International Sex Workers Day วันพนักงานบริการสากล

เดือนที่สังคมร่วมยินดีกับความเท่าเทียมให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลก แต่อาชีพบริการทางเพศยังผิดกฎหมาย เวทีเสวนา Sex Worker: เสียงที่ไม่ถูกได้ยิน เรียกร้องร่วมกันต่อสู้เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

เดือน มิ.ย.ของทุกปี ไม่เพียงเป็นเดือนเฉลิมฉลองให้กับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลก (pride month) เท่านั้น แต่ทุกวันที่ 2 มิ.ย. ยังเป็นวันพนักงานบริการสากล (International Sex Workers’ Day) เพื่อเป็นเกียรติแก่คนทำงานบริการทางเพศ (Sex Worker) และตระหนักถึงสภาพการทำงานที่มักถูกเอารัดเอาเปรียบ

จุดเริ่มต้น ในปี ค.ศ. 1975 Sex Worker หลายร้อยชีวิตทั่วประเทศฝรั่งเศส ได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการรวมตัวกันเคลื่อนไหวในโบสถ์ต่าง ๆ เพื่อเป็นสัญลักษณ์การนัดหยุดงานประท้วงสภาพการงานที่เอารัดเอาเปรียบ และต่อต้านการใช้อำนาจโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวร่วมกัน (Collective Action) ครั้งแรกของกลุ่ม Sex Worker

ชนวนเหตุสำคัญเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มใช้มาตรการกวาดล้าง sex worker อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งไปที่การออกใบสั่งปรับจำนวนมหาศาลกับกลุ่มผู้หญิงที่ประกอบอาชีพนี้ตามท้องถนน ส่งผลให้ผู้ที่ไม่สามารถจ่ายค่าปรับได้ ต้องถูกคุมขังเป็นเวลาหลายวัน พวกเธอจึงต้องเจ็บปวดใจอย่างรุนแรงที่ต้องถูกแยกพรากจากลูก ๆ

การนัดหยุดงานประท้วงครั้งประวัติศาสตร์นี้ปะทุขึ้นเป็นแห่งแรก ณ โบสถ์แซ็ง-นีซีเย (Saint Nizier) ในเมืองลียง ก่อนจะขยายวงกว้างไปทั่วหัวเมืองใหญ่อื่น ๆ รวมถึงกรุงปารีส โดยในเหตุการณ์ที่เมืองลียง มีบาทหลวงคริสติยอง เดอลอร์ม (Père Christian Delorme) ปักหลักอยู่เคียงข้างและให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่กลุ่มผู้หญิงเหล่านั้นภายในโบสถ์อย่างใกล้ชิด

Sex Worker ไทย กับการต่อสู้ 50 ปี เพื่อไปสู่ “สิทธิแรงงานที่เท่าเทียม”

ย้อนกลับมาที่ไปประเทศไทย พ.ศ. 2528 มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ก่อตั้ง โดยการรวมตัวของ Sex Worker กลุ่มเล็ก ๆ ที่ทำงานในพัฒนพงศ์ เป้าหมายเพื่อสอนหนังสือให้กับ Sex Worker ก่อนย้ายมาทำที่เชียงใหม่ พ.ศ. 2535 เรียกร้องให้ยอมรับผู้ประกอบอาชีพค้าบริการมีสถานะเป็นแรงงานถูกต้องตามทางกฏหมาย

สำหรับภาพรวมมูลล่าสุด ปี 2566 พบว่า ประเทศไทย มี Sex Worker อยู่มากกว่า 250,000 คน เป็นอันดับ 8 ของโลก และแต่ละปี พวกเขา และเธอเหล่านี้ก็สร้างรายได้สูงกว่า 2 แสนล้านบาท

แต่หากนับจากอดีตอุตสาหกรรมนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของ เศรษฐกิจสีเทา ที่ควบคุมอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาล มี พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 บังคับใช้อยู่ การขาดการยอมรับ และข้อบังคับนี้ทำให้ Sex Worker ไม่มีสิทธิหรือ การคุ้มครองทางกฎหมายมากนัก สอดคล้องกับวาทกรรมในมิติอาชญากรรมทางสังคม ว่าอาชีพนี้เป็นห่วงโซ่สำคัญของปัญหาทางสังคมทั้งการค้าประเวณี การพนัน การฟอกเงิน ยาเสพติด ตลอดจนถึงสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ

เสียงสะท้อนของ Sex Woker ไทยผ่าน เวทีเสวนาSex Worker: เสียงที่ไม่ถูกได้ยิน ที่จัดโดยมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING)  ดังก้องบริเวณสกายวอล์คหน้าห้าง MBK ก่อนจะเข้าสู่ pride month เพียงไม่กี่วัน เพื่อร่วมกันทลายกำแพงอคติและมายาคติของสังคม ทำความเข้าใจในมิติชีวิต ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมเปิดพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนที่มักจะถูกทำให้เงียบหายไป เพื่อให้เกิดความเข้าใจและการยอมรับอย่างเท่าเทียม

