ศาลปกครองสูงสุดยืนตามศาลชั้นต้น คุ้มครองชั่วคราว ‘เหมืองแร่ถ่านหินอมก๋อย’ เหตุ EIA ไม่รอบด้าน ใช้ข้อมูลเท็จ

ศาลปกครองสูงสุดเชียงใหม่มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้น ระงับ EIA เหมืองถ่านหินอมก๋อยหลังพบข้อบกพร่องทั้งการใช้ข้อมูลรับฟังความคิดเห็นที่เป็นเท็จตามรายงานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านทนายความประจำมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมชี้ เป็นการวางบรรทัดฐานครั้งสำคัญ เรื่องสิทธิ และหลักการป้องกันไว้ก่อน

13 ก.พ. 2569 มีรายงานว่า ผู้แทนผู้ฟ้องคดี “เหมืองแร่ถ่านหินอมก๋อย”  ทนายความ และตัวแทนชุมชน กว่า 50 คน เดินทางร่วมฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุดกรณีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ณ ศาลปกครองเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่  ซึ่งมีผลรายงานว่าศาลปกครองสูงสุด มติเห็นชอบ รายงาน EIA น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมีข้อมูลว่าการศึกษาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่ครบถ้วนรอบด้าน ซึ่งจะมีผลให้โครงการไม่สามารถนำรายงานดังกล่าวไปใช้ประกอบการขอใบอนุญาตทำเหมืองได้ จนกว่าคดีจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ​

วัชลาวลี คำบุญเรือง ทนายความประจำมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ผู้รับมอบอำนาจผู้ฟ้องคดี ให้ความเห็นว่า ในวันนี้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้น โดยยืนยันว่า มติเห็นชอบรายงาน EIA น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และตามรายงานการตรวจสอบของกรรมการสิทธิฯ ชี้ว่ามีการใช้ข้อมูลการรับฟังความคิดเห็นที่เป็นเท็จ

กับทั้งศาลปกครองสูงสุดยังได้ให้ความสำคัญต่อหลักการป้องกันไว้ก่อนว่าหากปล่อยให้มีการอนุญาตให้ทำเหมืองไปก่อน อาจทำให้ชุมชนกะเบอะดิน รวมถึงชุมชนตามแนวเส้นทางขนส่งแร่และชาวอมก๋อย ได้รับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่มักส่งผลกระทบรุนแรงต่อเนื่องยาวนานและยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง

คำสั่งศาลปกครองสูงสุดฉบับนี้จึงเป็นการวางบรรทัดฐานที่สำคัญต่อการปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงสุขภาพวิถีชีวิตของประชาชนที่อาจจะได้รับผลกระทบจากจากการทำเหมืองแร่ เป็นการยืนยันรับรองถึง สิทธิการมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี และได้สร้างความดีใจและความภาคภูมิใจให้กับกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ รวมถึงพี่น้องชาวอมก๋อยที่ได้ร่วมกันลุกขึ้นมาใช้สิทธิอย่างเข้มแข็งในการคัดค้านโครงการเหมืองแร่ เพื่อพิทักษ์รักษาทรัพยากรในพื้นที่ของตนเอง และเพื่อแสดงจุดยืนว่าการตัดสินใจใด ๆ ที่จะมีผลกระทบต่อคนในพื้นที่ ต้องเคารพและรับฟังเสียงของพวกเขาด้วย

การฟ้องคดีครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ชุมชนและเครือข่ายได้รับทราบเกี่ยวกับโครงการเหมืองแร่ถ่านหินในพื้นที่หมู่บ้านกะเบอะดิน ต.อมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 284 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ทำการเกษตรตามวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน เป็นพื้นที่ต้นน้ำและมีลำน้ำสำคัญไหลผ่าน ทำให้ชุมชนเกิดความกังวลต่อผลกระทบในระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ ทั้งผลกระทบต่อสุขภาพ การดำรงวิถีชีวิต วัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิม ความมั่นคงด้านอาหาร ความเป็นอยู่ ตลอดจนการเดินทางสัญจรและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ 

นอกจากนี้ ชุมชนและเครือข่ายยังพบข้อพิรุธในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง อีกทั้งเนื้อหาการประเมินผลกระทบยังไม่ครอบคลุมและไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ วิถีชีวิต และบริบททางสังคมวัฒนธรรมของชุมชนในปัจจุบัน อันเป็นการละเมิดสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร สิทธิในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้านการพัฒนาที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ซึ่งการต่อสู้เรื่องเหมืองแร่ถ่านหินที่อมก๋อย เริ่มต่นมาตั้งแต่ปี 2562 ชาวอมก๋อยรับรู้ข่าวการสัมปทานเหมืองถ่านหิน ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลประกาศการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อพิจารณาใบอนุญาตเหมืองแร่ หลังจากนั้นชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยได้ลุกขึ้นมาคัดค้าน หาข้อมูลเพื่อต่อสู้

กระทั่ง วันที่ 4 เมษายน 2565 ตัวแทนชุมชนบ้านกะเบอะดิน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ตัวแทนชุมชนเส้นทางขนส่งแร่ และตัวแทนเครือข่าย จำนวน 50 คน พร้อมด้วยผู้สนับสนุนผู้ฟ้องคดี จำนวน 615 คน ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ในฐานะผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ต่อศาลปกครองเชียงใหม่ เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนมติเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการเหมืองแร่ถ่านหินของบริษัท 99 ธุวานนท์ จำกัด พร้อมยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการดำเนินการใดๆ ในการนำรายงาน EIA  ที่ได้รับความเห็นชอบแล้วไปประกอบการพิจารณาอนุญาตออกประทานบัตรเป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ภายหลังจากนั้นศาลได้มีคำสั่งเรียกบริษัท 99 ธุวานนท์ จำกัด เข้ามาเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3

ต่อมาเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2565 ศาลปกครองเชียงใหม่ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับโครงการเหมืองแร่ถ่านหินอมก๋อย โดยมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น เป็นผลให้บริษัท 99 ธุวานนท์ จำกัดไม่สามารถดำเนินการใดๆที่เกี่ยวข้องกับโครงการเหมืองแร่ในพื้นที่บ้านกะเบอะดิน ต.อมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้จนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ด้านผู้ถูกฟ้องคดีก็ได้มีการยื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าวต่อศาลปกครองสูงสุดเช่นเดียวกัน

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ศาลปกครองเชียงใหม่ได้นัดฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุด “กรณีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว” ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ที่ ศาลปกครองเชียงใหม่ 

อ้างอิง : มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม – EnLAW

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active