“ทับลาน” ใต้วาทกรรม #Save : “ป่า” ที่อยากให้เป็น หรือว่ามองไม่เห็น “คน” ? 

ท่ามกลางกระแส #Saveทับลาน ที่กำลังร้อนแรงในโลกออนไลน์ คำอย่าง “เฉือนป่า” “ชาวบ้านบุกรุก” “เอื้อนายทุน” หรือแม้แต่ “พูดแทนสัตว์ป่า” ก็ถูกหยิบมาใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นวาทกรรมที่กำหนดมุมมองของสังคม

แต่เบื้องหลังถ้อยคำเหล่านี้ ยังมีอีกด้านที่อาจถูกมองข้าม…คือ ชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มานาน และ อคติ ที่สังคมมีต่อ ชาวบ้าน อันเป็นผลพวงจากการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้และกฎหมายอุทยานตลอดหลายทศวรรษ

เมื่อทุกฝ่ายต่างอ้างถึง “ป่า” และ “สัตว์ป่า” คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่าแล้วเสียงของคนที่อยู่กับป่า ได้ถูกนับรวมอยู่ในสมการบ้างนี้หรือไม่ ?

ดรามารอบนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ถ้าจำกันได้ก็มีมาตั้งแต่ ปี 2567 แล้ว ที่ใช้ #Saveป่าทับลาน ก่อนจะตามด้วย #Saveชาวบ้านทับลาน ซึ่งเกิดมาจากการพยายามการแก้ไขปัญหาที่ดิน ภายใต้ โครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนและจัดระเบียบที่ดินทำกินให้แก่ประชาชน

แต่รอบนี้กลับมาใหม่ ภายหลังมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา เรื่องการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี นครราชสีมา และ สระแก้ว โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ทั้งส่วนเพิกถอนและส่วนขยายเพิ่ม 

ส่วนที่ 1 พื้นที่ที่เสนอให้เพิกถอนออกจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งแยกออกเป็น  5 กลุ่ม

  • กลุ่มที่ 1 พื้นที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.)

  • กลุ่มที่ 2 พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี ตามมติ ครม.ปี 2520 

  • กลุ่มที่ 3 พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.) ตามมติ ครม. ปี 2535 

  • กลุ่มที่ 4 พื้นที่ราษฎรนอกเขต สปก. และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง 

  • กลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบ เห็นควรเพิกถอนอุทยานแห่งชาติให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในราชการทหาร

โดยในส่วนของพื้นที่กลุ่มที่ 1, 2, 3 และ 5 รวมเนื้อที่ 155,000 ไร่เศษ ที่ประชุมมีเห็นควรให้เดินหน้าเพิกถอนออกจากเขตอุทยานฯ เพื่อส่งมอบให้ สปก. นำไปจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร ทั้งในรูปแบบแปลงเดี่ยวและแปลงรวม ตามกรอบของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งคือพื้นที่ตรงนี้ที่เกิด #Saveทับลาน

ในส่วนของกลุ่มที่ 4 เนื้อที่ประมาณ 109,420 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีข้อพิพาทและคดีความทับซ้อนจำนวนมาก ที่ประชุมมีมติให้ชะลอการเพิกถอนไว้ก่อน เพื่อความรอบคอบในการบริหารจัดการ

อีกทั้งเรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ติดตามเรื่องนี้ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด เพื่อพิสูจน์สิทธิ์ร่วมกับ สปก.ให้กับประชาชน เรื่องนี้ไม่ได้พึ่งเกิดขึ้นแต่เป็นประเด็นปัญหาที่ตกค้างมาเกือบ 40 ปี

ส่วนที่ 2 พื้นที่เตรียมการขยายเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เนื้อที่ 86,966 ไร่ โดยให้กรมอุทยานฯ ร่วมกับกรมป่าไม้สำรวจและพิจารณาความเหมาะสมในการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติเพิ่มเติมต่อไป 