การเดินเข้าสู่เส้นทางนี้หลายคนไม่สนใจกฎหมายที่มีผลบังคับใช้อยู่ เพราะอยากจะเลี้ยงตัวเอง ครอบครัวให้ดีที่สุด ขณะที่ปัจจุบันโลกเปิดกว้าง มี Sex Creator หลายคนเลือกจะเปิดตัวมากขึ้น บอกพ่อแม่ บอกแฟน แต่ที่น่าสนใจคือ ไม่มีใครถูกบังคับให้มาขายตัว และภาคภูมิใจในความเป็นตัวเอง

เมื่อถามถึงความฝัน ความหวังในชีวิต สำหรับคนที่เพิ่งเข้าสู่อาชีพนี้ตอบว่าต้องการทำให้ตัวเอง ครอบครัวสุขสบายตามอัตภาพ ส่วนกลุ่มที่ทำงานได้ระยะหนึ่ง มีทั้งต้องการเจอคนจริงใจพาออกจากอาชีพนี้ อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และอยากเป็นที่รู้จักในฐานะ Sex Worker ในระดับนานาชาติ

แม้สังคมจะเปิดกว้างมากขึ้น ถาคประชาชน คนทำงานสามารถส่งเสียงถึงฝ่ายนิติบัญญัติ พรรคการเมือง สถานที่สาธารณะได้ แต่เมื่อพูดถึงการยกเลิกกฎหมายเอาผิด Sex Worker หรือคุ้มครองในฐานะแรงงาน กลับถูกพูดถึงแค่ในระดับหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากยังมีความกังวลต่อปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งภาคประชาชนย้ำว่ามีกฎหมายป้องกันอยู่แล้ว ไม่ควรเอากฎหมายอาญามาครอบคนทำงานอีก

ศ.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ ประธานมูลนิธิ Swing กล่าวว่า ถ้าสังคมลองเปิดใจฟังเสียงของพี่น้อง Sex Workers จริง ๆ จะพบว่าพวกเขาไม่ได้ต่างจากแรงงานออฟฟิศ หรือแรงงานในโรงงาน ทุกคนมีเหตุผล และปัจจัยในชีวิตในการเลือกเส้นทางของตัวเอง แต่สิ่งที่พวกเขาต้องเจอเพิ่มขึ้นคือความยากลำบากจากการถูกตีตราทางสังคมมาอย่างยาวนาน

ทั้งที่ความฝันและปณิธานของกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ต่างจากคนอื่น ๆ ที่ดิ้นรนอยู่ในตลาดแรงงาน คือการอยากให้ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“เมื่อไหร่ที่เราจะมองข้ามการตราหน้า แล้วเห็นพวกเขาเป็น ‘มนุษย์’ คนหนึ่งที่มีเงื่อนไขชีวิต และเชื่อมั่นในศักยภาพการตัดสินใจของเขา เพราะถ้าเราไม่เชื่อว่าคนหนึ่งคนเลือกชีวิตตัวเองได้ คอยแต่บอกว่าเขาเลือกผิด ประเทศนี้ก็คงไม่ต้องพูดถึงความเป็นประชาธิปไตยกันแล้ว”

ศ.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์

ศ.ชลิดาภรณ์ ย้ำอีกว่า วันนี้ SWING และ Empower จะเราจะร่วมกันต่อสู้เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย  แต่ในระหว่างที่ยังคงมีมาตรการหรือข้อบังคับของภาครัฐที่กระทบต่อการทำงานของพี่น้อง Sex Worker ก็ยังจะขับเคลื่อนควบคู่กันไป

พร้อมฝากถึง อนุทิน ชาญวีรกูล หากไม่สนับสนุนจุดยืนของภาคประชาชนในการยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 แต่ขอพื้นที่ให้ได้พูดคุย ถกเถียง เนื่องจากที่ผ่านมาท่านไม่เคยฟังเสียง Sex Worker ที่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

“หากท่านจะไม่สนับสนุนความพยายามในการแก้ไขกฎหมายหรือรับรองสิทธิ… อย่างน้อยที่สุด ก็ขออย่ารังแกพี่น้อง Sex Worker เพิ่มขึ้นอีกเลย”

ศ.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์

สำหรับสถานภาพของภาคประชาชนในการทำให้ Sex Worker ได้รับการคุ้มครอง มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ และภาคประชาชน ได้ยื่น 11,765 รายชื่อ เสนอ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ พ.ศ. … (ฉบับประชาชน) ต่อ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา

ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 พ.ศ. …. – ฉบับพนักงานบริการ และมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (Swing) หลังประชาชนร่วมกันยื่น 13,000 รายชื่อ ที่ยื่นต่อรัฐสภาไปก่อนหน้านี้ รวมถึงร่างฯ ฉบับของภาครัฐ และพรรคการเมือง ภาคประชาชนจึงต้องการให้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active