่ โดยให้ปลัด กทม. ลงไปควบคุมพื้นที่บางกะปิด้วยตนเอง และให้รองปลัดอีกคนไปดูแลพื้นที่ลาดกระบัง เพื่อทำงานร่วมกับผู้อำนวยการเขต สำหรับบางกะปิ ศูนย์อำนวยการร่วมอยู่ที่สำนักงานเขต ส่วนศูนย์อาหารและการแจกจ่ายอยู่ที่ ศูนย์ฮอนด้า และมีครัวกลางกระจายอยู่ประมาณ 2-3 แห่ง เพื่อให้การบริหารจัดการดีขึ้น

“แฟลตคลองจั่น” มีข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ แต่ตัวเลขยังต้องตรวจสอบ

สำหรับข้อมูลผู้พักอาศัยในแฟลตคลองจั่นและพื้นที่บางกะปิ ทวิดา ระบุว่า เขตมีข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ โดยตัวเลขที่บันทึกเข้ามาในระบบของบางกะปิอยู่ที่ประมาณ 95,000 คน ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลพื้นที่ที่อาจมีน้ำท่วมและมีบ้านเรือนอยู่ แต่บางส่วนน้ำอาจจะไม่ได้เข้าบ้านและได้รับความเสียหายโดยตรง กทม. กำลังพยายามจัดระบบให้การช่วยเหลือครอบคลุมถึงประชาชนที่ยังสามารถอยู่ในบ้านได้ แต่มีปัญหาเรื่องห้องน้ำ ไฟฟ้า หรืออาหาร รวมถึงการเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ที่มีความเปราะบางสูง

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานด้านสาธารณสุขและราชวิทยาลัยต่าง ๆ ติดต่อเข้ามาเพื่อสนับสนุนทีมเฉพาะกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่หน่วยเอราวัณเริ่มมีภาระหนักและรถบางส่วนมีปัญหา แนวทางหนึ่งคือการจัดทีมแบบ “เกาะกลุ่ม” แล้วเข้าไปเฉือนพื้นที่ที่มีความเปราะบางมากเป็นจุด ๆ แทนการรอให้ความช่วยเหลือไหลเข้ามาตามระบบปกติเพียงอย่างเดียว

การเยียวยา ยังต้องรอสำรวจความเสียหาย

ทวิดา กล่าวว่า หลักเกณฑ์การเยียวยา หากประชาชนไม่ได้มีความเสียหายต่อตัวบ้านอย่างชัดเจน เช่น อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมและได้รับผลกระทบเรื่องการเดินทาง ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเข้าเกณฑ์การเยียวยาหรือไม่ เพราะเกณฑ์ที่ประกาศออกมาจะพิจารณาจากความเสียหายของบ้าน รวมถึงความเสียหายต่อเครื่องมือที่ใช้ในการประกอบอาชีพ ซึ่งต้องมีหลักฐานประกอบ ส่วนกรณีได้รับบาดเจ็บจากน้ำท่วม ก็จะมีหลักเกณฑ์ในส่วนดังกล่าว สำหรับความเดือดร้อนจากการเดินทาง ปัญหาคือการพิสูจน์ว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นเท่าใด

อย่างไรก็ตาม กทม. กำลังหารือกับสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อดูว่าจะสามารถออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมตามสถานการณ์ได้หรือไม่ โดยอาจมีลักษณะคล้ายกรณีภัยพิบัติครั้งก่อนที่มีการอนุมัติค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ

ทวิดา ย้ำว่า การประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยจากฝนตกและน้ำท่วม ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะมีความเสียหายรุนแรงหรือเข้าเกณฑ์การช่วยเหลือเหมือนกันทั้งหมด เพราะสำนักงานเขตต้องสำรวจรายละเอียดก่อนว่าแขวงหรือชุมชนใดได้รับผลกระทบและมีความเสียหายอย่างไร

แจงดราม่า Cell Broadcast ล่าช้า

กรณีการส่งข้อความ Cell Broadcast เมื่อวันเสาร์ เวลา 09.30 น. ทวิดา ยอมรับว่า กทม. มีส่วนในความบกพร่องของกระบวนการ โดยหลักการ การใช้ Cell Broadcast ไม่ว่าจะเป็นการเตือนล่วงหน้าหรือการแจ้งเตือนเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น ผู้กดปุ่มเป็นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แต่ข้อมูลและความต้องการในการเตือนจะต้องมาจากหน่วยงานในพื้นที่ แล้วหารือกันว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่ ก่อนปล่อยข้อความ

