ห่วงงบฯ ‘ฮอร์โมนข้ามเพศ’ สิทธิประโยชน์ผูกพันระยะยาว

ชี้ ผู้รับบริการรับฮอร์โมนต่อเนื่อง แนะวางแผนบริหารทรัพยากรสุขภาพระยะยาว สร้างระบบรองรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเหมาะสม

วันนี้ (15 มิ.ย. 69) ผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย ที่ปรึกษาผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ให้สัมภาษณ์ The Active แสดงความเห็นต่อกรณีการบรรจุสิทธิประโยชน์ “ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ” ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน คือ ภาระงบประมาณระยะยาวที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นการรักษาที่ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง ไม่ใช่การรักษาแบบครั้งเดียวแล้วสิ้นสุด

นพ.สนั่น กล่าวว่า ฮอร์โมนลักษณะนี้ไม่ใช่ให้ครั้งเดียวแล้วจบ หรือให้เพียงหนึ่งปีแล้วหยุดได้ แต่เมื่อเริ่มต้นให้แล้วก็จำเป็นต้องให้ต่อเนื่องเพื่อคงสภาพไว้ หากหยุดยา ผลที่เกิดขึ้นก็อาจเปลี่ยนแปลงกลับไปตามกลไกของร่างกาย

ผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย ที่ปรึกษาผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช

ด้วยเหตุนี้ การจัดสิทธิประโยชน์ดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นการดูแลต่อเนื่องในระยะยาว หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นภาระการดูแลที่ผูกพันไปเกือบตลอดชีวิตของผู้รับบริการ

เปรียบเทียบ “ล้างไต” ผู้ป่วยเก่ายังอยู่ รายใหม่เพิ่มต่อเนื่อง

นพ.สนั่น อธิบายว่า ลักษณะการใช้งบประมาณของบริการฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพ มีความคล้ายคลึงกับระบบบำบัดทดแทนไตในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ซึ่งเป็นบริการที่ผู้ป่วยเดิมยังคงต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ป่วยรายใหม่ทยอยเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นทุกปี

“สมมติปีแรกมีผู้รับบริการ 10 คน คนทั้ง 10 คนนี้จะยังอยู่ในระบบต่อไป ปีถัดมามีผู้รับบริการเพิ่มอีก 5 คน จำนวนก็จะกลายเป็น 15 คน และจะสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในลักษณะเดียวกัน”

ผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย

ในช่วงเริ่มต้นอาจดูเหมือนใช้งบประมาณไม่มาก เนื่องจากจำนวนผู้รับบริการยังมีไม่มากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป งบประมาณจะค่อยๆ สะสมเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้รับบริการที่ยังคงอยู่ในระบบ

“เหมือนกับการล้างไต ปีแรกอาจดูเหมือนใช้เงินไม่มาก แต่เมื่อคนไข้เก่ายังต้องรักษาต่อเนื่อง และมีคนไข้ใหม่เข้ามาเพิ่ม งบประมาณก็จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเม็ดเงินจำนวนมากในอนาคต”

ผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย

ชี้แตกต่างจากวัคซีน เพราะเป็น “สิทธิประโยชน์ผูกพันอนาคต”

นพ.สนั่น ยังระบุว่า หลายคนอาจเปรียบเทียบการใช้งบประมาณด้านฮอร์โมนข้ามเพศกับวัคซีน แต่ในมุมมองของเขา ทั้งสองกรณีมีลักษณะแตกต่างกัน โดยวัคซีนฉีดครบแล้วก็จบ คนที่ได้รับแล้วในปีนี้ ปีหน้าก็ไม่ต้องใช้งบประมาณในส่วนเดิมอีก งบฯ จึงเพิ่มเฉพาะคนใหม่ แต่ฮอร์โมนยืนยันเพศสภาพไม่ใช่แบบนั้น เพราะคนเดิมยังต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง

สิทธิประโยชน์ประเภทนี้จึงเป็น “สิทธิประโยชน์ที่มีความผูกพันในอนาคต” ซึ่งผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องประเมินศักยภาพของกองทุนและความยั่งยืนของงบประมาณในระยะยาว

ตั้งคำถาม หากงบฯ ไม่พอในอนาคต จะเดินหน้าต่ออย่างไร ?

นพ.สนั่น ย้ำว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ หากในอนาคตงบประมาณของระบบสุขภาพไม่เพียงพอ การตัดสินใจว่าจะดำเนินนโยบายต่อไปอย่างไรอาจกลายเป็นโจทย์ที่ซับซ้อน

“ถ้าให้ไปแล้ว ต่อมาพบว่างบประมาณไม่เพียงพอ จะหยุดหรือไม่หยุด ถ้าหยุดก็ย่อมส่งผลต่อผู้ที่ได้รับการรักษาไปแล้ว หากนโยบายยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ควรมีการทบทวนผลกระทบด้านงบประมาณในระยะยาวอย่างรอบคอบ ก่อนขยายจำนวนผู้รับบริการเพิ่มเติม ถ้ายังไม่เริ่ม ผมคิดว่าควรนำกลับมาทบทวนใหม่ เพราะงบประมาณจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนผู้รับบริการที่เพิ่มขึ้น”

ผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย

นพ.สนั่น ยังมองว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายในภายหลังยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะเกี่ยวข้องกับผู้ที่อยู่ในระบบแล้ว แนวทางหนึ่งที่อาจช่วยจำกัดการเติบโตของงบประมาณ คือ การดูแลผู้ที่ได้รับสิทธิไปแล้วต่อเนื่อง แต่ไม่เปิดรับผู้รับบริการรายใหม่เพิ่ม อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวอาจนำไปสู่คำถามเรื่องความเป็นธรรมในการเข้าถึงสิทธิ

“ถ้าดูแลคนเดิมต่อไป แต่ไม่รับคนใหม่ ก็จะเกิดคำถามว่าทำไมคนกลุ่มหนึ่งได้รับสิทธิ แต่คนที่มีความต้องการเหมือนกันในภายหลังกลับไม่ได้รับสิทธิ สถานการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในระบบสาธารณสุขอยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะในช่วงที่ทรัพยากรมีจำกัดและงบประมาณไม่สามารถรองรับสิทธิประโยชน์ใหม่ ๆ ได้ทั้งหมด ในระบบสุขภาพมีหลายกรณีที่เมื่อเงินไม่เพียงพอ กองทุนอาจต้องพิจารณาจำกัดการขยายสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม แต่ก็มักไม่สามารถยกเลิกการดูแลผู้ที่อยู่ในระบบเดิมได้ เพราะจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ป่วย”

ผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย

ทั้งนี้ นพ.สนั่น ย้ำว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวผู้รับบริการ แต่เป็นเรื่องการวางแผนความยั่งยืนของงบประมาณและการบริหารทรัพยากรสุขภาพในระยะยาว เพื่อให้ระบบสามารถรองรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเหมาะสมในอนาคต

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active