เมื่อชาวบ้านอยู่มาก่อนอุทยานฯ

อย่างน้อย ๆ คือ มีชาวบ้านอยู่มาก่อนที่จะมีการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลานเมื่อ ปี 2524 ก่อนมีชุมชนมาอยู่ พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นป่าจริง แต่เป็นป่าเสื่อมโทรมที่เกิดจากนโยบายการสัมปทานป่าของรัฐมาก่อน โดยรัฐหารายได้หารายได้จากการสัมปทานป่าไม้ ของต่างชาติและเอกชน เพื่อนำเงินมาพัฒนาประเทศ มีการสัมปทานเป็นวงกว้าง และป่าทับลานบางส่วนเคยเป็นพื้นที่ที่เคยให้สัมปทานทำไม้มาก่อน หลังจากมีการสัมปทานป่าไม้ก็ทำให้พื้นที่นั้นเป็นป่าเสื่อมโทรม 

ชาวบ้านโชว์หลักฐาน อยู่ก่อน “อุทยานฯ ทับลาน”

ช่วงประมาณ ปี 2519 – 2520 รัฐบาลได้นำพื้นที่ที่ผ่านการตัดไม้จนสภาพป่าเสื่อมสภาพจากการทำสัมปทานไปแล้ว มาจัดสรรให้ชาวบ้านทำกิน ในรูปแบบ สปก. แต่ไม่ใช่เพียงการหาพื้นที่ให้ชาวบ้านอยู่อาศัย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กลุ่มคอมมิวนิสต์หลายกลุ่มหนีเข้าป่า ก็มีการอพยพผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเข้ามาตั้งถิ่นฐานการจัดตั้งหมู่บ้านไทยสามัคคีนอกจากทำกิน มีการอบรมให้ชาวบ้านในขณะนั้นช่วยสอดส่องกลุ่มคอมมิวนิสต์ด้วย

ในปี 2524 กรมป่าไม้ประกาศจัดตั้ง อุทยานแห่งชาติทับลาน เส้นแนวเขตอุทยานฯ ที่กำหนดขึ้นใหม่กลับไปทับซ้อนกับพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยที่รัฐบาลเคยจัดสรรให้ชาวบ้านมาก่อนหน้านั้น กลายเป็นปัญหาที่ดินทับซ้อนที่ยืดเยื้อมานาน 

ลากเส้นอุทยานฯ ไม่สนใจชาวบ้านที่อยู่มาก่อน 

ผ่อง เล่งอี้ อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ผู้มีบทบาทในการขีดเส้นแผนที่และผลักดันการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติทับลาน รวมถึงอุทยานแห่งชาติอีกหลายแห่งทั่วประเทศในอดีต ซึ่งถูกมองว่าเป็นที่มาของปัญหาที่ดินทับซ้อนระหว่างคนที่อยู่มาก่อนกับพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ก็เคยให้สมภาษณ์ว่า 

“ขีดเส้นตามที่มีภาพป่า จะติดที่ดินใครบ้างช่างมัน… ตอนหลังถ้าเราเห็นว่าพื้นที่ที่เราขีดเส้นมีคนอยู่ เราค่อย ๆ กันออกไปให้มัน เพื่อให้การทำงานมันเร็ว… เพราะว่าผมฉลาด วิธีการคือผมไปรุกพื้นที่เอามาเป็นของผมก่อน ประกาศเป็นเขตอนุรักษ์ก่อน ชาวบ้านมันมาร้องเรียนก็ค่อยมาว่ากัน เราไม่รับรู้ใครอยู่มาก่อนบ้าง เราถือว่านี่เป็นป่าสงวนแล้วตามแผนที่”

คำให้สัมภาษณ์ของอดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ถูกนำมาใช้สื่อสารและตอกย้ำอีกครั้ง โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นคำพูดที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับชาวบ้านที่อยู่มาก่อน จนอาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่เลยเถิดมาจนถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้ มีหลายหลักฐานที่ระบุว่าชาวบ้านอยู่มาก่อนป่าทับลาน เช่น หมู่บ้านได้รับรางวัลการประกวดหมู่บ้านพัฒนา ในปี 2523 (ซึ่งก่อนประกาศอุทยานในปี 2524)