“อย่าโทษใครเลยค่ะ แต่ถ้าโทษก็รับไว้ก็ได้ค่ะ ว่ามันเป็นความบกพร่องจริง ๆ ของช่องว่างว่า สมมติว่าเราอยากเตือนแล้วเราต้องการให้แมสเสจนี้ออกไปเลย” 
ทวิดา กมลเวชช 

ทวิดา ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากความเข้าใจที่ยังไม่ตรงกันว่า หาก กทม. ต้องการเตือนประชาชนในพื้นที่ กทม. สามารถตัดสินใจได้เองในระดับใด หลังจากนี้ กทม. จะปรับระบบ โดยแบ่งข้อความ Cell Broadcast ให้ชัดเจน ทั้งระดับ การให้ข้อมูล ระดับการเตือน และระดับการบอกให้ประชาชนดำเนินการบางอย่าง กรณีข้อความเกี่ยวกับศูนย์พักพิง ถือเป็นการให้ข้อมูล ไม่ใช่การเตือนภัย แต่การที่กรมป้องกันฯ อนุญาตให้ กทม. ใช้ช่องทางนี้ในการแจ้งข้อมูลศูนย์พักพิง ถือเป็นสัญญาณที่ทำให้ กทม. สามารถออกแบบระบบสื่อสารได้มากขึ้น หลังจากหารือกับกรมป้องกันฯ ได้ข้อสรุปว่า กทม. จะเป็นผู้ออกแบบข้อความที่จะใช้ ทั้งในระดับข้อมูลและการเตือน ก่อนส่งให้กรมป้องกันฯ ดำเนินการปล่อยข้อความ

กทม. ยังรับถุงยังชีพ อาหารปรุงสุก 

สำหรับประชาชนที่ต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัย กทม. ยังเปิดรับ ถุงยังชีพ โดยขอให้ผู้บริจาคดูรายการสิ่งของที่ กทม. แนะนำว่าควรมีอะไรอยู่ภายในถุง และหากเป็นไปได้สามารถแยกถุงสำหรับผู้หญิงหรือผู้ชาย รวมถึงใส่ผ้าอนามัยสำหรับผู้หญิง พร้อมติดรายการสิ่งของไว้ที่ถุง เพื่อให้สามารถจัดการและส่งต่อได้เร็วขึ้น สามารถนำสิ่งของมาบริจาคได้ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง หรือ ศูนย์ฝึกอาชีพ เขตประเวศ โดยเลือกจุดที่อยู่ใกล้พื้นที่ที่จะนำของไปส่ง เพื่อช่วยลดระยะทางและเวลาในการขนส่ง

ส่วนอาหารกล่องหรืออาหารปรุงสุก หากนำมาบริจาคในจำนวนมาก ขอให้ติดต่อสายด่วน 1555 ก่อน โดยเฉพาะหากมีจำนวนมากกว่า 300–500 กล่อง เพราะอาหารที่ปรุงสุกล่วงหน้าเป็นเวลาหลายชั่วโมงอาจเกิดการเน่าเสียได้ หากสามารถหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำหรือความฉ่ำมากได้ จะช่วยให้เก็บรักษาและขนส่งได้ง่ายขึ้น และหากบรรจุอาหารให้ปิดมิดชิดก็จะช่วยป้องกันน้ำกระเด็นระหว่างการขนส่ง

เตือนประชาชนระวังไฟฟ้าลัดวงจร หลังฝนตกต่อเนื่อง

ทวิดา ฝากเตือน เรื่องไฟฟ้าลัดวงจร หลังพบว่าช่วง 3 วันที่ผ่านมา เหตุไฟฟ้าลัดวงจรที่ต้องให้ทีมดับเพลิงออกไปดำเนินการเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในสถานการณ์ปกติ หากฝนไม่ได้ตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน เหตุไฟฟ้าลัดวงจรจะอยู่ที่ประมาณ 10 ครั้งต่อวัน บวกลบเล็กน้อย แต่ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา วันที่มีเหตุน้อยที่สุดอยู่ที่ 27 ครั้ง และวันที่สูงที่สุดถึง 53 ครั้ง จึงขอให้ประชาชนที่ยังอยู่ในบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีอายุการใช้งานมานาน ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและสายไฟภายในบ้าน หากมีน้ำรั่ว น้ำซึม หรือความชื้นบริเวณใกล้แหล่งไฟฟ้า ควรเพิ่มความระมัดระวัง หากเกิดเหตุสามารถติดต่อทีมดับเพลิงได้ โดย กทม. ยืนยันว่าทีมดับเพลิงพร้อมเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ แม้รถดับเพลิงจะมีข้อจำกัดในการขนคนหรืออุปกรณ์จำนวนมากในพื้นที่น้ำสูง


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active