ข้อกังวลเปลี่ยนมือ สวมสิทธิ์

ภาพจำของป่าทับลานที่เห็นในโซเชียลมีเดีย จาก #Saveป่าทับลาน อาจทำให้นึกถึงสัตว์ป่าน้อยใหญ่ ทั้งกระทิง เสือ ช้าง รวมถึงสัตว์ป่า ในป่าสีเขียวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทไม่ได้เป็นอย่างภาพจำที่เคยเห็น เนื่องจากปัจจุบันไม่ใช่พื้นที่ป่าแล้ว ตัวอย่างเช่น การลงพื้นที่ ต.บ้านราษฎร์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ของ The Active เห็นว่ามีทั้งถนน หมู่บ้าน ที่ตั้งหน่วยงานราชการ ไม่ได้เป็นป่าสีเขียวแบบที่แชร์ในสื่ออนไลน์กันกัน  

หรือบางคนอาจ #Saveป่า จากการใช้งานผิดประเภท เช่น กลัวกลุ่มทุนเข้ามา กลัวมีการซื้อขายที่ดิน ซึ่งแม้ตามกฎหมาย ที่ดิน สปก. ซื้อขายไม่ได้ แต่ในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่ามีช่องโหว่ในการเปลี่ยนมือ และอาจเกิดการซื้อขายขึ้นจริง แต่ต่อให้เป็นอย่างนั้นก็ต้องพิจารณาทั้ง 2 ฝ่าย ได้แก่ 

ฝั่งชาวบ้าน ก็อาจจะต้องย้อนไปดูสาเหตุที่เป็นปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนมือ หรือเกิดการซื้อขาย เช่น ความไม่คุ้มทุนในการทำเกษตร หรือการมองว่าที่ดินเป็นสินทรัพย์ ราคาสูง ขายออกก็อาจจะทำให้ได้เงินมากกว่า

ฝั่งหน่วยงานรัฐ ก็ต้องมีความรับผิดชอบในการกวดขันและบังคับใช้กฎหมาย  

ในกรณีนี้ ชาวบ้านก็ยังไม่ใช่คู่ขัดแย้งหลักอยู่ดี รวมถึงไม่ได้เป็นเหตุผลที่จะอ้างว่าไม่ควรให้สิทธิกับชาวบ้าน (ที่อยู่มาก่อน)

ฉะนั้นการ #Saveป่าทับลาน จึงอาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หลายคนมีเจตนาดี แต่อีกมุมหนึ่งอาจตัดสินใจควบคู่กับ สิทธิชุมชน คนอยู่มาก่อนประกาศเขตอุทยานฯ 

การอนุรักษ์ในปัจจุบันจึงไม่ได้มีแค่แนวทางเขียวเข้ม มองแค่เรื่องธรมชาติ แต่ต้องพิจารณาเรื่องอื่น เช่น สิทธิชุมชน-ที่ดิน การประกาศเขตทับซ้อน ผลกระทบต่อชีวิตคน ความไม่เป็นธรรมด้วย เพราะถ้าคิดแบบนี้ อยากจะเขียวเข้มแบบนี้ ก็ต้อง Saveทุกที่ เพราะทุกที่เคยเป็นป่ามาก่อนไม่เว้นแม้แต่เมืองหลวง อย่างกรุงเทพฯ ก็เคยเป็นป่ามาก่อนเช่นกัน

ผศ.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โพสต์ย้ำเรื่องนี้ว่า

“ถ้าจะเอาแบบนี้กันจริง ๆ เราก็ต้องทวงคืนทุ่งรังสิต 1 ล้านไร่ เพราะที่นี่เคยเป็นที่อยู่ของ สมัน หรือ เนื้อสมัน บางทีอาจทวงไปถึงนครนายก และดอนเมือง (แต่เดิมสมัยอาศัยอยู่ที่ราบลุ่มภาคกลางของประเทศไทย) หรืออาจต้องทวงคืนตีนเขาใหญ่ไปถึงพระโขนง เพราะในอดีต ช้างจากเขาใหญ่เคยหากินถึงพระโขนง”

“สุชาติ” ย้ำ แก้ปัญหาช่วยชาวบ้านดั้งเดิม ไม่มีเฉือนป่าแน่นอน!

ล่าสุดเมื่อสันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนตามแผนที่ One Map และรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านราษฎร์พัฒนา อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระหว่างลงพื้นที่ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา (28 มิ.ย. 69)

ย้ำว่า นี่คือนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยจะเร่งรัดตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิของชาวบ้านดั้งเดิม ผู้ยากไร้เป็นรายแปลงอย่างรัดกุม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และพร้อมบังคับใช้กฎหมายกับรีสอร์ตที่บุกรุกป่าอย่างเข้มงวด โดยไม่เอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนใด ๆ ทั้งสิ้น ยืนยันไม่มีการตัดผืนป่าธรรมชาติอย่างแน่นอน

สำหรับการบังคับใช้กฎหมาย​ รมว.ทส. เปิดเผยว่า ทางอุทยานแห่งชาติทับลานได้นำหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้ครอบครองโรงแรม รีสอร์ตที่คดีถึงที่สุดแล้ว ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุปัน ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 ความผิดมูลฐานมาตรา 3 (15) ทําผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ ยึดถือ หรือครอบครอง ทรัพยากรธรรมชาติ หรือกระบวนการแสวงหา ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีลักษณะเป็นการค้า​

ขณะนี้อุทยานฯ นำประกาศแจ้งเตือนให้รื้อถอนไปที่​รีสอร์ต 3 แห่ง ในท้องที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และจะเริ่มรื้อถอนโรงแรมหรือรีสอร์ตทุกราย เพื่อนำที่ดินคืนมาให้อุทยานแห่งชาติฟื้นฟูป่าต่อไป

สิทธิชุมชนกับการอนุรักษ์สามารถเดินไปด้วยกันได้

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) จึงเสนอว่า การอนุรักษ์กับสิทธิชุมชนไม่ใช่สิ่งที่ขัดแย้งกัน แต่สามารถเกื้อหนุนกันได้ รัฐต้องยอมรับให้ได้ว่าชุมชนที่อยู่กับป่ามาอย่างยาวนานมีสิทธิในการอยู่อาศัยและทำกิน และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากร

เช่นเดียวกัน การคุ้มครองป่าไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการขับไล่ผู้คนออกจากพื้นที่ แต่ควรเริ่มต้นจากการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน รัฐ และสังคม ในการกำหนดกติกาการใช้ประโยชน์และการดูแลทรัพยากรร่วมกัน 

ภายใต้แนวทางนี้ จำเป็นต้องแยกแยะอย่างชัดเจนระหว่าง เกษตรกรรายย่อยที่มีฐานชีวิตอยู่กับพื้นที่จริง กับ กลุ่มทุน หรือ ผู้ครอบครองรายใหญ่ ที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์

นอกจากนี้ยังมีสถานการณ์สิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่น่าติดตาม และกำลังบ่อนทำลายทรัพยากรธรรมชาติอยู่เช่นกัน เช่น การดำเนินคดีกับชาวบ้านในพื้นที่ป่าอุทยานอื่น ๆ (คล้ายกรณีทับลาน ที่คนอาจอยู่มาก่อนป่า) รวมถึง โครงการแลนด์บริดจ์, การผลักดันกฎหมาย SEC, EEC, มลพิษแม่น้ำกก, เหมืองแร่โปแตช ที่กำลังรอให้ผู้คนในสังคมช่วยกันส่งเสียง Save ไม่ต่างกัน


  • #Saveทับลาน อคติทับคน ? | อะไรเล่า!

Author

Alternative Text
AUTHOR

อัญชัญ อันชัยศรี

คั่นสิหากินพอส่ำนี้ ไปเรียนหยังสูงแทร่อาว

Alternative Text
AUTHOR

ธนธร จิรรุจิเรข

สงสัยว่าตัวเองอยากเป็นนักวิเคราะห์ data ที่เขียนได้นิดหน่อย หรือนักเขียนที่วิเคราะห์ data ได้นิดหน่อยกันแน่